ตอนที่ 12
ไม่หย่าก็ได้
แม้จะประหลาดใจในคำพูดของสามี แต่ ปาริชาติ ก็ไม่ได้ซักถามอะไรไปมากกว่านั้น เพราะลึกๆ แล้วเธอก็รู้สึกดีใจที่เขายอมมาค้างที่บ้าน และอยู่กับเธอเหมือนดั่งเช่นแต่ก่อน เธอจึงปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี ตามหน้าที่ภรรยาที่สมควรทำ
"ปิ่นเตรียมน้ำอุ่นให้แล้วนะคะเฮีย อาบน้ำเลยค่ะจะได้พักให้สบายตัว"
คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อหันมามองร่างหนาที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟา เหมือน จักรวาล จะหลับไปแล้ว อาจเพราะวันนี้เขาเผชิญเรื่องเครียดมาหลายอย่างตั้งแต่อยู่โกดังที่สระบุรี
และยังมาปวดหัวกับคำพูดของประไพแม่ของเธออีก
"......"
"เฮีย ..เฮียคะ"
"ฮือ"
ใบหน้าหล่อเหลาตะแคงพลิกไปมา เปลือกตาหนาหลับพริ้ม ปาริชาติพินิจมองและสังเกตเห็นว่าเคราของเขาเริ่มจะขึ้นครึ้มเขียว นั่นทำให้กรอบหน้าคมเข้มชัดเด่นกว่าเดิม นิ้วเรียวของเธอเผลอไล้ไปยังแนวสันกรามของเขาเบาๆ
นานเท่าไหร่ที่เธอไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับเขาแบบนี้
"อ๊ะ"
หญิงสาวตระหนกเล็กน้อย เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาและตะครุบมือนิ่มของเธอไว้อย่างรวดเร็ว เธอพยายามเบี่ยงตัวออกแต่ร่างของเธอกลับถูกดึงรั้งจนเซถลา ทับลงบนตักแกร่งของเขา
"จะไปไหน? นวดให้ฉันหน่อยดิ ฉันเมื่อย"
น้ำเสียงของจักรวาลออดอ้อนเว้าวอน แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนนี้ ถึงรู้สึกผ่อนคลายมากจนอยากจะหลับ อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ประดับอยู่ทั่วห้อง และบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งเขาไม่ได้สังเกตมานานว่าเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหน
"ค่ะ"
ปาริชาติยอมทำตามอย่างว่าง่าย มือเล็กเอื้อมบีบบ่าเขาและกดนวดเบาๆ อย่างที่เธอเคยทำ แต่นอกเหนือจากนั้นเธอได้ไปศึกษาวิธีการนวดกล้ามเนื้อมาเพิ่มเติมตามที่ลูกสาวแนะนำ จึงรู้ว่าควรจะกดจุดตรงไหนเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้เขา ปลายนิ้วกดลงยังขมับและไล่ไปตามจุดต้นคอเรื่อย ๆ หนักเบาตามจังหวะ
และนั่นก็สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับจักรวาลเป็นอย่างยิ่ง จนเปลือกตาคู่หนาหลับลงอีกครั้ง...
"นวดเก่งขึ้นเยอะเลย เธอไปเรียนนวดมาจากไหนกัน?"
เขาจำได้ว่าเคยให้เธอนวดให้อยู่สองสามครั้งตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้
"ปิ่นจำมาจากใน YouTube ค่ะ"
ปาริชาติบอกเขาไปตรงๆ "เฮียชอบไหมคะ"
"ฮือ ...ชอบ"
ชายหนุ่มคำรามต่ำในลำคอ "เหมือนเธอจะเปลี่ยนน้ำหอมใช่ไหม และในห้องนอนด้วย” กลิ่นที่เหมือนดอกกุหลาบในสวนหลังบ้านตอนบ่ายมันหอมอ่อนๆ ละมุน ยามได้กลิ่นเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอนเล่นสบายๆ และบิดขี้เกียจอยู่ในสวนของตัวเอง
มีความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างประหลาด
"ใช่ค่ะวันก่อนตอนพาลูกกลับจากโรงเรียนปิ่นแวะพาไปซื้อของใช้ แล้วผิงผิงบอกว่าอยากให้ปิ่นใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ และในบ้านก็ให้ใช้น้ำหอมมินต์ เฮียชอบไหมคะ?"
