ตอนที่ 6
กำแพงหนาในใจ
พลั่ก!!
แรงถีบอย่างหนักหน่วงของผู้เป็นภรรยา ทำให้ร่างหนาของ จักรวาล กระเด็นตกจากเตียงแทบจะทันที
"โอ้ย!! อะไรของเธอปิ่น! ทำไมต้องถีบฉันด้วย"
"ขะ ขอโทษค่ะปิ่นไม่ได้ตั้งใจ ก็เมื่อกี้เฮียจะทำอะไรปิ่นแค่ตกใจ"
ปาริชาติ เอ่ยด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก เธอไม่ได้มีเจตนาจะถีบเขา แต่เธอตกใจจริงๆที่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นสามี และเหมือนเขากำลังจูบเธอ ความจริงสัมผัสอุ่นร้อนเมื่อครู่จากเขา เป็นสัมผัสที่ดีมาก
แต่เพียงแค่เธอตระหนกจนเกินเหตุเท่านั้น
"ทำไมตื่นมาพบว่านอนอยู่ข้างๆผัวตัวเอง ถึงกับต้องตกใจขนาดนี้เลยเหรอ"
จักรวาลแค่นเสียงสูง รู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าขึ้นมาตงิด แม้ความอุ่นนุ่มที่ติดตรงริมฝีปากและกลิ่นหอมอ่อนๆของภรรยา จะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด แต่ท่าทีของเธอก็ทำให้เขาต้องปรับเปลี่ยนสีหน้าและโทนเสียงอย่างรวดเร็ว
"ปิ่นแค่ไม่ชิน"
หน้าสวยเบี่ยงหลบเล็กน้อย ก่อนจะรีบผุดกายลุกขึ้น เมื่อเหลือบมองนาฬิกาตรงหัวเตียงเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงแล้ว เธอจึงรีบปรี่เข้าห้องน้ำ แต่ยังไม่วายตะโกนบอกเขา
"ปิ่นอาบน้ำก่อนนะคะ เฮียค่อยอาบทีหลังแล้วกัน"
ชิ!!! ทีเมื่อคืนยังอาบด้วยกันได้เลย
จักรวาล ยู่หน้าเล็กน้อย
.
.
"ปะป๊าหลับสบายดีไหมคะเมื่อคืน?"
เสียงกังวานหวานของ ผิงผิง เอ่ยถามบนโต๊ะอาหารเมื่อเห็นพ่อและแม่เดินลงมาในเวลาไล่เลี่ยกัน มุมปากของเด็กหญิงอมยิ้มเล็กน้อย ด้วยนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามปี ที่ทั้งคู่จะทานอาหารเช้าร่วมกับเธอในวัยสามขวบ
"หลับสบายครับ แล้วผิงผิงละลูก"
จักรวาลยังคงอ่อนโยนกับลูกสาวเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น "ต่อไปหนูนอนดึกแบบนั้นบ่อยๆไม่ดีนะ เด็กไม่ควรจะนอนเกินสามทุ่มนะครับ"
"ก็ผิงผิงอยากคุยกับปะป๊าก่อนนอนนี่คะ ถ้าไม่อยากให้หนูนอนดึก วันหลังปะป๊าก็กลับบ้านเร็วกว่านี้ซิคะ หรือกลับมานอนบ้านที่นี่ทุกวันนะคะผิงผิงจะนอนเร็วทุกวันเลย"
เด็กหญิงเอ่ยเสียงหวานต่ออย่างออดอ้อน แม้ผู้เป็นพ่อจะทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ด้วยช่วงหลังเขาแทบจะไม่กลับมานอนที่บ้านเลย และถึงกลับมาก็เป็นตอนดึกในเวลาที่ลูกหลับแล้ว และก็จะนอนแยกห้องกับภรรยาตลอด
"พ่อจะพยายามครับ"
กระนั้นเขาก็เอ่ยบอกลูกสาวเพื่อเอาใจ ก่อนจะตัดบทคุยเรื่องอื่น "รีบกินดีกว่าไหนหนูบอกว่าวันนี้จะไปดูโกดังกับพ่อและอากงนี่ครับ"
"ใช่ค่ะ หนูกับม่ามี้ไปรถปะป๊านะคะ"
ผิงผิง อ้อนต่อด้วยรู้ว่าอย่างไรผู้เป็นพ่อก็ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ก่อนจะหันไปบอกกับปาริชาติผู้เป็นมารดา "มามี้ๆรีบทานค่ะจะได้รีบไปดูโกดังกันเดี๋ยวอากงจะไปถึงก่อน"
.
