ตอนที่ 10
เมียคนสวย
"อ๊ะ!"
ร่างบางเซถลาเล็กน้อยขณะเดินขึ้นโขดหินที่ลื่นเพราะมีตะไคร่เกาะทำให้ปาริชาติจะตกลงไปในน้ำอีกรอบ ทว่าวงแขนแข็งแรงของ จักรวาล ประคองร่างเธอไว้ก่อนจากด้านหลัง
"ระวัง! เดี๋ยวครูดกับโขดหินจะบาดเจ็บนะ"
เสียงนุ่มทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พลันสองแก้มของหญิงสาวก็ผ่าวร้อนขึ้นมา แม้จะแต่งงานจนมีลูกกับเขามาคนหนึ่งแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้กับสามี
ปาริชาติก็จะรู้สึกใจสั่นระรัวทุกครั้ง
เขายังคงมีอิทธิพลกับเธอเสมอ
"ขอบคุณค่ะ ปล่อยปิ่นได้แล้วค่ะเฮีย"
ปาริชาติ พยายามดันกายออกห่างเมื่อรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของเธอสัมผัสกับอกกว้างที่กำยำแน่นเครียด เมื่อมองไปเห็นผิงผิงลูกสาวนั่งอยู่กับป้าอ่อนและลุงสุชาติอยู่โขดหินด้านบน
"อะไรจะขนาดนั้นแค่แตะนิดแตะหน่อย รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" จักรวาลนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อเห็นกิริยาของเธอ
"ปิ่นไม่เคยรังเกียจเฮีย"
หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมา "มีแต่เฮียนั่นแหละที่รังเกียจปิ่น และก็มีแต่เฮียนั่นแหละที่พูดว่าอยากจะหย่ากับปิ่นอยู่ทุกวัน"
เมื่อคืนก่อนเขาเองก็เพิ่งจะคุยเรื่องนี้กับเธอ นึกถึงถ้อยคำนั้นแล้วปาริชาติก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาในใจ
"เธอเองก็อยากจะหย่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
จักรวาลกระทุ้งลิ้นในกระพุ้งแก้มตน ทว่ามือหนากลับไล้ตามแนวกระดูกสันหลังบนแผ่นหลังบอบบางของภรรยาที่มีอาภรณ์เปียกชุ่มขวางกั้นอยู่ ความผ่าวร้อนจากอุ้งมือหยาบนั้นเหมือนไฟที่ทาบลงบนผิวเนื้อของเธอ ร่างบางจึงสะดุ้งไหว
"เฮียชอบคุณอิ่มเหรอคะ?"
ปาริชาติตัดสินใจเอ่ยถามไปตามตรงอย่างที่ใจตัวเองสงสัยด้วยไม่อยากจะเก็บความอัดอั้นไว้ในใจต่อไปอีกแล้ว
จักรวาลนิ่งเงียบไปเพียงครู่ ก่อนจะตอบสั้นๆ
"เปล่า ฉันไม่ได้ชอบ"
"....."
"แล้วเธอล่ะเธอชอบไอ้ยุตเหรอ? ฉันเห็นท่าทางเธอเวลาพบกับมันดูระริกระรี้เกินเหตุ"
เขาย้อนถามเธอกลับ
"คุณยุตเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ปิ่นไม่ได้คิดกับพี่เขาแบบนั้น ปิ่นก็เคยบอกเฮียไปแล้วนี่คะ"
มือเล็กประกบมือที่เริ่มซุกซนของเขาไว้
คิ้วหนาของจักรวาลกระตุกเล็กน้อย แม้จะค่อนข้างพึงพอใจในคำตอบของภรรยา แต่ท่าทางของเธอในตอนนี้ก็ทำให้เขาสนุกจนรู้สึกอยากจะรังแกเธอขึ้นมา
"ทำไม? เราเป็นผัวเมียกัน? เธอทำเหมือนว่าฉันเป็นผู้ชายแปลกหน้าสำหรับเธอ"
ลมหายใจของเขาเริ่มจะขาดห้วงขึ้นมา เมื่อสัมผัสความนุ่มหยุ่นในวงแขนของตน
"เปล่าค่ะ ปิ่นแค่ไม่ชินกับท่าทีของเฮียแบบนี้"
หน้าสวยเบี่ยงหลบสายตาคมเข้มเมื่อเขาขยับร่างเข้ามาใกล้ ปาริชาติสังเกตเห็นว่าผิงผิงลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ด้านบนและกำลังชวนลุงสุชาติและป้าอ่อนเดินห่างออกไป
คล้ายจงใจทิ้งให้เธออยู่กับจักรวาลผู้เป็นพ่อสองต่อสอง
"ทำไมเหรอ ท่าทีของฉันมันเป็นยังไง?"
