หย่าคืออะไรเหรอคะปะป๊า?

2084 Words
ตอนที่ 8 หย่าคืออะไรเหรอคะปะป๊า? ปาริชาติ ตัวชาวาบเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นจากปากของอิงอรแม้จะเรื่องนี้เขาคุยกับเธอมาตลอดและเมื่อคืนก็เพิ่งจะคุยกับเธออีกครั้งและเธอก็ได้ปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่ไม่นึกว่าอิงอรจะทราบเรื่องนี้ด้วย ซึ่งก็ไม่น่าจะแปลกอะไรเพราะหล่อนเองก็เป็นน้องสาวของพิศมัย คงจะพูดคุยเรื่องของเธอกับสามีกันอย่างสนุกปากอยู่แล้วกระมัง "อุ้ยตาย! ซ้อยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอคะเนี่ย ขอโทษทีอิ่มไม่ทันสังเกตค่ะ" ริมฝีปากแดงสดของ อิงอร เหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย และแสดงสีหน้าตกอกตกใจเมื่อเห็นกริยาท่าทางของอีกฝ่าย ชิ!!! ปั้นหน้าเชิดเป็นนางพญาอยู่นั่นแหละ เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด!! "ปิ่น!" จักรวาล เอ่ยอย่างตระหนก เมื่อหันไปสบตาภรรยาคนสวยที่ตอนนี้เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาเรียบเฉยและว่างเปล่าเหมือนทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ปาริชาติไม่สนใจในท่าทางนั้นเธอเตรียมหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าไปยังห้องครัวของแม่บ้าน ด้วยไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไป เธอไม่อยากจะรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของเขากับผู้หญิงคนนี้ให้เจ็บปวดหัวใจ ทว่าเสียงกังวานใสของ ผิงผิง ผู้เป็นลูกสาวดังขึ้น "อาอิ่มทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ! ปะป๊ากับมามี๊ยังอยู่ด้วยกันทุกวันทุกคืน พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ!" เสียงของลูกสาวที่ดังอยู่หน้าห้องครัวแม่บ้านทำให้จักรวาลชะงักและผละห่างออกจากอิงอรแทบจะทันที แม้ว่าที่ผ่านมาเขาเคยโอนเอนตามหล่อนด้วยต้องการประชดภรรยา กระนั้นเขาก็ยังใส่ใจความรู้สึกของลูกสาวมากกว่าสิ่งใด "อ๊ะ!" แต่เหมือนผิงผิงจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เด็กสาวกอดอกยืนนิ่งและจ้องมายังอิงอรด้วยแววตาเขม็ง พร้อมตะโกนเสียงดังยิ่งกว่าเดิมเพื่อจงใจให้พนักงานในโกดังและแม่บ้านได้ยิน "ดูสิคะทุกๆคน! อาอิ่มมาทำแบบนี้ไม่น่ารักเลย มามี๊ก็ยืนอยู่ตรงนี้ เมื่อคืนปะป๊ากับม่ามี๊ก็อยู่ด้วยกันกับผิงผิงด้วย แต่อาอิ่มกลับมาเกาะแขนปะป๊า" เสียงกังวานใสของผิงผิงนั้นดังพอที่จะทำให้แม่บ้านกับพนักงานเดินออกมาและมองอย่างอยากรู้อยากเห็น นั่นยิ่งทำให้อิงอรรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิม "ผิงผิง" ปาริชาติ เอ่ยปรามลูกสาวเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเจื่อนของอิงอรจากสายตาของพนักงานที่มองมา แต่เหมือนเด็กหญิงไม่สนใจ ผิงผิงเดินเข้าไปเกาะแขนจักรวาลผู้เป็นพ่อ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนปนสั่นเครือ "ปะป๊าคะ หย่าคืออะไรเหรอคะ? ที่อาอิ่มพูดเมื่อสักครู่หมายถึงยังไงคะ? อย่าคือห้ามทำอะไรเหรอคะ? แล้วทำไมอาอิ่มต้องมาเกาะแขนปะป๊าแบบนั้นด้วยคะ?" จักรวาลผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นของลูกสาว ชายหนุ่มย่อกายลงนั่งแล้วเอื้อมมือเกาะบ่าของลูกสาว พร้อมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่มีอะไรหรอกลูก อาอิ่มก็พูดไปอย่างนั้นแหละ พ่อกับแม่ก็ยังอยู่ด้วยกันกับผิงผิงเหมือนเดิมนั่นแหละ เมื่อคืนพ่อก็นอนที่บ้านเราผิงผิงก็เห็นไม่ใช่เหรอลูก" "งั้นต่อไปปะป๊าก็จะมานอนที่บ้านทุกวันเลยได้ไหมคะ?" เด็กหญิงออดอ้อนต่อด้วยน้ำเสียงสดใส "ได้ซิครับ ปกติพ่อก็ต้องกลับไปนอนที่บ้านเราอยู่แล้วเพียงแต่ที่ผ่านมาพ่อติดงาน ผิงผิงก็เห็นไม่ใช่เหรอลูกว่าโรงงานของเรากำลังมีปัญหาในตอนนี้ แต่ไม่เป็นไรครับต่อไปพ่อจะกลับไปนอนที่บ้านทุกวัน" จักรวาลบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โดยไม่สนใจสีหน้าท่าทางของอิงอรเลยสักนิดเดียว นั่นทำให้หล่อนหน้าเจื่อนยิ่งกว่าเดิม ทั้งสายตาของพนักงานในโกดังที่มองมาด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็น และยิ่งคำพูดของทายาทคนโตโชติพิทักษ์ที่เหมือนตอกหน้าของหล่อนให้หงายหลัง นั่นทำให้หล่อนขุ่นเคืองยิ่งกว่าเดิม จนต้องหันไปมองปาริชาติที่ยืนมองหล่อนอยู่แล้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย หล่อนก็แทบอยากกรีดร้องออกมาดังๆ แต่หล่อนพยามสะกดกั้นไว้อย่างเต็มที่ "ฝากไว้ก่อนเถอะ! ยัยเด็กบ้า" อิงอรสบถในใจก่อนจะกระทืบเท้าแล้วเดินไปยังห้องรับรองด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ผิงผิง แอบอมยิ้มในใจเมื่อเห็นกิริยานั้นของอิงอร เพราะเธอจำได้ว่าเหตุการณ์นี้แหละ จะเป็นสาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้พ่อของเธอโอนอ่อนและตามน้ำกับผู้หญิงคนนี้ จนครอบครัวเธอต้องร้าวฉานในเวลาต่อมา ด้วยจักรวาลบิดาของเธอนั้นเป็นคนสุภาพและให้เกียรติคนอื่นเสมอ จนบางครั้งกลายเป็นดาบสองคมที่มาทำร้ายตัวเองและครอบครัว นี่เป็นเหตุผลที่ผิงผิงจะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แม้ตอนนี้เธอจะอยู่ในร่างของเด็กสามขวบ แต่เธอก็มองแววตาและท่าทางของผู้หญิงคนนี้ ได้ดีว่าประสงค์สิ่งใดกับพ่อของเธอ และผิงผิงจะไม่ยอมให้หล่อนทำสำเร็จอย่างเด็ดขาด "ปะป๊ายังไม่บอกผิงผิงเลยว่าการหย่ากับม่ามี๊หมายถึงอะไร? จะเป็นเหมือนป้าแจ่มกับลุงผัดหรือเปล่าคะ?" ป้าแจ่มกับลุงผัดที่ผิงผิงเอ่ยถึงคือแม่บ้านและลุงคนขับรถที่แยกทางและหย่าขาดจากกัน เด็กหญิงจงใจนำหัวข้อนี้ขึ้นมาพูดด้วยสีหน้าแววตาใสซื่อ นั่นทำให้จักรวาลถึงกับขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเด่น ไม่เด็ดขาด!! เขาจะไม่มีวันทำให้ลูกสาวแสนน่ารักคนนี้ของเขาต้องจิตใจบอบช้ำไม่ว่าด้วยสาเหตุอันใดก็ตาม