.
โกดังของโชติพิทักษ์นั้นมีกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแถบภาคอีสานจัดตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองโคราชและสระบุรี วันนี้อากงพามาดูโกดังสระบุรีที่รับของจากภาคอีสานเตรียมส่งมายังโรงงานที่กรุงเทพ
ปาริชาติ เองเพิ่งจะเคยมาโกดังที่นี่
หากว่าวันนี้ไม่ได้รับชวนจากปู่ประเสริฐ เธอกับลูกก็คงไม่ได้เหยียบเท้าเข้ามา เพราะปกติแล้วจะเป็นจักรวาลกับจักรพงษ์สองคนนี้ ที่บริหารดูแลอยู่โดยตรง ที่ผ่านมานั้นปาริชาติเป็นเหมือนแม่บ้านคนหนึ่งที่คอยจัดการอะไรต่างๆอยู่ที่บ้านตนเอง
ธุรกิจส่วนใหญ่ของตระกูลจะเป็นสองพี่น้องคอยบริหาร
แต่เมื่อมาถึงปาริชาติก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่เห็นจักรพงษ์เดินมากับพิศมัยผู้เป็นภรรยา แต่นั่นก็ไม่ประหลาดใจเท่ากับเห็น อิงอร ลูกพี่ลูกน้องของพิศมัยมาด้วย
“เฮียใหญ่มากับซ้อเหรอเนี่ย ไหนเมื่อคืนเฮียบอกว่าจะขับรถมาเอง อิ่มก็เลยติดรถของเฮียสองมาพร้อมพี่พิศ เดี๋ยวขากลับคงต้องได้นั่งรถเฮียใหญ่กลับแน่เลยค่ะ"
อิงอร ปราดเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดร่างของจักรวาล
ชายหนุ่มหลุบตาต่ำมองหล่อน ก่อนจะหันมามองหน้าของภรรยาที่วางสีหน้าเรียบเฉยคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร กรามของจักรวาลก็ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนเด่น
ปาริชาตินั้นได้แต่ข่มความรู้สึกของตัวเองไว้ในใจ
ด้วยถ้อยคำของอิงอรนั้นทำให้เธอถึงกับต้องเบือนหน้าหนี และทุกครั้ง ที่ผู้หญิงคนนี้พบเจอกับสามีของเธอ ก็จะแสดงตัวออกอย่างนอกหน้าโดยไม่ใส่ใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร โดยมีพิศมัยและย่าสุรีมาศคอยให้ท้ายอยู่ตลอดเวลา
นั่นทำให้ปาริชาติรู้สึกเบื่อหน่ายทุกครั้ง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ....
เธอจึงจูงมือ ผิงผิง ลูกสาวคนเดียวเพื่อที่จะเดินห่างออกมาจากตรงนั้น แต่เหมือนลูกสาวเธอจะไม่ยอม แต่กลับเงยหน้าขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาดุกร้าวพร้อมเอ่ยเสียงเข้ม
"อะไรกันปะป๊ากับมาม๊ามาด้วยกัน ก็ต้องกลับด้วยกันซิคะ อาอิ่มกับอาพิศมารถของอาสอง ก็ควรจะกลับรถอาสองซิ จะมาเบียดนั่งรถของครอบครัวผิงผิงทำไม ดูไม่มีมารยาทเลยค่ะ!!”
“ห๊ะ!”
ไม่ใช่เพียง อิงอร เท่านั้นที่หน้าเจื่อนและตระหนกในคำพูดของผิงผิงเด็กหญิงสามขวบลูกของเฮียใหญ่ ด้วยไม่คิดว่าเด็กที่เหมือนมีปัญหาทางจิตและไม่ค่อยพูดจาคนนั้นจะเอ่ยถ้อยคำฉะฉานออกมาตอกหน้าน้องสาวของซ้อรอง ราวกับไม่ใช่เด็กสามขวบ
แต่คำพูดนั้นก็ตรงประเด็นจน ซินแสกวง และคนงานที่เดินตาม ปู่ประเสริฐ มาห่างๆ ถึงกลับกลั้นขำ
“ฮ่า ๆ หลานผิงผิงก็พูดถูกนะ แล้วนี่อั๊วบอกให้แค่ไอ้ใหญ่กับไอ้สองช่วยมาดูทำเลด้านข้างเพิ่มกับซินแส ไม่ได้บอกให้ลื้อกับอีมาด้วยเสียหน่อย จะแห่มาทำไมกันเยอะแยะ?”