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดรวยรินอยู่ข้างแก้มเนียนของเธอ ลมหายใจของปาริชาติเริ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
"ถ้าเฮียไม่ได้ชอบคุณอิ่ม ก็อย่าให้ความหวังเธอได้ไหมคะ หรือว่าเฮียอยากจะเอาใครมาเป็นเมียรองเหมือนที่อาม่าพูด?"
แม้ปู่ประเสริฐจะมีสุรีมาศเป็นเมียเอกออกหน้าออกตา และอยู่ในบ้านใหญ่ กระนั้นประเสริฐเองก็ยังมีเมียรองอีกสองคนคือชุลีและศิริวรรณ และยังไม่นับรวมกับที่ไม่ได้ให้มาอยู่ในเขตรั้วบ้านเดียวกันอีก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่จักรวาลซึ่งเป็นลูกชายคนโตของประเสริฐอาจจะอยากดำเนินรอยตามผู้เป็นพ่อก็เป็นไปได้
ชุลีเมียรองมีลูกชายคนเดียวชื่อจักรกริช ส่วนศิริวรรณเมียอีกคนมีลูกสองคนก็จริงแต่คนโตที่เป็นผู้ชายตายตั้งแต่อายุยังไม่ถึงห้าขวบเหลือเพียงคนเล็กที่เป็นผู้หญิงชื่อว่าจิตติมา นั่นทำให้ ศิริวรรณรู้สึกเสียใจจนแทบบ้า แม้ต่อมาจะพยายามมีลูกกับอากงอีกก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด
และจิตติมาคือลูกสาวคนสุดท้ายของตระกูลโชติพิทักษ์ในตอนนี้
สุรีมาศนั้นถึงเป็นเมียเอกก็จริงแต่หล่อนก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักอย่างเต็มที่จากสามี แม้จะมีลูกชายสองคนคือจักรวาลกับจักรพงษ์ แต่หล่อนก็รู้สึกเหมือนสามีไม่ใส่ใจหล่อนเท่าที่ควร และนอนแยกห้องกับประเสริฐมาตั้งแต่จักรพงษ์อายุไม่ถึงสิบขวบ
กระนั้นเมียรองอีกสองคนก็เหมือนจะไม่ได้อยู่ในความสนใจเท่าที่ควร ตอนนี้อากงมุ่งมั่นอยู่แต่กับงานและปลีกห้องนอนแยกอยู่คนเดียว และส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับชุลีเมียคนที่สองเสียมากกว่า ตอนแรกสุรีมาศเองก็ประหวั่นใจนักว่าชุลีจะมีลูกอีกคน แต่เมื่อผลตรวจน้ำเชื้อของประเสริฐออกมาว่ามีภาวะที่เริ่มเป็นหมันและยากต่อการมีบุตรหล่อนเองก็เบาใจ ตอนนี้จึงไม่ห่วงกับการที่สามีของตัวเองจะไปนอนกับใครอีกแล้ว
การเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลโชติพิทักษ์นั้น ค่อนข้างอึดอัดใจในตอนแรกสำหรับปาริชาติ ด้วยเธอได้รับรู้ทีละนิดเกี่ยวกับการแก่งแย่งชิงดีกันในบ้านใหญ่ และการยุแหย่ของทางเมียเอก เมียรองอีกหลายคน
นั่นทำให้เธอประหวั่นใจพอสมควร
ว่าสักวันหนึ่งตนเองอาจจะมีสถานะเป็นเมียเอกของสามีได้เช่นกัน แต่เธอเคยยื่นคำขาดกับจักรวาลไปแล้วหากว่าเขาจะมีเมียเพิ่ม
เธอจะเลือกทางเดียวคือหย่าขาดเท่านั้น
และถ้อยคำนี้ของเธอก็สร้างความไม่พอใจให้กับสุรีมาศแม่ของสามีเป็นอย่างมากจนเกิดความร้าวฉานในความสัมพันธ์ของสามีภรรยาระหว่างเธอกับจักรวาลมาตั้งแต่คลอดลูกสาว ยิ่งรู้ว่าเธอไม่ได้คลอดลูกคนโตเป็นเด็กผู้ชาย แม่สามีก็ยิ่งไม่ค่อยพอใจ และเมื่อเสนอให้ลูกชายมีเมียเพิ่มอีกคนคืออิงอร
แล้วปาริชาติตอบปฏิเสธไม่ยอมอย่างเด็ดขาด ยิ่งสร้างความบาดหมางระหว่างเธอกับแม่สามีให้เพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
จนความกดดันมาตกอยู่ที่จักรวาล
"ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้น ตอนนี้ในหัวของฉันคิดแต่เรื่องทำยังไงให้โชติพิทักษ์กลับมามีกำไรดังเช่นเดิม และฉันหวังว่าสิ่งที่เธอได้นำเสนอให้กับเตี่ยนั้นจะสามารถทำให้บริษัทเราพลิกฟื้นกลับมาได้ เราทั้งสองต้องร่วมมือกันนะปิ่น"
ถ้อยคำของเขาดูอบอุ่นเสียจนปาริชาติต้องโอนอ่อนตามเขาไปด้วย
"หมายถึงตอนนี้เฮียยังไม่อยากจะหย่ากับปิ่นใช่ไหมคะ?"