ลูกสาวของเขานะเหรอเป็นคนเลือก? ไม่น่าเชื่อว่าผิงผิงจะเลือกกลิ่นได้ถูกใจเขาแบบนี้
"....."
"ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวจะดึก จะได้นอนหลับพักผ่อนรวดเดียวให้สบายตัว"
ปาริชาติบอกเขาเมื่อชายหนุ่มไม่ตอบคำถามของเธอ เขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ไม่สามารถที่จะรู้ความรู้สึกของเขาได้ แต่เมื่อเห็นท่าทีที่คล้ายพึงพอใจของเขา ก็ทำให้ปาริชาติมีความมั่นใจที่จะใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ต่อไป
อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ
"งั้นตามเข้าไปถูหลังให้ฉันหน่อย"
"คะ?"
"หรือว่าจะอาบพร้อมกันก็ได้"
เอ่ยเสร็จร่างหนาก็เหยียดกายลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อกับกางเกงลงกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตามด้วยบ็อกเซอร์เนื้อดีสีดำเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่า กระนั้นจักรวาลก็ไม่ได้แสดงสีหน้าเขินอายเลยแม้แต่นิด
ผิดกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่ใบหน้าแดงกล่ำและเบือนหน้าหนีไปอีกทาง จนชายหนุ่มต้องกัดฟันเข้าหากันแน่น
"อะไรกัน? ทำเหมือนไม่เคยเห็น"
จักรวาลหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำ นั่นทำให้ปาริชาติต้องลุกขึ้นและเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยตอนนี้เขาก็เปิดโอกาสให้เธอได้ทำหน้าที่ภรรยาโดยที่เธอไม่รู้ว่าจะได้ทำมันต่ออีกนานแค่ไหน
และเธอจะทำหน้าที่ให้อย่างเต็มที่
ร่างหนาย่อกายลงนั่งในอ่างน้ำแล้วหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ปาริชาติสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเอื้อมมือไปบีบสบู่เหลวใส่ฟองน้ำแล้วขัดหลังให้เขาอย่างตั้งใจ ปลายนิ้วนิ่มที่สัมผัสกับผิวหยาบนั้นทำให้หัวคิ้วของจักรวาลกระตุกไหว
ความคิดบางอย่างแล่นขึ้นมาในใจของชายหนุ่ม
"บางทีฉันอาจจะไม่หย่ากับเธอ"
"คะ?"
มือของปาริชาติสั่นระริก ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไร ด้วยเมื่อวันก่อนเขายังพูดประโยคที่ตรงข้ามกันกับเธออยู่เลย
"ฉันมาคิดดูแล้วหย่าไปก็ยิ่งจะทำให้ชื่อเสียงและธุรกิจของโชติพิทักษ์แย่ลงยิ่งกว่าเดิม อีกอย่างถ้าต้องรับเงื่อนไขของเธอ ฉันเองก็แทบไม่เหลืออะไร"
ปาริชาติกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
ความจริงเธอไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินของเขาแม้แต่บาทเดียว เพียงแต่ประโยคนั้นผิงผิงเคยบอกให้เธอพูด ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าลูกสาวไปจำมาจากไหน แต่ปาริชาติก็คิดว่าเป็นถ้อยคำที่จะสามารถฉุดรั้งเขาไว้ได้และสร้างความเป็นต่อให้กับเธอและลูกได้เป็นอย่างดี
อย่างน้อยก็ทำให้เธอมีโอกาสที่จะเอาชนะหัวใจของเขาได้
และทำให้เธอได้อยู่ใกล้ๆ เขา ไปนานกว่านี้อีกสักหน่อย
แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินก็ไม่เป็นไร
"แต่ไม่ได้หมายความว่าปิ่นยอมให้เฮียมีเมียรองหรอกนะคะ เพราะถ้าเฮียทำแบบนั้นเฮียก็ต้องทำตามเงื่อนไขของปิ่นก่อน"
มุมปากของจักรวาลยกโค้งขึ้น
"เธอก็รู้ว่าครอบครัวของฉันมีวัฒนธรรมยังไง ขนาดเตี่ยยังมีเมียไม่รู้กี่คน เพราะต้องมีคนมาช่วยกันทำมาหากิน ถ้าเธอจะไม่ให้ฉันทำแบบนั้นเธอกับฉันก็ต้องมีลูกชายด้วยกัน"
"ลูกชาย?"
