ตอนที่ 9
เธอหึงฉัน?
"เป็นอะไรเหรอ ไม่พอใจฉันเรื่องเมื่อกี้หรือไง?"
จักรวาล เอ่ยถามภรรยาขณะนั่งมองลูกสาวเล่นน้ำตกอยู่ใกล้ๆ และเอ่ยให้ได้ยินเพียงสองคนไม่ให้ลูกสาวได้ยิน ด้วยหลังจากขึ้นรถมาจนกระทั่งถึงน้ำตก ปาริชาติ ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดกับเขาอีกเลย เธอนิ่งเงียบมาตลอด
"ไม่นึกว่าเฮียจะเอาเรื่องของเรา ไปพูดให้คุณอิ่มฟังแบบนั้น"
หญิงสาวตอบโดยไม่หันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามี
"ฉันไม่ได้พูด"
ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ "เขาน่าจะรู้มาจากซ้อรองกับไอ้สอง อีกอย่างถึงเขาจะรู้ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ทีเธอเองยังเอาเรื่องของเราไปพูดกับไอ้ยุตได้เลย”
แววตาของจักรวาลดำมืดขึ้นเมื่อเอ่ยประโยคนี้ ที่ผ่านมาเขายอมรับว่าต้องการประชดประชันเธอจริงๆ แต่ก็ไม่เคยเห็น ภรรยาจะแสดงท่าทีว่าจะหึงหวงเขาเลยสักครั้ง
และครั้งนี้น้ำเสียงของปาริชาติก็ยังคงเรียบเฉย
จนกลายเป็นเขาเสียเองที่ร้อนรนจนต้องเอ่ยถามเธอออกมา และถ้อยคำนั้นก็ทำให้จักรวาลหงุดหงิดเสียเอง
"อย่าใส่ร้ายปิ่น ปิ่นไม่เคยเอาเรื่องของครอบครัวเราไปพูดให้กับคนข้างนอกฟัง"
"แล้วมันรู้ได้ยังไง?"
หัวคิ้วหนาของจักรวาลขมวดเข้าหากัน
"ปิ่นจะไปทราบได้ยังไงคะ? อย่ามาหาเรื่องกัน และขอร้องอย่าแสดงท่าทีแบบนั้นต่อหน้าลูกอีก เมื่อกี้ถ้าลูกไม่อยู่ตรงนั้นเฮียก็คงจะให้เขาขึ้นรถมาด้วยกันซินะคะ ปิ่นแค่หวังว่าเฮียคงจะให้เกียรติปิ่นและลูกบ้าง?"
แม้จะรู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีเธออยู่ในหัวใจแล้วก็ตาม แต่ปาริชาติก็ได้แต่หวังลึกๆ ว่าอย่างน้อยเขาคงจะห่วงความรู้สึกของผิงผิงลูกสาวบ้าง
คิ้วหนาของชายหนุ่มยกสูงขึ้น
"อย่าบอกนะว่าเธอหึงฉัน?"
จักรวาลเอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากให้เธอเป็นแบบนั้น แต่ภรรยาคนสวยกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ค่ะ ...เฮียสบายใจได้ ถ้าเฮียอยากจะมีเมียสองเมียสามอย่างที่อาม่าบอกหรืออยากหย่ากับปิ่นจริงๆ ปิ่นยอมก็ได้ แต่เฮียต้องทำตามเงื่อนไขนั้นก่อน"
ไม่เด็ดขาด!!
เธอจะไม่มีวันแสดงท่าทีอ่อนแอหรือให้เขารู้เด็ดขาดว่าเธอแคร์และหึงหวงเขามากแค่ไหน เพราะยิ่งแสดงท่าทีแบบนั้นออกไปเท่าใด ปาริชาติก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่ามากขึ้นเท่านั้น
เพราะที่ผ่านมาสามีของเธอไม่เคยมองเห็นในจุดนั้นเลย
"หึ!"
จักรวาลหัวเราะในลำคอ
"เธอก็คงห่วงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวซินะ ถ้างั้นก็พยายามทำงานให้เต็มที่แล้วกัน ตอนนี้ถือว่าเตี่ยให้โอกาสเธอแล้ว ถ้าเธอทำได้ดีจนธุรกิจของโชติพิทักษ์มีกำไรขึ้นมา เมื่อถึงเวลาที่เราหย่าขาดกันจริงๆ เธออาจจะได้มากกว่าที่เธอคิดไว้ก็ได้"
หงุดหงิด!!