เธอถามย้ำเขาดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยวาววับขึ้นมา
"บอกแล้วไงฉันคิดเรื่องผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง"
แม้เขาจะเพิ่งคุยเรื่องนี้กับเธอไปเมื่อคืนวันก่อน แต่พอภรรยาคนสวยย้อนกลับมาถามอีกรอบกลับเป็นจักรวาลที่หงุดหงิดเสียเอง
"งั้นกลับกันเถอะค่ะ ค่ำแล้วเดี๋ยวจะไปถึงกรุงเทพดึก"
ปาริชาติตัดบทและผละร่างออกห่างจากเขา
"ค่อยๆ เดิน เดี๋ยวลื่น ระวังหน่อย"
จักรวาล ประคองเธอจากด้านหลังอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าปาริชาติรู้สึกว่าถ้อยคำของเขาแฝงความห่วงใยอยู่ในนั้น นั่นทำให้เธอรู้สึกสุขใจขึ้นอย่างประหลาด
"กลับกันเถอะค่ะ ปะป๊า มามี๊"
เสียงเรียกของผิงผิงลูกสาว ทำให้ทั้งคู่หันไปมองแล้วอมยิ้มออกมา บทสนทนาที่เคร่งเครียดก่อนหน้าหยุดลงเพียงแค่นั้น และผิงผิงเองก็เหมือนจะรู้เมื่อมองสีหน้าแววตาของพ่อกับแม่
แม้ตอนนี้ทุกอย่างจะยังไม่กลับมาแนบแน่นดังเดิม แต่ก็เหมือนว่าจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นพอควรอย่างน้อยผิงผิงก็ได้เห็นประกายบางอย่าง
ปรากฏอยู่ในแววตาของจักรวาลผู้เป็นพ่อ
.
.
รถตู้คันหรูมาถึงบ้านในเขตรั้วโชติพิทักษ์ในเวลาประมาณห้าโมงเย็น ผิงผิงซึ่งหลับมาตลอดทาง กระโดดลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท ด้วยรู้สึกเวียนหัวกับการอยู่ในบทเด็กสามขวบนี้เต็มทนและอยากจะขึ้นไปนอนดูซีรีย์เพลินๆ บนห้องนอนแล้ว
"ผิงผิง อย่าวิ่งลูกเดี๋ยวล้ม"
ปาริชาติปรามลูกสาวเบาๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นรถเบนท์ลีย์คันสีดำที่คุ้นตาจอดอยู่หน้าบ้าน เด็กรับใช้เข้ามาบอกเธอด้วยท่าทางนอบน้อม
"คุณประไพกับคุณชยุต มารอพบคุณปิ่นที่ห้องรับรองตั้งแต่บ่ายสองแล้วค่ะ"
หัวคิ้วของจักรวาลกระตุกขึ้นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น ใบหน้าหล่อเหลาอึมครึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มรีบเดินสาวเท้าตามภรรยาเข้าไปในบ้าน ปากก็พร่ำบ่นสบถอยู่ในใจอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน
"ไอ้เวรนี่!! กล้ามาหาเมียกูถึงบ้านเลยเหรอ?"
**************