ตอนที่ 7
ไหนเฮียบอกว่าจะหย่า
บรรยากาศในห้องประชุมโกดังสระบุรีเป็นไปอย่างตึงเครียด กระนั้นจักรพงษ์ก็ยังประหลาดใจอยู่พอควรและเหลือบตามองยังผิงผิงลูกสาวของพี่ชายที่นั่งกินขนมอยู่ข้างๆของประเสริฐผู้เป็นพ่อ โดยมีปาริชาติซ้อใหญ่นั่งอยู่ข้างๆกับจักรวาลผู้เป็นพี่ชายและมีผู้จัดการโกดังกับพนักงานอีกสองคนนั่งอยู่ข้างซินแสกวง
ปกติแล้วพ่อของเขาจะไม่เคยให้ปาริชาติและผิงผิงเข้ามานั่งร่วมประชุมด้วยเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้กลับให้ทั้งคู่มานั่งแถมหลานสาวสามขวบนั้นก็เอาแต่กินขนม จนเขาต้องเหลือบมองอยู่เป็นระยะ
และเป็นจังหวะที่ต้องสบตากับเด็กหญิงผิงผิง
จักรพงษ์ตระหนกเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาวาววับของหลานวัยสามขวบ ที่จ้องมองกลับมาอย่างท้าทายคล้ายจะรู้ความคิดของเขาก่อนที่มุมปากของเด็กผิงผิงจะเหยียดยิ้มออกมา
เขารู้สึกขนลุกซู่เหมือนโดนผีหลอก ทำไมแววตาของหลานสาวถึงดูแข็งกร้าวและท้าทายอยู่ในที ผิดกับเมื่อก่อนที่ดูเป็นเด็กขี้กลัวและหลบสายตาทุกครั้งที่เขาจ้องมอง
และครั้งนี้เป็นเขาเสียเองที่ต้องหลบสายตาของเด็กหญิง
"มีอะไรหรือสอง? อั๊วพูดไม่ได้ยินหรือไง"
คำบอกของเตี่ย ดึงสติของจักรพงษ์ให้กลับคืนมา
"ครับเตี่ย"
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าจักรพงษ์รู้สึกได้ว่าเห็นแววตาของผิงผิงและมุมปากที่ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ผมแค่กำลังคิดตามเรื่องที่เตี่ยบอกว่าจะให้สร้างโกดังเพิ่มอีกหลัง ผมมองว่าตอนนี้น่าจะยังไม่จำเป็นเพราะกำลังการผลิตที่โรงงานของเราก็เพียงพออยู่แล้ว และเราขาดทุนมาครึ่งปีแล้ว เราควรจะเก็บเงินก้อนไว้เป็นเงินทุนสำรองจะดีกว่า"
จักรพงษ์ รีบแย้งอย่างที่ใจตัวเองคิด
"เราขาดทุนก็จริงแต่ฐานลูกค้าเราไม่ได้ลดลงเลยนะ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮียเองก็มีแผนที่จะเพิ่มลูกค้าต่างประเทศด้วย เราควรจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับกำลังการผลิตในตอนนี้"
จักรวาล อธิบายบอกน้องชายเพิ่มเติม เพราะเห็นด้วยในความคิดนี้ของเตี่ยเป็นอย่างยิ่ง แม้ตอนนี้จะขาดทุนแต่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหยุดการพัฒนาและขยายกิจการ
ทำธุรกิจเจ็บได้ ก็ต้องโตได้
"อีกอย่างการขาดทุนที่ผ่านมาเป็นเพราะเราบริหารวัตถุดิบไม่ดีต่างหากล่ะคะ ยังไงตอนนี้ปิ่นจะลงมาดูแลฝ่ายจัดซื้อเพื่อช่วยจัดการตรงนี้ให้ดีที่สุดค่ะ"
ถ้อยคำราบเรียบบอกของ ปาริชาติ ผู้เป็นพี่สะใภ้ทำให้หัวคิ้วของจักรพงษ์ขมวดเข้าหากันทันที
อะไรกันนี่!!
“ทำไมจู่ ๆซ้อใหญ่ถึงจะเข้ามาบริหารจัดการฝ่ายจัดซื้อได้ ความคิดของใครกัน”
จักรพงษ์เอ่ยถามอย่างฉงน ด้วยพอทราบจากเมียตนว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้มีปัญหาระหองระแหงและกำลังจะหย่าจากกันในเร็วๆนี้ แล้วทำไมตอนนี้พี่สะใภ้คนสวยที่ไม่เคยคิดจะใส่ใจกิจการของตระกูลโชติพิทักษ์ถึงได้จะมาทำตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อกัน
พี่ชายเขาคิดอะไรอยู่?
