ตอนที่ 1
ปีเตอร์
ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านของผมเอง ทุกคนกำลังรอฟังการเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อ พ่อของผมเพิ่งเสียไปเมื่ออาทิตย์ก่อน มันทำให้ตอนนี้ชีวิตผมไม่เหลือใคร ถ้าเป็นคนอื่นก็คงต้องรีบแต่งงานหาภรรยาเข้าบ้านบ้างจะได้ไม่เหงา แต่สำหรับผม การไม่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตนน่าจะดีกว่า ผมรักอิสระมากกว่าต้องมานั่งรักคนเพียงคนเดียว
"คุณหนูคะ ทนายกฤษมาแล้วค่ะ"
นมแจ่มบอกผม ผมลืมบอกไป นมแจ่มเป็นคนเลี้ยงผมมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ ผมยังเหลือนมแจ่มอยู่ทั้งคน ผมลืมคิดไปได้ยังไง
จากนั้นผมเดินเข้าไปที่ห้องรับแขกที่ตอนนี้มีน้าวิมล น้องสาวของพ่อผม และ ยัยวิภา ลูกสาวของน้าวิมล น้องสาวของผมเองนั่งอยู่ก่อนแล้ว
"สวัสดีครับ คุณปีเตอร์ ถ้าทุกคนมาครบแล้วผมขออนุญาติเปิดพินัยกรรมเลยน่ะครับ"
ทนายกฤษพูด ผมจึงพยักหน้ารับ ..
"ข้าพเจ้า นาย วสัตน์ จอห์นเน็ก เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรม เมื่อเสร็จสิ้นงานศพของข้าพเจ้าแล้ว ทรัพย์สมบัติ ของข้าพเจ้าที่มี ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1 บ้าน หลังกลาง มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบ้าน ที่จังหวัด จันทบุรี พร้อมเงินในบัญชี 20 ล้านบ้าน เครื่องเพชรจำนวน 4 ล้านบาท ขอมอบให้นาง วิมล เกรสวูส และนางสาววิภา เกรสวูส ส่วนที่2 บ้านของต้นตระกูล จอห์นเน็ก จำนวน 45 ล้านบาท แล้ะบ้านที่ชลบุรี 10 ล้านบ้าน รวมทั้งบริษัท โกลด์จอหน์ บริษัทผลิตเครื่องประดับเพชร พร้อมเงินสด ทั้งหมด ที่เหลือจากการให้นางวิมลกับวิภาแล้ว ขอยกให้ นาย ปีเตอร์ จอห์นเน็ก ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว "
ผมไม่ได้ตกใจ ที่คุณพ่อยกสมบัติมากมายให้ผม แต่สิ่งที่ผมตกใจคือ
"สุดท้ายนี้ เมื่อข้าพเจ้า นายวสันต์ จอห์นเน็ก สิ้นลมหายใจแล้ว ขอให้ลูกชาย นาย ปีเตอร์ จอห์นสัน ได้ทำการหมั้นหมาย กับ ลูกสาว ของ นาย ไบร์เลท กลอสดอม นั่นก็คือ นางสาว บาน่า กลอสดอม โดยให้นางสาว บาน่า กลอสดอม ย้ายเข้ามาอยู่ภายในบ้าน จอห์นเน็ก ในฐานะคู่หมั้น ของ นาย ปีเตอร์ จอห์นเน็ก ภายในเวลา 3 เดือน เมื่ออยู่ด้วยกันครบกำหนด ถ้ามีการรักใคร่ชอบคอกัน ขอให้ นาย ปีเตอร์ จอห์นสัน นำแหวนต้นตระกูลของเรา ไปสู่ขอเจ้าสาว แต่ถ้าไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกันเลย ขอห้นายปีเตอร์ มอบเงิน จำนวน 20 ล้านบาท แก่นางสาวบาน่า กลอสดอม แต่ถ้านายปีเตอร์ จอห์นเน็กไม่กระทำตามสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ สมบัติที่ข้าพเจ้ามอบให้นายปีเตอร์ จอห์นเน็กทั้งหมดถือว่าเป็นโมฆะ แล้วให้ ทนายกฤษ นำเงินทั้งหมด ไปบริจาคให้เด็กยากไร้แทน ด้วยรักและห่วงใย จาก นาย วสันต์ จอห์นเน็ก "
อะไรนะ ไม่จริงใช่มั้ย หูฝาดแน่ๆ คุณพ่อจะให้ผมไปหมั้นกับใครก็ไม่รู้ คุณพ่อก็รู้ว่าผมไม่อยากมีเมีย ถ้าพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้าน สาวๆของผมจะคิดยังไงล่ะ คุณพ่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ทำไม่ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"เป็นไปได้ยังไง นี่คุณพ่อคลุมถุงชนผมหรอคุณกฤษ ไม่จริงใช่มั้ยๆ"
ผมเขย่าแขนทนายกฤษ เพราะผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆ
"เป็นไปแล้วครับคุณปีเตอร์"
ทนายกฤษพูดพร้อมส่งยิ้มให้ผมม อะไรเนี่ย ผมอยากจะบ้าตายยยยย
"เย้ๆๆ ถ้างั้นก็ดีเลยค่ะ คุณแม่จะได้อุ้มหลานสักที ภาก็จะได้อุ้มหลานด้วย ใช่มั้ยคะคุณแม่"
ยัยภายังมีอารมณ์มาตอกย้ำผมอีก ลูกหรอ ไม่ๆๆๆ ผมจะไม่มีลูก ผมเกลียดเด็ก!
"นี่ ยัยภาอยากมีลูกก็ทำเองสิ เกี่ยวอะไรกับพี่ห้ะ"
ผมตอบกลับอย่างคนหัวเสีย
" แหม๋ พี่ปีเตอร์ ก็ ภาแค่ไม่อยากเห็นพี่ชายของภาเป็นเสือผู้หญิงนี่คะ วันๆ ไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง ไม่รู้มัวแต่ไปหาผู้หญิงที่ไหนมาบ้าง"
ยัยภาพูดพร้อมทำหน้ากวนประสาท ผมยอมรับน่ะว่าเป็นเสือผู้หญิง ฟันแล้วทิ้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่ถ้าต้องมาอยู่กับผู้หญิงหน้าเดิมๆ ตั้งสามเดือน ผมคงอึดอัดเป็นบ้า แถมผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง หัวนอนปลายเท้าเป็นยังไงก็ไม่รู้
"พี่จะไปไหนก็เรื่องของพี่น่า เด็กไม่เกี่ยว"
ผมเถียงยัยภาพร้อมลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นบน นี่ผมคงเถียงเด็กแพ้อีกแล้วสอนะ