ถ้อยคำของปู่ประเสริฐ ทำเอาพิศมัยที่กำลังจะอ้าปากด่าหลานสาวหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม ส่วนจักรพงษ์นั้นเองก็ประหลาดใจพอควรกับกิริยาของลูกสาวเฮียใหญ่ที่กล้าตอกหน้าเมียและน้องเมียตนขนาดนี้
“พอดี พิศกับอิ่มเขาอยากมาช่วยดูน่ะเตี่ย เผื่อว่าซินแสทำนายอะไรส่วนไหนจะได้ช่วยเตรียมของต่างๆให้ด้วย เพราะเฮียใหญ่ก็ยังพาซ้อกับผิงผิงมาเลย”
“อั๊วเป็นคนชวนมาเอง เพราะซินแสบอกให้พามาด้วย”
ปู่ประเสริฐ ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายโต้แย้งกลับ ก่อนที่โน้มตัวลงอุ้มผิงผิงขึ้นแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับซินแส โดยจักรวาลและปาริชาติรีบเดินตามไปด้วย
นั่นทำให้พิศมัยถึงกับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
ด้วยที่ผ่านมานั้นอากงแทบจะไม่สนใจพูดคุยกับลูกสาวของเฮียใหญ่เลยสักนิด เพราะตามธรรมเนียมคนจีนนั้น จะไม่ค่อยใส่ใจลูกหลานผู้หญิงเท่าใดนัก ยิ่งช่วงหลังคนในตระกูลโชติวัฒน์รู้ว่าหล่อนกำลังตั้งท้องที่เป็นเด็กผู้ชาย อากงและทุกคนต่างมุ่งเป้ามาสนอกสนใจหล่อนยิ่งกว่าเดิม
แต่ตอนนี้นอกจากจะชวนยัยเด็กนั่นมาด้วย ยังพูดจาให้ท้ายอย่างออกนอกหน้าแถมยังพาอุ้มเดินเข้าไปชมโกดังแต่ละส่วนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอีก
“มันเกิดอะไรขึ้นกับอากง? และยัยเด็กนั่นถึงได้พูดเป็นต่อยหอยแบบนั้น เฮียสองเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้หล่อนก็หันมาวีนกับจักรพงษ์ผู้เป็นสามีที่ยืนส่ายหน้าอย่างระอาใจ ด้วยเพิ่งมาถึงและอากาศก็ค่อนข้างจะร้อนอยู่แล้ว แถมตอนนี้พี่ชายกับพ่อและซินแสก็เดินเข้าไปข้างในแล้วด้วย
“พิศเข้าไปนั่งที่ออฟฟิศด้านในก่อน เดี๋ยวเฮียเข้าไปดูข้างในโกดังกับเตี่ย ไม่งั้นจะโดนดุเอา”
เอ่ยเสร็จ จักรพงษ์ก็เดินห่างออกไป
นั่นทำให้หล่อนโมโหยิ่งกว่าเดิม
“เฮีย!”
“ใจเย็นก่อนน่าซ้อ”
อิงอรปรี่เข้ามาลูบต้นแขนพี่สาวเบาๆ
“กำลังท้องกำลังไส้อยู่อย่าเพิ่งโวยวายไปเลย ยังไงซ้อก็มีราศีดีกว่าเพราะตอนนี้กำลังตั้งท้องลูกชาย ยัยนั่นมันมีแค่ลูกสาวคนเดียวและคนในบ้านก็สืบมาแล้วมันกับเฮียใหญ่แยกห้องนอนกันมานานละ ยากที่มันจะตั้งท้องอีกครั้งได้”
“ก็ใช่ไง!!”
พิศมัยหันมามองน้องสาวและเอ่ยเสียงเข้ม
“ฉันถึงต้องให้แกมาอ่อยเฮียใหญ่ให้ได้ จะเป็นเมียรองเมียสองก็ไม่เป็นไรขอแค่ให้ท้องได้ลูกชายกับเฮียใหญ่ก็พอ หรือถ้าจะทำให้ถึงกับต้องหย่าจากอีซ้อหน้าเชิดนั่นได้ยิ่งดี”
“รู้แล้วน่า”
น้องสาวพยักหน้ารับคำอย่างรู้งานพร้อมเหยียดยิ้มออกมา
“อย่างฉันนะไม่ยอมเป็นหรอก เมียรองเมียสองเมียสาม ..ถ้าฉันจะเป็นเมียเฮียใหญ่ ฉันต้องได้เป็นเมียเอกเท่านั้น และฉันจะทำให้ทั้งสองหย่ากันให้ได้”
***************