“ลื้อจะเสียงดังทำไม?”
เป็นเตี่ยประเสริฐที่เอ่ยขึ้น
“อั๊วเองแหละที่ให้ปิ่นมาช่วยเพราะเขาเองก็เรียนด้านบัญชีมาโดยตรง การบริหารต้นทุนกำไรเป็นสิ่งสำคัญความจริงอีได้เริ่มทำมาสักระยะแล้วและส่งรายการให้อั๊วดู มันมีทิศทางที่เริ่มดีขึ้น ก็ให้มาช่วยกันทำช่วยกันจัดการ คนในครอบครัวเราเองทำมันอั๊วสบายใจมากกว่า”
“แต่เรามีฝ่ายจัดซื้ออยู่แล้วนิเตี่ย”
จัดซื้อที่เป็นคนของเมียเขาดูแลมาเนิ่นนาน ไม่แน่ใจว่าตอนนี้พิศมัยทราบเรื่องนี้หรือยัง จักรพงษ์ชักเริ่มไม่แน่ใจ
“ก็จัดซื้อเดิมมันไม่ได้เรื่องไง ถึงต้องให้ปิ่นไปคอยคุมเดี๋ยวต้นสัปดาห์หน้าอีจะเป็นผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของโชติพิทักษ์อย่างเป็นทางการ”
จักรพงษ์ตาเบิกโพลง ขยับปากจะพูดต่อแต่ถูกมือหนาของผู้เป็นพ่อยกปรามไว้ให้หยุดแค่นั้น ก่อนจะหันไปคุยกับซินแสด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ยังไงเรื่องโกดังก็ตามนั้น ลื้อช่วยดูหน่อยละกันว่าต้องหันหน้าและทิศทางไปยังไงถึงจะเกื้อหนุนกัน จะได้ให้ไอ้ใหญ่มันรีบดีลกับผู้รับเหมาต่อ โกดังใหม่จะได้เสร็จก่อนฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้ตามที่ปิ่นบอก ไม่งั้นวัตถุดิบเรามีปัญหาแน่”
จักรพงษ์ ได้แต่กัดฟันกรอดในใจอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วการก่อสร้างโกดังเพิ่มแห่งใหม่ที่สระบุรีนี้ ไม่ได้มาจากความคิดของเตี่ย
แต่มาจากความคิดของพี่สะใภ้
มันเกิดอะไรขึ้น ...
ทำไมตอนนี้เตี่ยถึงดูมาใส่ใจแนวคิดของผู้หญิง
ด้วยที่ผ่านมานั้นเตี่ยจะค่อนข้างมีความคิดการบริหารเป็นของตัวเอง แม้เขาจะเสนออะไรก็ยากที่จะผ่าน จะฟังบ้างก็คือจักรวาลผู้เป็นพี่ชายและซินแสกวงเท่านั้น
แต่ตอนนี้ความคิดของพี่สะใภ้เริ่มมีอิทธิพลกับเตี่ยมาก
หลังการประชุมกับผู้จัดการโกดังและซินแสเสร็จ จักรพงษ์ ก็ขอตัวออกมาสูบบุหรี่ด้านนอก เพราะรู้สึกหงุดหงิดใจเต็มทนยิ่งเห็นท่าทางของเตี่ยที่เอาแต่ใส่ใจซักถามเรื่องวัตถุดิบกับปาริชาติพี่สะใภ้โดยมีผิงผิงหลานสาวนั่งอยู่ข้างๆเขาก็ยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่ จึงรีบปลีกตัวออกมาข้างนอก หลังจากการคุยงานจบลง
จักรวาล มองตามหลังของน้องชายแล้วถอนหายใจออกมา จริงอยู่แม้ตอนนี้เขากับภรรยายังมีปัญหาที่คาราคาซังกัน แต่เขาเองเห็นด้วยทุกประการกับแนวคิดของปาริชาติและเตี่ยในตอนนี้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้น้องชายของเขาไม่พอใจ
แต่ยังไงจักรวาลก็ยังคงใส่ใจความคิดของน้องเสมอ
“เดี๋ยวผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะเตี่ย”
เขาหันมาบอกพ่อ และเหมือนอีกฝ่ายจะพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะมัวแต่ดูตัวเลขที่ปาริชาติยื่นให้ จักรวาลจึงเหยียดกายลุกขึ้นและเดินออกจากห้องมาทันที เพราะคิดว่าการคุยกับน้องชายสองต่อสองน่าจะเป็นการดีกว่า
ผิงผิง มองตาผู้เป็นพ่อก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วหันไปออดอ้อนกับผู้เป็นแม่ ด้วยเด็กหญิงรู้ดีว่าหากพ่อเดินออกไปด้านนอก อาอิงอรจะต้องเดินมาดักรอและยั่วยวนอีกดั่งเช่นทุกครั้ง และพ่อที่แสนจะสุภาพของเธอก็ไม่เคยจะปฏิเสธเลยสักครา
นั่นทำให้เด็กหญิงหันไปสะกิดแม่เบาๆ
พร้อมเอ่ยเสียงออดอ้อน
“ผิงผิงอยากกินน้ำส้มจังเลยค่ะม่ามี้”
.