ปาริชาติกระพริบตาปริบๆ
จริงอยู่ว่าตอนนี้ปู่ประเสริฐค่อนข้างจะหลงผิงผิงลูกสาวของเธอ แต่หญิงสาวทราบดีว่ายังไงครอบครัวคนจีนนั้นก็ย่อมมองเด็กผู้ชายดีกว่าเด็กผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ และตอนนี้พิศมัยที่เป็นซ้อรองก็กำลังท้องลูกชาย ซึ่งนั่นเป็นโอกาสในการต่อรองและก็สร้างความกดดันให้กับจักรวาลพอสมควร
"ใช่ลูกชาย ถ้าเธอมีลูกชายให้ฉันอีกสักคนสองคน ฉันก็จะไม่พูดถึงเรื่องหย่าอีกต่อไป"
เอ่ยเสร็จก็เป็นจักรวาลที่หน้าแดงเสียเอง เขายังจำความรู้สึกตอนที่แต่งงานกับเธอได้ วันที่เข้าหอครั้งแรกด้วยกันวันที่รู้ว่าเธอตั้งท้อง และวันที่เขาเห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งแรก
มันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นและตื้นตัน จนเขาอยากจะรู้สึกเช่นนั้นอีก
"ปิ่น"
ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกเช่นไร แม้คำบอกของเขาจะเป็นการบอกที่ค่อนข้างพึงพอใจ ด้วยเธอไม่ต้องการจะหย่ากับเขาอยู่แล้ว กระนั้นปาริชาติก็อยากได้ยินความรู้สึกอื่นออกมาจากปากเขา แต่เหมือนว่าเธอจะต้องการมากเกินไป
"ทำไม? หรือว่าเธอไม่อยากมีลูกชายกับฉัน เราต้องมีน้องให้กับผิงผิงอีกสักคนสองคน แล้วเธอจะได้แทบทุกอย่างจากโชติพิทักษ์ตามที่เธอต้องการ"
เขาก็ยังมองเธอเป็นคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์เช่นเดิม แต่เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่เธอจะได้ทำตามสิ่งที่เธอตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
"ก็ได้ค่ะ ปิ่นจะมีลูกกับเฮียอีก อ๊ะ..."
เอ่ยเสร็จร่างบางของเธอก็ถูกดึงลงไปยังอ่างอาบน้ำด้วยกันจนน้ำซ่านเซ็นกระจาย ปาริชาติสัมผัสได้ถึงความแข็งเครียดที่อยู่ระหว่างต้นขาของเขา ใบหน้าสวยแดงก่ำ เมื่ออีกฝ่ายโน้มหน้ามาใกล้
แล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า
"งั้นเราก็เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลย"
ไม่ทันจะเอ่ยต่อน้ำเสียงของเธอก็หลุดหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักสวยบดจูบยังเรียวปากอิ่มของเธออย่างหนักหน่วง
**************