เป็นจักรวาลที่โมโหตัวเอง
เขาเหยียดกายลุกขึ้นแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด ก่อนจะถอดเสื้อ แล้วตามด้วยกางเกงชิโน่เนื้อดีลงกองไว้บนโขดหิน เหลือเพียงบ๊อกเซอร์สีดำตัวเดียว
ร่างกายบุรุษที่เปลือยเปล่าแน่นเครียดเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อปรากฏตรงหน้า แม้จะเห็นมาไม่รู้กี่ครั้งปาริชาติก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองโดนมนต์สะกดอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่ได้จ้องมองเรือนร่างที่งดงามราวรูปปั้นแกะสลักนี้
"ปาป๊ามาเล่นน้ำด้วยกันเถอะ"
"ครับๆ"
จักรวาลนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อหันมามองหน้าภรรยา
"มีอะไรเหรอ? จ้องซะขนาดนั้น"
ปาริชาติไม่รู้ตัวว่าสองแก้มของเธอผ่าวร้อนจนแดงก่ำไปทั้งใบหน้า และอากัปกิริยานั้นก็ทำให้คนเอ่ยถามไม่อาจละสายตาไปมองที่อื่นได้
"เปล่าค่ะ ไม่นึกว่าเฮียจะเล่นน้ำด้วย แต่อย่าเล่นนานแล้วกันนะคะเดี๋ยวผิงผิงจะไม่สบาย เกรงจะกลับถึงกรุงเทพค่ำด้วยเพราะพรุ่งนี้ลูกต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า"
หน้าสวยเบี่ยงหลบไปอีกทางไม่ยอมสบสายตาคู่สีนิลเข้มที่จ้องมองมา แม้จะแต่งงานกันมาหลายปีแล้วแต่ความห่างเหินที่มีมาในช่วงหลังทำให้เธอและเขาแทบจะไม่เคยสัมผัสและสบตากันอย่างลึกซึ้งต่อกันอีกเลย
กระนั้นทุกครั้งที่ปาริชาติได้มองเขาหัวใจของเธอก็ยังสั่นไหวเสมอ แม้จะไม่แน่ใจว่าเขาจะคิดแบบนั้นกับเธอเหมือนเดิมอีกหรือไม่ เพราะสังเกตจากท่าทีตอนที่เขาพูดคุยกับอิงอรเมื่อสักครู่ สามีของเธอแทบจะไม่ยอมผละห่างจากอีกฝ่าย หากผิงผิงลูกสาวไม่พูดประโยคนั้นออกมา
นึกแล้วปาริชาติก็น้อยอกน้อยใจอยู่ลึกๆ เป็นความขมปร่าที่เจ็บอยู่ในใจ และไม่กล้าที่จะแสดงออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เพราะไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกด้อยค่าไปมากกว่านี้
"มามี้ๆ ก็ลงมาเล่นน้ำด้วยกันซิคะ"
ผิงผิง รีบเอ่ยชวนแม่ของตน เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่ไม่สบายใจของปาริชาติตั้งแต่ออกจากโกดัง ผิงผิงตระหนักได้ดีถึงนิสัยของพ่อและแม่ ที่ทำให้เกิดปัญหาในชีวิตคู่
แม้ความจริงแล้วทั้งสองจะรักกันมาก
จักรวาลพ่อของเธอนั้นเป็นคนปากแข็ง มีทิฐิในใจค่อนข้างสูง อีกทั้งยังสุภาพและเกรงใจคนอื่นเกินไป ทำให้มีช่องว่างที่จะมีคนไม่หวังดีมาแทรกแซงได้ง่าย ส่วนปาริชาติผู้เป็นแม่นั้นได้แต่เก็บความอดทนอดกลั้นไว้ในใจ และไม่ชอบพูดความจริงออกไปกับพ่อตรงๆ ทำให้เกิดปัญหาระหองระแหงขึ้นอยู่ตลอดเวลา
แม้ว่าทั้งสองจะไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นก็ตาม
"หนูเล่นไปเลยลูก แม่ไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน"
แม่เธอปฏิเสธอีกแล้ว ทั้งที่มองตามพ่อตาละห้อย
"หนูเห็นมีกระเป๋าออกกำลังกายของแม่อยู่ข้างหลังรถ ใส่ชุดกีฬากลับก็ได้นี่คะ มาเล่นกับหนูเถอะค่ะ"
ผิงผิงบอกเสียงใสอย่างรู้ทัน ก่อนจะกวักน้ำใส่ร่างผู้เป็นแม่
"อุ้ย! ผิงผิงแม่เปียกหมดแล้ว"
"ฮ่าๆๆ งั้นมาเล่นกับผิงผิงเลยค่ะมามี๊"
ผิงผิงหัวเราะอย่างชอบใจ ปาริชาตินั้นได้แต่ส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็ต้องยอมก้าวลงมาเล่นน้ำกับลูกแต่โดยดี
"แกล้งแม่ดีนักนะ เจ้าตัวแสบ มานี่เลยๆ"
"ฮ่าๆๆ ม่ามี้ตามหนูมาเร็วๆค่ะ"
จักรวาล ค่อนข้างจะประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นสองร่างของเมียและลูก แหวกว่ายในสายน้ำเย็นด้วยท่าทีสดใส พร้อมส่งเสียงหัวเราะกังวานไปทั่ว โดยไม่รู้ว่าควรจะประหลาดใจกับเรื่องอะไรดี
ลูกสาววัยสามขวบกว่าและภรรยาคนสวยของเขาว่ายน้ำเก่งขนาดนี้ หรือเพิ่งรู้ว่าตัวเองสามารถมองภาพนี้ได้อย่างเพลิดเพลินใจ จนต้องเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ปะป๊าก็ตามหนูมาด้วยค่ะ เร็วๆ”
และก็ท่าทางสดใสนั้นทำให้จักรวาลโผเข้าไปใกล้และร่วมเล่นน้ำกับทั้งสอง ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องยังใบหน้าและเรือนร่างงดงามผุดผาดของภรรยา ที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำจนเสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นแนบกับทรวดทรงองค์เอวเด่นชัด
อกเป็นอก เอวเป็นเอว
เห็นแล้ว .....
จักรวาลเผลอกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อรู้สึกคล้ายจะกระหายน้ำทั้งที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในสายน้ำที่เย็นฉ่ำ
แต่งงานและอยู่ด้วยกันมาจนมีลูกสาวหนึ่งคน
ทำไมเขาเพิ่งรู้ว่า ...เมียเขาสวยมากขนาดนี้
**************