รถสปอร์ตคันหรูแล่นขึ้นไปบนเขาอย่างรวดเร็ว เส้นทางการไปยังเคหาสน์แห่งนี้ค่อนข้างคดเคี้ยวลดเลี้ยวพอสมควร
อรรวินทร์หมุนพวงมาลัยรถให้เลี้ยวไปตามถนนอย่างใจร้อนด้วยข่าวที่เพิ่งได้รับมานั้นไม่อาจทำให้เธอใจเย็นลงได้เลย
“ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หญิงสาวผินดวงหน้าหวานหันมามองดูอามันด์ที่เวลานี้หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว
“เออ หลับไปก็ดี ปวดหัวเหมือนกัน” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองอย่างแผ่วเบาด้วยกลัวชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมา
คฤหาสน์หลังโตตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว เคหาสน์หลังนี้เป็นสมบัติของอรรวินทร์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ประตูรั้วสีขาวสะอาดตาที่มองเห็นได้ในระยะไกลเปิดออกกว้าง...รถสปอร์ตราคาแพงเหยียบล้านเคลื่อนเข้าไปในรั้วระแนงสีขาวกระจ่างตาที่อรรวินทร์บังคับให้พี่เจมส์ขัดรั้วเหล่านี้ทุกวัน
อรรวินทร์ขับรถเข้าไปจอดในโรงรถ มือเรียวบางเอื้อมบิดกุญแจเพื่อดับเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว
“นายตื่นได้แล้ว” หญิงสาวกล่าวเป็นภาษาอังกฤษกับอามันด์ชายหนุ่มที่หลับตาพริ้มด้วยความอ่อนแรงมาตลอดทั้งวัน
หญิงสาวเอื้อมปลดเข็มคัดนิรภัยให้ชายหนุ่มที่หลับสนิทตรงหน้าอย่างเบามือ
มือเรียวเอื้อมออกมี่บริเวณไหล่ของอามันด์ หญิงสาวหมายจะเขย่าปลุกผู้โดยสารให้ตื่นจากการหลับใหล ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่อามันด์ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที
อากัปกิริยาของชายหนุ่มทำให้อรรวินทร์ชะงัก...หญิงสาวชักมือกลับไปจับพวงมาลัยรถยนต์ทันที
“ไปลงรถ...นี่บ้านใหม่ของนาย” หญิงสาวกล่าวเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษกับชายหนุ่มที่ลืมตาตื่นขึ้นมาตรงหน้าของเธอ
อรรวินทร์เปิดประตูรถออกพลางก้าวลงมายืนสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่ก้าวลงมาด้วยทีท่าเก้ ๆ กัง ๆ
[อามันด์ part]
ร่างเพรียวของหญิงสาวที่กำลังปรากฎตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มผู้ข้ามมิติกาลเวลาผ่านรูหนอนมา อดหยุดมองด้วยประหลาดใจและแปลกตาไม่ได้
แสงแดดทอประกายอ่อนนุ่มขับให้เรือนไหมสีดำสนิทของหญิงสาวดำขลับเป็นเงาสวยงาม ดวงหน้าหวานของอรรวินทร์ในยามนี้ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มละสายตาไปได้เลย
พวงแก้มของหญิงสาวขึ้นสีระเรื่อ อามันด์เพิ่งสังเกตเห็นแววตาสดใสไม่ขุ่นมัวเหมือนตอนอยู่ในสถานที่เดิมที่เขาเรียกมันว่ากระป๋องเหล็ก แต่อรรวินทร์กลับเรียกมันว่า ‘คาร์’
ชายหนุ่มนึกขันในใจเมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังมองเห็นการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิให้กับชนชั้นแรงงาน หรือชาวนาที่ถูกกดขี่ข่มเหงอยู่เลย แต่ไฉนเลยเขากลับมาโผล่ในที่อิสระเสรีแบบนี้
ผู้คนที่นี่ล้วนแต่งตัวประหลาดตาแต่พวกเขากลับมีอัธยาศัยดีและน้ำใจช่วยเหลืออามันด์ ชายหนุ่มที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่พูดภาษาต่างดาวคนนั้นกลับมีความอ่อนโยนให้กับเพื่อนมนุษย์ผู้ร่วมโลกด้วยกันเองเสียนี่...โลกคู่ขนานใบนี้ช่างประหลาดเสียนี่กระไร!