ชายหนุ่มบอกตัวเอง "ไม่หรอกครับ ยังไงพ่อกับแม่ก็ต้องอยู่ด้วยกันและจะดูแลหนูให้ดีที่สุด เรากลับกันเถอะอากงน่าจะคุยงานเสร็จแล้ว" จักรวาลยอดกายลงนั่งแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมา ก่อนจะเดินไปยืนชิดกับภรรยาที่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังว่าคำพูดเมื่อสักครู่เป็นแค่อากาศธาตุ "มามี๊กลับกันเถอะ เมื่อกี้ผิงผิงคุยกับลุงสมชาติบอกว่าเลยตรงนี้ไปหน่อยจะมีน้ำตก ผิงผิงอยากไปเที่ยวน้ำตกจังเลยค่ะปะป๊า พาไปหน่อยได้ไหมคะ?" น้ำเสียงออดอ้อนของลูกสาวทำให้จักรวาลอมยิ้มออกมาเล็กน้อยและพยักหน้าตอบรับแทบจะทันที "ได้ซิครับคนเก่งของพ่อ เรายังพอมีเวลาเดี๋ยวแวะเที่ยวน้ำตกสักสองชั่วโมงก็ได้" "เย้ๆ ปะป๊าใจดีที่สุดในโลกเลย ผิงผิงรักปะป๊า" เด็กหญิงผิงผิงเงยหน้า ก่อนจะแตะริมฝีปากจูบยังสันกรามของผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าลิงโลดจนจักรวาลต้องอมยิ้มออกมา เพราะลูกสาวของเขาสดใสน่ารักแบบนี้นี่เอง เขาถึงไม่อยากจะให้มีสิ่งใดต้องมาทำร้ายความรู้สึกของเธอ "กลับกันเถอะ" ชายหนุ่มหันมาบอกภรรยา และปาริชาติก็พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินตามเขามาโดยไม่เอ่ยถ้อยคำออกอันใดออกมา . . "ว่าไงนะ! คุณพูดจริงเหรอเนี่ย? อากงจะให้ซ้อใหญ่มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของโชติพิทักษ์ แล้วที่สร้างโกดังอีกแห่งที่สระบุรี ก็เพราะเป็นแนวคิดของมันเหรอเนี่ย? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! เมื่อกี้ฉันก็ไม่ได้เข้าไปในห้องประชุมด้วย" พิศมัย เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียหลังทราบข้อมูลจากจักรพงษ์ผู้เป็นสามี ที่ผ่านมานั้นธุรกิจของตระกูลโชติพิทักษ์เริ่มโอนถ่ายมายังสองพี่น้องคือจักรวาลและจักรพงษ์ก็จริง ทว่าปู่ประเสริฐก็ยังบริหารอยู่เต็มตัวคู่กับจักรวาลผู้เป็นลูกชายคนโต ส่วนจักรพงษ์สามีของหล่อนนั้นแทบจะไม่มีบทบาทอันใดในการบริหาร หล่อนจึงพยายามที่จะเอาคนของหล่อนเข้าไปแทรกแซงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดซื้อฝ่ายการเงินและฝ่ายบริหารทั่วไป ล้วนแล้วแต่เป็นคนของหล่อนทั้งนั้น แต่ตอนนี้การเข้ามาดูแลของปาริชาติย่อมทำให้คนของหล่อนทำงานลำบากขึ้นแน่นอน และการมีบทบาทเพิ่มเติมของซ้อใหญ่ทำให้หล่อนรู้สึกขุ่นเคืองจนแทบอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ "ใช่!! เตี่ยบอกว่าจะให้ซ้อใหญ่เริ่มงานวันจันทร์นี้เลย? และกำลังให้ซินแสกวงดูฮวงจุ้ยอยู่ว่าโกดังแห่งที่สองนี้จะสร้างออกมาเป็นแบบไหนแล้วจะให้เฮียใหญ่ดีลกับผู้รับเหมาเลย" จักรพงษ์ เอยบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ส่วนตัวเขาเองไม่ได้มีอะไรที่ขุ่นเคืองกับพี่ชายและพี่สะใภ้เลยสักนิด เพราะเขาตระหนักดีว่าความสามารถของตนอยู่ในระดับไหน