.
จักรพงษ์ไม่ได้ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกคนเดียว ทว่ามีพิศมัยผู้เป็นเมียยืนคุยอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จักรวาลจึงชะงักฝีเท้าไว้เพียงแค่นั้นด้วยไม่อยากจะเข้าไปเพิ่มหัวข้อสนทนาให้ตึงเครียดขึ้นยิ่งกว่าเดิม ไว้ให้น้องชายเขาอยู่คนเดียวในจังหวะที่เหมาะสมแล้วเขาจะอธิบายให้น้องเข้าใจเอง
จักรวาล เลยหันหลังกลับเพื่อจะเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ แต่ร่างบางของอิงอรที่เปิดประตูห้องรับรองอีกฝั่งเดินปรี่มาใกล้ แล้วเกาะเกี่ยวแขนของเขาไว้แน่น พร้อมเอ่ยเสียงหวานดั่งเช่นทุกครั้ง
“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ เหนื่อยรึเปล่า?”
จักรวาล ผละห่างเล็กน้อยพยายามแกะมือของหล่อนออก ทว่าก็ยังคงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เรียบร้อยแล้วครับ อีกเดี๋ยวก็คงกลับแล้ว”
“ให้ อิ่มกลับด้วยไม่ได้จริงเหรอคะ? มินิแวนของเฮียใหญ่มีตั้งหลายที่นั่งกว้างขวางขนาดนั้น ให้ซ้อปิ่นกับผิงผิงไปนั่งแถวหลังก็ได้นี่คะ อิ่มตัวเล็กนิดเดียวคงจะไม่ได้กินพื้นที่อะไรมาก”
หล่อนเอ่ยเสียงออดอ้อน และเบียดตัวตนเข้าไปชิดยิ่งกว่าเดิม ด้วยรู้ลักษณะนิสัยของจักรวาลทายาทคนโตของโชติพิทักษ์ดีว่าเป็นคนขี้เกรงใจคนและไม่กล้าจะปฏิเสธหล่อน
ด้วยห่วงความรู้สึกของสุรีมาศผู้เป็นแม่
นั่นทำให้หล่อนยิ่งได้ใจ
ทว่า จักรวาล กลับเอ่ยบอกเสียงราบเรียบ
“คงไม่ได้หรอกครับ เฮียไม่อยากมีปัญหากับลูกและกับเตี่ยในตอนนี้ อิ่มก็เห็นแล้วนี่ว่าผิงผิงไม่อยากให้อิ่มกลับด้วย”
เขาขยับออกห่าง และเตรียมจะหมุนตัวกลับไปห้องประชุมเช่นเดิม แต่ต้องชะงักเพียงแค่นั้นเมื่อเห็นร่างระหงของ ปาริชาติภรรยาคนสวยยืนอยู่ตรงหน้าห้องครัวของแม่บ้าน และกำลังจ้องมองมาทางเขา
และเหมือนอิงอรจะเห็นอีกฝ่ายเช่นกัน หล่อนจึงเหยียดยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย
พร้อมเดินมาเบียดชิดร่างของจักรวาลดังเดิม
และเอ่ยถามเสียงหวานเพื่อจงใจให้ปาริชาติได้ยิน
“แล้วเฮียจะใส่ใจทำไมละคะ ก็ไหนเฮียเคยบอกอิ่มว่าจะรีบหย่ากับซ้อให้เร็วที่สุด เพราะทนอยู่กันไปก็ฝืนใจกันทั้งสองฝ่ายมาตลอด ไหน ๆสักวันก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว ..จะต้องไปสนใจคำพูดของเด็กผิงผิงทำไมคะ?”
******************