ชายหนุ่มอดรู้สึกชื่นชมหญิงสาวตรงหน้าของเขาไม่ได้ในความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์แม้จะเป็นชาวต่างดาวด้วยกัน หากอามันด์คาดคะเนไม่ผิดไปจากนี้ เวลานี้เขาคงต้องอาศัยพึ่งใบบุญใบโตใบนี้ของเธอเสียแล้ว
อามันด์ครุ่นคิดหญิงสาวชาวต่างดาวตรงหน้าช่างมีใบหน้าละม้ายคล้ายมนุษย์ด้วยกันเสียเหลือเกินทั้งสตรีผู้นี้ยังสามารถสื่อสารภาษาของผู้ดีลอนดอนได้เสียด้วย
“นี่อาจเป็นโชคสองชั้นของผมเป็นแน่” ชายหนุ่มเอ่ยสำเนียงภาษาฝรั่งเศสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
[End of อามันด์ part]
สำเนียงเมื่อครู่ของชายหนุ่มแม้จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา หากแต่ก็ดังพอที่อรรวินทร์จะได้ยินสำเนียงภาษาฝรั่งเศสที่ชัดถ้อยชัดคำของชายหนุ่ม จนทำให้หญิงสาวอดสงสัยในที่มาที่ไปของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้
“หรือตานี่จะมาจากประเทศฝรั่งเศส แล้วเขาเกี่ยวอะไรกับบ้านของเราล่ะ” อรรวินทร์เอ่ยกับตนเองอย่างแผ่วเบา
หญิงสาวสะบัดไล่ความคิดในหัวไปเสียดื้อๆ เวลานี้บุรษหนุ่มคนนี้ควรต้องไปพักผ่อน อรรวินทร์เดินอ้อมรถสปอร์ตคันหรูไปอีกทาง
อรรวินทร์เผชิญหน้ากับอามันด์ มือเรียวบางของหญิงสาวเอื้อมไปจับมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนอามันด์สะดุ้งโหยง
“ตามมานายอามันด์” หญิงสาวเจ้าของฤหาสน์หลังโตเอ่ยเป็นสำเนียงภาษาฝรั่งเศสแล้วกึ่งลากกึ่งจูงอย่างถูลู่ถูกังชายหนุ่มที่เธอเพิ่งช่วยเหลือให้เดินตามเธอไปในคฤหาสน์
อรรวินทร์ออกแรงเพียงเล็กน้อย ไม่นานนัก..สองขาก็พาหญิงสาวและชายหนุ่มมาหยุดอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหราฬหลังหนึ่ง
มือเรียวบางปล่อยมือของชายหนุ่มออกให้เป็นอิสระ หญิงสาวเจ้าของคฤหาสน์ผายมือเชื้อเชิญอามันด์เข้าไปพักในคฤหาสน์ของเธอทันที
“เข้าไปซิ ห้องนอนของนายอยู่ทางขวาติดกับห้องโถงใหญ่” อรรวินทร์กล่าวกับชายหนุ่มเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วยน้ำเสียงปกติทว่าอามันด์ยังคงยืนนิ่งอย่างงุนงง นั่นทำให้หญิงสาวอดรู้สึกรำคาญใจไม่ได้
มือเรียวของหญิงสาวคว้าหมับเข้าที่มือหนาของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ร่างเพรียวออกแรงจูงชายหนุ่มอีกครั้งทันที
“ตามมา” หญิงสาวเอ่ยด้วยเพียงคำสั้นๆ แต่เป็นภาษาฝรั่งเศส
ปลายเท้าเรียวขาวสะอาดของอรรวินทร์สาวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์หลังโตที่หญิงสาวเป็นเจ้าของอยู่อย่างไม่ทันที่อามันด์จะได้ตั้งตัวเตรียมใจอะไรทั้งสิ้น
เวลานี้อรรวินทร์ ‘ผู้จูง’ เดินนำอามันด์ผ่านห้องโถงใหญ่โออ่ากว้างขวาง และละลานตาไปด้วยรูปภาพ ศิลปะสมัยโกธิคที่เขวนผนังอยู่
ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนของอามันด์เบิกกว้าง ชายหน่มอดคิดไม่ได้ว่าเวลานี้อรวินทร์ได้พาเขากลับมายังบ้านเมืองของเขาทว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่ชนชั้นแรงงงาน ชาวนาอย่างพวกเขาควรอยู่และควรพบเจอ
ราวกับฝัน..อามันด์จ้องมองรูปภาพดอกกหุลาบสีดำสนิทที่อยู่ในโหลแก้วสะท้อนแสงอย่างลืมตัว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาไม่อาจทำให้เขาละสายไปได้เลย
หยาดน้ำค้างในภาพวาดช่างเหมือนจริงยิ่งนัก ภาพเขียนสีน้ำมันตวัดลายเส้นอย่างบรรจงทว่าสีที่ละเลงลงไปนั้นเป็นสีดำเข้มสนิท...อามันด์อดนึกในใจไม่ได้
หากคะเนดูแล้วภาพนี้น่าจะใช้กฎสามเหลี่ยมทองคำของนักปรัชญาอย่างพีทากอรัสเป็นเส้นพื้นฐานสำคัญในการร่างภาพดอกกุหลาบในโหลแก้วขึ้นมา
อรรวินทร์สัมผัสได้ว่าอามันด์หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงหน้าคมขำเบือนหน้ากลับมามองยังชายหนุ่มที่มาเยือน
ภาพตรงหน้าของหญิงสาวหาดูได้ยากยิ่ง แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนจางฉายอาบไล้ให้ดวงหน้าคมคายให้เข้มขึ้น...ยามเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ากำลังมองสำรวจภาพวาดโกธิคของคุณย่าอย่างสนใจใคร่รู้
อรรวินทร์ ติวเตอร์สาวผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์รู้สึกราวกับแววตาทั้งสองข้างของอามันด์นั้นได้ดึงดูดความสนใจในตัวเธอ ห ญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างมีเสน่ห์เหลือเกินจนเธอเองก็ ‘รู้สึก’ ถึงบางอย่างที่กระเพื่อมในใจเธอเช่นกัน
“อามันด์” หญิงสาวเอ่ยพลางกระแอมไอเล็กน้อย
อามันด์หันมาสบดวงตาทั้งสองข้างของเธอที่มองมาทางเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งใจ
วูบหนึ่งที่เขารู้สึกว่า อรรวินทร์เป็นสตรีชวนฝันที่กำลังหลงใหลในตัวเขา...ทว่าเพียงชั่วครู่แววตาคู่นั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นกระด้างแข็งอย่างรวดเร็ว
“ขอรับ” อามันด์เอ่ยเป็นสำเนียงฝรั่งเศสอย่างลืมตัว
“ต่อไปนี้ไม่ต้องพูดว่าขอรับ ให้พูดว่าครับอย่างเดียวก็พอเข้าใจไหมคะ” อรรวินทร์เอ่ยสอนอามันด์เป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงเข้ม
“เข้าใจค...ครับ” อามันด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ท้ายประโยคชายหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกักเล็กน้อยอย่างไม่มั่นใจในคำที่หญิงสาวตรงหน้าพาพูดนัก
“เชื่อมั่นในตัวนาย ฉันเชื่อว่านายสามารถทำได้” อรรวินทร์เอ่ยกับบุรุษหนุ่มด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง หญิงสาวเผลอตบบ่าของเขาอย่างลืมตัว
อรรวินทร์เดินออกไปนานแล้ว หากแต่อามันด์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม น้ำเสียงของสตรีเบื้องหน้าของชายหนุ่มชนชั้นแรงงานในเวลานี้ช่างอ่อนโยนอย่างหาตัวจับได้ยากยิ่งนัก
หญิงสาวที่ปรากฎแค่เพียงไม่กี่ชั่วยามทำให้ดวงใจของเขาไหววูบได้ขนาดนี้เชียวหรือ...อามันด์อดนิ่งคิดในใจไม่ได้
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยมือหนาของชาวนาหนุ่ม ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองห้องนอนใหม่ของเขาด้วยแววตาเปล่งประกาย
ห้องนอนใหม่ของอามันด์หรูหราเสียจนเขาแทบไม่กล้าจะนั่งลงแต่ก็จำใจต้องนอนเพราะนี่คือคำสั่งของหญิงสาวต่างดาวคนนั้น
ภายในห้องนอนแบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างห้องน้ำและห้องนอนอย่างชัดเจน...อามันด์ถอดรองเท้าของเขาออกแล้วเอนหลังพิงเตียงนอนขนาดกว้างที่ชายหนุ่มมองว่ามันหรูหราที่สุดที่เขาเคยพบเจอมา!