หลายอย่างที่ผ่านมือของจักรวาลผู้เป็นพี่ชายล้วนลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่เหมือนมันเมื่อมาอยู่ในมือเขาให้จัดการนั้น ทุกอย่างเหมือนมีอุปสรรคไปเสียหมด แม้กระทั่งผลงานที่ผ่านมา ตัวเขาเองยังรู้สึกไม่มั่นคง แต่พี่ชายของเขากลับไม่คิดเช่นนั้น จักรวาลยังคงบริหารงานและมีแนวคิดที่จะเติบโตอย่างมั่นใจอยู่ตลอดเวลา อีกครั้งปาริชาติผู้เป็นพี่สะใภ้ใหญ่นั้นก็มีการบริหารจัดการต้นทุนและทำได้ดีจนเตี่ยพอใจ แต่ปัญหาที่ทำให้เขารู้สึกอ่อนอกอ่อนใจก็คงจะเป็นพิศมัยภรรยาของเขานี่เองแหละที่เข้ามาเจ้ากี้เจ้าการทุกเรื่อง และทำให้เขารู้สึกกดดันจนต้องอัดบุหรี่เข้าไปจนเต็มปอดแล้วพ่นควันออกมา "สูบเข้าไปฉันอยากจะบ้าตายอยู่แล้ว! ก็เพราะคุณเป็นอย่างนี้ไงอากงถึงได้ปล่อยให้ซ้อใหญ่เข้ามามีบทบาทแบบนี้ นี่ขนาดว่าพิศกำลังท้องลูกชายอยู่นะ" "จะเสียงดังทำไมล่ะพิศ เดี๋ยวคนงานก็ได้ยินเตี่ยก็นั่งประชุมอยู่ข้างใน คนอื่นได้ยินมามันจะไม่ดีเอานะ" จักรพงษ์ปรามอย่างหัวเสีย และพยายามจะเดินห่างออกไป "ก็เพราะคุณเป็นอย่างนี้ไงล่ะ! คอยดูนะสองคนนั่นจะต้องมากอบโกยเอาทุกอย่างจนไม่เหลือถึงคุณและลูกเราของเราแน่นอน" พิสมัย หัวเสียยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นท่าทีของสามี "พูดอะไรของคุณ? ทุกอย่างมีการบริหารจัดการและจัดสรรปันส่วนตามความเหมาะสมอยู่แล้ว อย่าไปพูดแบบนี้ให้เตี่ยได้ยินนะไม่งั้นเป็นเรื่องแน่ ๆ" เอ่ยเสร็จจักรพงษ์ก็เดินห่างออกไป พิศมัยอยากจะกรีดร้องออกมาให้สมกับความอดกลั้นในใจแต่เมื่อหันไปมองรอบด้านก็ต้องชะงักไว้เพียงแค่นั้น ด้วยเห็นปู่ประเสริฐกับซินแสกวงเดินออกมาด้วยกัน "ใจเย็นๆน่าซ้อ" อิงอร เดินเข้ามาใกล้และปรามเบาๆ แม้เมื่อกี้หล่อนจะฉุนเฉียวกับเด็กผิงผิงเพียงใด แต่หล่อนก็พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงท่าทีออกมาดังเช่นพี่สาว ด้วยรู้ว่าหากทำเช่นนั้นย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดแน่นอน "ไม่น่าเชื่อว่าอากงจะฟังมันขนาดนั้น แถมตอนนี้ยังดูหลงเด็กผิงผิงขึ้นมาอย่างประหลาด คอยดูเถอะถ้าฉันคลอดเด็กผู้ชายออกมาเมื่อไหร่? ฉันจะทำให้เด็กนั่นกลายเป็นหมาหัวเน่าให้ได้เลย" แม้จะประหลาดใจกับท่าทีของปู่ประเสริฐ แต่ยังไงเสียพิศมัยก็มั่นใจว่าเด็กผู้หญิงไม่มีวันจะครองใจปู่ได้เท่ากับเด็กผู้ชายแน่นอน เดี๋ยวเด็กผิงผิงนั่นก็ต้องตกกระป๋อง "ใช่ แต่กว่าซ้อจะคลอดอีกตั้งหลายเดือนเลยนะ... แถมตอนนี้แผนที่จะทำให้เฮียใหญ่ครัวแตกก็คงต้องแยบยลกว่านี้ ระหว่างนี้เราจะทำยังไงที่มันเข้ามาแทรกแซงบริษัทโชติพิทักษ์" "หึ!!" พิศมัย กำมือเข้าหากันแน่นแล้วเหยียดยิ้มออกมาเมื่อมองตามหลังของผู้สูงวัยทั้งสอง "มันคงลืมอะไรบางอย่างไป....ว่าซินแสกวงเป็นคนของเรา" ******************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD