บทที่ 1: ตฤณ
ตฤณเดินผ่านประตูกระจกของบริษัท M Tech ซึ่งเป็นบริษัทไอทีชื่อดังด้วยความมั่นใจ บริษัท M Tech เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มั่นคงและยิ่งใหญ่ด้วยสมองอันชาญฉลาด ความมุ่งมั่น และการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องของตฤณ ปัจจุบันเมื่อเขาอายุ 32 ปี ตฤณก็ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองในอุตสาหกรรมไอทีที่แข็งแกร่งพอๆ กับอาคารสูงสำนักงานของเขา เขาเป็นผู้ชายผิวขาว ตัวสูง 185 เซนติเมตร ผมสีดำเข้ม ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาลเข้ม เต็มไปด้วยมุ่งมั่นและความอบอุ่นที่ดูเหมือนแทบจะไม่ได้อยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่มีเดิมพันสูง
แม้ว่าเขาจะมีหน้าตาอันหล่อเหลาและสมองที่ทันเกมในเชิงธุรกิจจนเป็นอันที่กล่าวขาน แต่คนในบริษัททราบกันโดยทั่วว่าเขาเป็นที่รัก และอัธยาศัยดีกับคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเขาเป็นคนที่ติดดิน และความเป็นกันเองกับทุกๆคน ทำให้ทีมงานที่บริษัท M Tech ชื่นชมเขาเป็นอย่างมากไม่ใช่แค่ความเฉียบแหลมในการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ยังชื่นชมความซื่อสัตย์และความเมตตาของเขาด้วย เขามักจะมีความสามารถพิเศษในการจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับชีวิตของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการจำชื่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขา หรือวันเกิดของพนักงานในบริษัท เขาเป็นเจ้านายประเภทที่มักจะใช้เวลาพูดคุยกับพนักงานเกี่ยวกับแผนวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือส่งการ์ดวันเกิดให้ทีมเป็นการส่วนตัว
ซึ่งความสำเร็จของตฤณไม่ใช่ความบังเอิญ มันเป็นผลมาจากการอุทิศตนกับงานอย่างทุ่มเทและความเข้าใจเกี่ยวกับโลกเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เขาเริ่มต้น M Tech จากสำนักงานขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คน ค่อยๆสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้และฝึกฝนตัวเองอย่างเคร่งครัดภายใต้การแข่งขันที่ดุเดือด และความกดดันในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และในที่สุดด้วยความสามารถและความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขานำพาบริษัทของเขาไปสู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมได้ โดยเปลี่ยนบริษัทขนาดให้กลายเป็นบริษัทที่เป็นที่รู้จักในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
วันนี้ก็เช่นเดียวกันขณะที่ตฤณกำลังเดินเข้าไปในห้องทำงานอันกว้างขวางของเขา เขาได้รับการต้อนรับด้วยเสียงทักทายของพนักงานบริษัทที่คุ้นเคย สำนักงานผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความสะดวกสบาย โดยมีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่มองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา โต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยเอกสาร แต่ได้รับการจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงนิสัยที่มีระเบียบวินัยของเขา
เอมอร เลขาสาวของตฤณเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะของเธอขณะที่เขาเดินเข้ามา
“สวัสดีตอนเช้าค่ะบอส คุณมีการประชุมเวลา 9.00 น. กับทีมพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม และเวลา 10.30 น. คุณมีพบปะกับลูกค้าใหม่ที่สนใจในโปรเจคของเรา”
“ขอบคุณมากครับคุณเอมอร” ตฤณตอบพร้อมกับส่งยิ้มอันอบอุ่นให้เธอ
เขาเหลือบมองนาฬิกา “ก่อนเวลา 9.00 น. ผมมีเวลานิดหน่อยนะ ผมอยากรู้เรื่องโปรเจคล่าสุดว่ามีข้อมูลอัพเดทอะไรบ้าง”
“ได้ค่ะ บอส” เอมอรตอบรับอย่างกระตือรือร้น
ขณะที่เอมอรอัพเดทเขาเกี่ยวกับความคืบหน้าของซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดของบริษัท ตฤณก็ตั้งใจฟังและขมวดคิ้วอย่างจดจ่อด้วยความตั้งใจ ความกระตือรือร้นของตฤณไม่เคยลดลงเลย เขาสนใจในทุกรายละเอียดอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพื่อธุรกิจเท่านั้น แต่เพราะเขาใส่ใจคนที่ทำงานร่วมกับเขา
หลังการประชุม ตฤณเดินผ่านสำนักงานแบบเปิดโล่ง และแวะพูดคุยกับสมาชิกในทีมเป็นครั้งคราว การปรากฏตัวของเขาได้สร้างความมั่นใจ และเป็นการให้กำลังใจต่อพนักงานทุกคนในองค์กร ซึ่งมีผลการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทุกคน เขามีวิธีที่จะทำให้วันที่เครียดที่สุดให้เหมือนวันธรรมดาที่สามารถจัดการได้ง่ายๆ พนักงานให้ความเคารพเขาไม่ใช่แค่ในฐานะเจ้านาย แต่ในฐานะที่ปรึกษาและเพื่อนด้วย
เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ตฤณมีนัดทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง วันนี้เขาสัญญาว่าจะพบกับผู้ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและเพื่อนของเขาที่ร้านอาหารแปลกตาที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก แคนดี้สาวสายหุ้นส่วนคนสำคัญของตฤณที่เคยร่วมงานเป็นเวลาเกือบสิบปี เมื่อตฤณมาถึง เธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะแล้ว เธอเอ่ยทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“หวัดดีค่ะ ตฤณ คุณมาทันเวลาพอดี ฉันมีข้อมูลอัพเดทที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับโครงการใหม่นี้”
พวกเขาคุยกันเรื่องธุรกิจอย่างออกรส แคนดี้เป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาธุรกิจของตฤณมาตั้งแต่สมัยเริ่มต้นที่ M Tech พวกเขาฝ่าฟันพายุมาด้วยกันและแบ่งปันชัยชนะนับไม่ถ้วน ความผูกพันของพวกเขาเป็นมากกว่าคู่ค้าทางธุรกิจ พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจความฝันและความยากลำบากของกันและกัน
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ตฤณก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งหนึ่งนั่นก็คือชีวิตส่วนตัวที่สมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่ชีวิตโรแมนติกของตฤณนั้นก็ยังก็ไม่ได้ขาดแคลนใดๆ เขามักจะมีสาวสวยมากมายแวะเวียนเข้ามาในชีวิตของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่เขาให้ความสำคัญกับอาชีพการงานของเขามากจนไม่มีเวลาสำหรับความสัมพันธ์อย่างจริงจังมากนักกับใคร ในบางครั้งเขาสงสัยว่าเขารักสนุกมาก นี่เป็นส่วนหนึ่งของของชีวิตเขาที่นอกเหนือไปจากโลกแห่งโค้ดและกลยุทธ์ทางธุรกิจ
หลังจากการพูดคุยของพวกเขา ตฤณก็มุ่งหน้ากลับไปที่ออฟฟิศพร้อมกับความรู้สึกถึงจุดมุ่งหมายครั้งใหม่ ส่วนที่เหลือของวันเต็มไปด้วยการอภิปรายเชิงกลยุทธ์และการแก้ปัญหา เมื่อใกล้ค่ำ สำนักงานก็เริ่มเงียบลง ตฤณใช้เวลาสักครู่เพื่อมองดูแสงไฟในเมืองที่ส่องประกายระยิบระยับในระยะไกล เขารู้สึกพึงพอใจอย่างสุดซึ้งเมื่อรู้ว่าการทำงานหนักของเขากำลังสร้างความแตกต่าง
ตฤณออกจากออฟฟิศอย่างช้าๆ ขณะที่เขาเดินผ่านถนนในเมือง โลกดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานท่ามกลางแสงสีเสียงกำลังรอคอยเขาอยู่