เอ๋งเอ๋งเอ๋ง” เสียงร้องลั่นของสุนัขพันธ์หนึ่งดังขึ้นขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอนพิงและเข้าสู่ภวังค์อยู่
อามันด์เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่าเวลานี้ชายหนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าตูบหน้าย่นตัวหนึ่ง
เจ้าตูบตัวนี้มีผิวสีดำสนิท มันเป็นสุนัขที่ดวงตากลมโตแป๋วสดใสแลดูร่าเริง ทว่าเวลานี้ขาของมันติดอยู่กับซี่ล้อจักรยานคันใหญ่ที่อามันด์ไม่เคยเห็นจักรยานคันยักษ์แบบนี้ที่ไหนมาก่อน
มือหนาของอามันด์เอื้อมลูบหัวเจ้าตูบอย่างแผ่วเบา อามันด์สังเกตว่าเสียงร้องของมันเวลานี้คล้ายกับว่ากำลังบาดเจ็บอยู่ ไวกว่าความเร็วแสง...ชายหนุ่มเอื้อมมือออกแรงดันขาข้างหลังของสุนัขที่ติดอยู่เบื้องหลังจักรยานออกมาอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้า
เสียงร้องของเจ้าตูบหยุดลงแล้ว หมาน้อยแลบลิ้นเลียหน้าเขาจนอามันด์ต้องเบือนหน้าหนีอย่างตกใจ
อามันด์กอบกุมเจ้าตูบขึ้นมาในมืออย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงพลางดูขาเจ้าตูบอย่างนึกชื่นชมในผลงานชิ้นโบว์แดงของตนเองที่ช่วยเจ้าหมาน้อยได้สำเร็จ
“คุณอรครับ หาจนทั่วแล้วไม่เจอเลย” เสียงของขนุนกล่าวกับอรรวินทร์ด้วยสีหน้าสำนึกผิดเต็มประดา
“ทำยังไงดีละเนี่ย” อรรวินทร์อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ หญิงสาวทำท่าจะต่อว่าขนุนให้เข็ดหลาบเสียยกใหญ่
“โฮ่งโฮ่ง” เสียงเห่าของสุนัขดังขึ้นใกล้อรรวินทร์เรื่อยๆ หญิงสาวหันขวับไปตามต้นเสียงที่คุ้นเคยทันที
“เลอนัวร์! อามันด์!” อรรวินทร์เอ่ยอย่างดีอกดีใจ
ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเป็นภาพที่ช่วยชีวิตของขนุนได้อย่างหวุดหวิด
อามันด์อุ้มเจ้าตูบแสนรู้ สุนัขหน้าย่นไว้แนบอก ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้นจนออรวินทรได้กลิ่นหอมอ่อนจางของดอกไม้
“เลอนัวร์ลูกแม่” อรรวินทร์เอ่ยขึ้นอย่างดีอดดีใจ
หญิงสาวสาวเท้าไปใกล้ชายหนุ่มที่อุ้ม เลอนัวร์ เจ้าตูบสีดำตัวเล็กอย่างดีใจ
“หาเจ้าตูบอยู่หรือไม่” อามันด์กล่าวกับหญิงสาวเป็นสำเนียงภาษาฝรั่งเศส
“ใช่” อรรวินทร์เอ่ยอย่างลิงโลด หญิงสาวพยักหน้าให้เขาเป็นสัญลักษณ์ว่าใช่เธอกำลังหาสิ่งนี้อยู่
อรรวินทร์รับเจ้าตูบมาจากอามันด์ ดวงหน้าหวานของหญิงสาวแต้มระบายรอยยิ้มอย่างปรีดาพลางสาวเท้าเดินออกไป ทิ้งให้ขนุนมองตาปริบๆกับอามันด์ที่ยืนมองอรรวินทร์อย่างอารมณ์ดี