นอนด้วยกัน

1348 Words
ตอนที่ 5 นอนด้วยกัน "ถ้าเธอยังไม่อยากหย่า เดี๋ยวเราค่อยคุยตกลงผลประโยชน์กันอีกทีนึง" น้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำเอ่ยบอก หลังจากเป่าผมให้เธอจนแห้งเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าสวยช้อนมองเขาผ่านกระจกเงาบานใหญ่ของห้อง "ปิ่นยังคงยืนยันคำเดิมค่ะ ว่าถ้าจะหย่าสมบัติทั้งหมดของเฮียต้องยกให้ปิ่นกับลูกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นปิ่นก็ไม่หย่า" ถ้อยคำหนักแน่นจริงจังนั้นทำให้ จักรวาล ผ่อนลมหายใจออกมา "มีเหตุผลอื่นมากกว่านั้นไหม? ที่ทำให้เธอไม่อยากจะหย่ากับฉัน" สายตาของเขาทอแสงอ่อนลง อะไรหลายอย่างในช่วงนี้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า อย่างน้อยบางถ้อยคำของเธออาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง แม้ที่ผ่านมาจะมีกำแพงหนาอันใหญ่กั้นกลางระหว่างเขากับเธออยู่ก็ตาม "เหตุผลอื่นเหรอคะ?" คิ้วเรียวสวยขมวดย่นเข้าหากันเล็กน้อย ถ้าบอกความจริงไป ว่าเธอรักเขามากสุดหัวใจ เขาก็คงจะหัวเราะเยาะเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง คำว่า รัก ของเธอไม่มีความหมายสำหรับเขาเลย ในเวลาที่ผ่านมา และเธอไม่อยากจะเอ่ยคำนี้อีก ให้ต้องโดนหัวเราะและเหยียดหยามด้วยน้ำเสียงและท่าทางของผู้เป็นสามีอีกแล้ว "ใช่เหตุผลอื่นที่เธอไม่อยากหย่ากับฉัน? นอกจากเรื่องเงินและทรัพย์สินส่วนของฉัน ยังมีสาเหตุอื่นอีกไหม?" ปาริชาติ นิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เพราะลูกไง เพราะมีผิงผิง ปิ่นยังไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจในตอนนี้ ถ้าเฮียอยากหย่าจริงๆ ก็รอให้ผิงผิงโตกว่านี้อีกหน่อย แล้วเราค่อยพูดเรื่องนี้กัน" ขอเวลาให้เธอกับลูกได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา เป็นครอบครัวเดียวกัน และให้เธอได้อยู่ในสถานะภรรยาของเขาไปอีกหน่อย "นั่นซินะ" จักรวาลผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเหลือบไปมองร่างเล็กที่เอนกายนอนอยู่บนเตียงนอนอันใหญ่และกำลังมองเขาและเธออยู่ก่อนแล้ว "เป่าผมเสร็จหรือยังคะปะป๊า มานอนนี่เร็วคนละฝั่ง ผิงผิงอยากฟังนิยายแล้ว" น้ำเสียงออดอ้อนลูกสาว ทำให้ทั้งคู่ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังเตียงนอน ก่อนจะเอนกายลงคนละฝั่งโดยมีลูกสาวนอนกั้นอยู่ตรงกลาง นิทานเรื่องที่หนึ่งเริ่มต้นขึ้น ผิงผิง พยายามที่จะแสดงสีหน้าและกิริยาที่ตื่นเต้นกับนิทานพ่อมดแม่มด ที่ผู้เป็นพ่ออ่านให้ฟัง แต่แม้จิตใจเธอจะเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบปี แต่ร่างกายที่เป็นเด็กในวัยสามขวบ ก็เหมือนจะบังคับตัวเองให้เธอเริ่มรู้สึกจะง่วง กระนั้นผิงผิงก็พยายามจะเกาะแขนพ่อกับแม่ไว้คนละข้าง เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนีไปนอนแยกกันอย่างที่ผ่านมา "ผิงผิงหลับแล้วเหรอลูก" ปาริชาติก้มลงกระซิบถามเบาๆ พยายามแกะมือเล็กออกจากต้นแขนตน เพื่อที่จะได้ลุกออกไปนอนยังโซฟาที่จะปรับเป็นเตียงนอนเล็กในห้อง และจะได้ให้สามีอุ้มร่างลูกสาวไปนอนยังห้องตัวเอง "อะอื้อ วันนี้ผิงผิงจะนอนที่นี่กับปะป๊าและม่าม๊า" เด็กหญิงบิดตัวไปมา แสร้งส่งเสียงงอแง ไม่ยอมให้แม่ลุกออกไปและยึดแขนผู้เป็นพ่อไว้แน่น "นอนนี่แหละมีลูกนอนอยู่ตรงกลางจะเป็นไรไป ดึกแล้วฉันก็ง่วงแล้ว"จักรวาลเอ่ยปรามเบาๆ ขณะเอื้อมมือกดร่างของภรรยาให้ล้มตัวลงนอนเช่นเดิม "ปิ่นไม่เป็นไรนี่ค่ะนอนได้อยู่แล้ว กลัวแต่เฮียจะนอนไม่สบาย" "แล้วทำไมฉันจะนอนไม่สบาย เตียงนี้เป็นของฉัน และฉันเคยนอนมาก่อนเธอด้วยซ้ำ" ชายหนุ่มหลับตาลง ทว่าวงแขนแข็งแรงก็ยังคงโอบกอดร่างของลูกสาวและวางมือหนายังสะโพกงามงอนของภรรยา ปาริชาติ เพียงแต่มองการกระทำของเขาไม่คิดจะขยับออกห่างแต่อย่างใด ด้วยใจจริงส่วนลึกๆ เธอเองก็ปรารถนาสัมผัสของเขามาช้านาน และเพราะความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้หญิงสาวเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่ยากนัก จักรวาล เหลือบมองลูกสาวและภรรยาที่นอนหลับอยู่ข้างๆส่งเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ก่อนจะอมยิ้มออกมาเล็กน้อย และนี่เป็นรอยยิ้มในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาของเขา เขามองภาพตรงหน้าอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะหลับตามภรรยาและลูกไปหลังจากนั้นไม่นานนัก ผิงผิง ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกับแม่หลับสนิทแล้ว ร่างเล็กค่อยๆขยับตัวออกอย่างระมัดระวังที่สุด ด้วยไม่ต้องการให้พ่อกับแม่ตื่นในตอนนี้ และรู้ว่าทั้งสองเมื่อยล้าจากหลายสิ่งหลายอย่างมาพอสมควรน่าจะหลับลึกจนถึงเช้า เด็กหญิงลุกขึ้นมายืนตรงขอบเตียง ดึงร่างพ่อกับแม่ให้มาอยู่ใกล้กัน ขยับศีรษะของแม่ให้วางอยู่บนต้นแขนของพ่อ แล้ววางแขนอีกข้างของพ่อให้พลาดยังสะโพกของแม่ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างทั้งคู่ แล้วเดินออกจากห้องไป . . แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องนอน ทำให้เปลือกตาหนาของ จักรวาล กระพริบถี่ก่อนจะปรือตาขึ้นมองช้าๆ ความนุ่มนิ่มที่อยู่ข้างๆ ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนาเข้าหากัน ก่อนจะตระหนักได้ว่า ร่างบางของภรรยาในชุดนอนบางเบานอนซุกอยู่กับอกกว้างของตนทั้งคืน และความนุ่มอุ่นนี้ก็ทำให้เขาหลับสนิทจนถึงเช้า "อื้อ" ใบหน้าเนียนใส ขยับเล็กน้อยแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่น ศีรษะที่มีเรือนผมสลวยของเธอหนุนอยู่บนต้นแขนของเขา โดยไม่มีร่างของผิงผิงอยู่ในห้อง คาดว่าลูกสาวของเขาน่าจะเดินกลับไปที่ห้องนานแล้ว "เฮียอย่าไปนะ" เสียงพึมพำเบาๆออกจากปากจิ้มลิ้มนั้น ทำให้จักรวาลชะงักเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาล้มลงไปใกล้จนชิด เพื่ออยากรู้ว่าภรรยาจะพูดอะไรต่อ ทว่าไม่มีประโยคอะไรหลุดมาอีก เปลือกตาคู่สวยยังคงปิดสนิท ลมหายใจของเธอยังคงสม่ำเสมอ เหมือนกำลังอยู่ในห้วงนิทราอันล้ำลึก จักรวาล อยากจะขยับกายออกเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง แต่ความนุ่มนิ่มที่เบียดชิดจนตอนนี้ จนเขารู้สึกว่าความเป็นชายของเขาเริ่มจะแข็งขึงเหมือนทุกเช้า ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว และความนุ่มนิ่มนี้จะถอยห่างออกไป นิ้วเรียวแข็งจึงไล้กรอบหน้างามช้าๆ ดื่มด่ำกับความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วตอนที่เขาพบเธอครั้งแรก ความงดงามผุดผาดและอ่อนหวานนี้สะกดใจเขา และสิ่งนั้นเหมือนมันจะค่อยๆเลือนหายไปตั้งแต่ตอนไหนเขาเองก็ไม่แน่ใจ ทว่าตอนนี้กริยาของเธอตรงหน้าทำให้เขาอดคิดถึงเรื่องราวในอดีตไม่ได้ น่าเสียดายที่ความระหองระแหงที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ท่าทางอ่อนหวานไร้เดียงสาของเธอตรงหน้า ก็ทำให้จักรวาล โน้มหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้ จนสันจมูกกดชิดกับแก้มเนียนใส กลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนผมสลวยและผิวนุ่มของเธอทำให้เขาอ้อยอิ่งอยู่อย่างนั้น แรงกดทับจากวงแขนแข็งแรงที่โอบรัดตัวในตอนนี้พร้อมสัมผัสอุ่นซ่านบริเวณมุมปากและพวงแก้มทำให้ ปาริชาติ รู้สึกตัว เปลือกตาคู่สวยปรือขึ้นมอง พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นสามี ริมฝีปากอุ่นกำลังกดจูบยังมุมปากของเธอ "เฮียจะทำอะไร?" ***************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD