ไฟบนเพดานสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามเมื่อมือเรียวกดเอื้อมเปิดไฟในโรงพยาบาลแห่งนี้
“จำได้ไหมว่า...คุณชื่ออะไร” เสียงหวานใสเอ่ยออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มรูปกระจับ ดวงตาคู่สีดำสนิทของหญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยสายตาจับสังเกต
“ชือ” สำเนียงแปร่งเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากงามของชายหนุ่มปริศนาที่อรรวินทร์เพิ่งช่วยเหลือมาเมื่อเที่ยงคืนแล้วรีบพาบุรุษผู้นี้มาส่งที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
“ฉันหมายถึงว่า...คุณชื่ออะไร” หญิงสาวผมสั้นเอ่ยย้ำอีกครั้งอย่างเหลืออดทว่าคราวนี้หญิงสาวพยายามอย่างใจเย็นที่จะถามเขาด้วยน้ำเสียงชัดเจนชัดถ้อยชัดคำกว่าเดิม
“ผมมีนามว่า อามันด์” ชายหนุ่มปริศนาที่โผล่มาบ้านของอรรวินทร์ตอบหญิงสาวด้วยสุ้มเสียงสำเนียงแปร่งแตกต่างจากสำเนียงคนในประเทศของหญิงสาว
“นาม” อรรวินทร์ทวนคำอย่างประหลาดใจ แม้เธอจะเคยอ่านหนังสือเทพนิยายกรีกโรมันมาบ้างแต่การที่หญิงสาวได้เจอบุรุษหนุ่มในศตวรรษที่ 21 เรียกขานคำว่านามแทนที่จะเรียกเป็นคำว่าชื่อของตนเองนั้น อดทำให้หญิงสาวผมสั้นอย่าง ‘อรรวินทร์’ อดรู้สึกขันในใจขึ้นมาไม่ได้
“ผมมีนามว่า อามันด์” ชายหนุ่มปริศนาเอ่ยกับหญิงสาวอีกครั้ง อรรวินทร์พยักหน้ารับรู้แล้วเอ่ยบอกชายหนุ่มออกไปว่า
“รู้แล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำก็ได้มันเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง” หญิงสาวผมสั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม อรรวินทร์ปรายดวงตาดุคมเข้มออกมาอย่างลืมตัว
“แล้ว...คุณมาจากที่ไหน” อรรวินทร์เอ่ยถามชายหนุ่มอีกคำรบหนึ่งโดยไม่ทันสงเกตเลยว่าเวลานี้ ‘อามันด์’ได้มีอาการตื่นกลัวได้อย่างเห็นได้ชัด
“จาก…” อามันด์พยายามเอ่ยขึ้นแต่ทว่าคราวนี้ชายหนุ่มกลับยกมือหนาขึ้นกุมขมับราวกับปวดหัวอย่างรุนแรง
อากัปกิริยาของบุรุษหนุ่มทำให้หญิงสาวตกใจอย่างมาก มือเรียวบางควานหาวัตถุบางอย่างเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลแล้วกรอกเสียงลงไปตามสายลงทันที
“ช่วยด้วยค่ะ...คุณอามันด์ปวดหัวอย่างรุนแรง” อรรวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน หญิงสาวลอบมองสีหน้าของชายหนุ่มที่ร้องโอดโอยด้วยความสงสาร
อรรวินทร์ถูกบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลกันออกมารอด้านนอก รองเท้ากีฬาคู่สีน้ำเงินเข้มหยุดอยู่รอบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน
อรรวินทร์คิดไม่ตก...เวลานี้หญิงสาวผมสั้นสวมเสื้อนอนทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินเข้มราคาแพงหูฉี่ที่หญิงสาวได้มาจากเพื่อนที่บินไปฝรั่งเศสมาหมาดๆ
“เขาเป็นใครกันนะ หรือว่าถูกส่งมาเพื่อมาส่องดูฉันจากพวกนั้น” อรรวินทร์เอ่ยเสียงแผ่วเบากับตนเอง
คฤหาสน์ที่อรรวินทร์ได้รับมรดกนั้นมีคนมากมายอยากครอบครองคฤหาสน์หลังโตนั้น พวกเขาจึงมักจะส่งคนมาส่องหรือมาเจรจาเพื่อขอซื้อจากอรรวินทร์ แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธลูกเดียว
คิ้วเรียวของหญิงสาวมุ่นเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ดวงตาทั้งสองข้างของอรรวินทร์เปล่งประกายระยับ เมื่อสาวเจ้าคิดบางสิ่งบางอย่างได้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหนึ่งคำรบใหญ่ปลุกให้หญิงสาวได้มีสติขึ้นมาบ้าง อรรวินทร์ควานหาโทรศัพท์ที่หยิบติดมาด้วยในเสื้อเดนิมตัวโคร่งของเธอ
อรรวินทร์ชักสีหน้าเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเบอร์ของคนที่คฤหาสน์โทรมา หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอคนเดียวที่ต้องจัดการสมบัติมรดกของคุณย่าที่คุณย่ายังได้
ระบุว่าเธอเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองคฤหาสน์หลังโตโอ่อ่ากว้างขวางแห่งนั้นซะด้วยซิ
“คะ พี่ขนุน” อรรวินทร์กล่าว
“อะไรนะคะพี่ขุนน...เจ้าเลอนัวร์หลุด” อรรวินทร์อุทานเสียงดังด้วยความตกใจ
“ครับ คุณหนู” ปลายสายรับคำด้วยน้ำเสียงร้อนรนไม่แพ้กัน
“ดูใต้โต๊ะ ในห้องน้ำ ในห้องครัวแล้วหรือยังนะคะ” อรรวินทร์กล่าวกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมกว่าเดิม
“ดูหมดแล้วครับ” ขนุนผู้ดูแลเจ้าเลอนัวร์เอ่ยตอบหญิงสาวอย่างละล่ำละลัก
“พี่ขนุนคะ...ตอนนี้อรยุ่งอยู่ค่ะ คงจะถึงบ้านเย็นๆ เดี๋ยวอรฝากพี่ขนุนหาเจ้าเลอนัวร์ให้ทั่วบ้านก่อนนะคะ ห้ามหายนะคะพี่ขนุน เลอนัวร์มีตัวเดียวนะคะ แถมสมบัติของคุณย่าเชียวนะคะ” ท้ายประโยคอรรวินทร์กล่าวเสียงเข้มแล้วปิดโทรศัพท์ลงอย่างกระวนกระวายใจ
มือเรียวของหญิงสาวกำเข้าหากันแน่น อรรวินทร์รู้สึกราวกับว่าเวลานี้เธอเป็นลูกโป่งพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“คุมตัวเองเอาไว้อร” หญิงสาวกล่าวกับตนเองด้วยสีหน้าถมึงทึงอย่างหาที่สุดไม่ได้ในตอนนี้
ขมับทั้งสองข้างของตึงไปหมด คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่นเข้าหากันละม้ายคล้ายเชือกปมใหญ่ที่มัดติดกันจนแน่นหนา หญิงสาวอดรู้สึกถึงความตึงเครียดไม่ได้ เมื่อเวลานี้ทุกเรื่องได้ถาโถมเข้ามาหาเธอ
“คุณอรรวินทร์คะ” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นปลุกหญิงสาวออกมาจากภวังค์ที่หญิงสาวได้เผลอจมดิ่งไปชั่วครู่
“คะ” หญิงสาววัยยี่สิบสองปีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง จนพยายาลที่มาอดกลัวใจไม่ได้ ในเรื่องที่ต้องแจ้งกับหญิงสาว
“คุณหมอมีเรื่องจะปรึกษากับคุณค่ะ” พยาบาลคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงล่ะล่ำละลัก..ยามเมื่อเวลานี้หญิงสาวตรงหน้ามีสีหน้าถมึงทึงอย่างที่ไม่มีสตรีใดในโลกนี้จะมีใบหน้าเหมือนเธออีกแล้ว
ภายในห้องตรวจคนไข้ แพทย์หนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวสะอาดตา เรียวปากของชายหนุ่มขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
“คนไข้รายนี้สูญเสียความทรงจำไปชั่วคราวครับ แต่หมอว่าเราสามารถกู้ความทรงจำกลับคืนได้ ” คุณหมอเจ้าของไข้กล่าวอย่างหยิบยื่นความหวังให้แก่หญิงสาว
“ค่ะ” อรรวินทร์กล่าว
“สบายใจได้ครับคุณอรรวินทร์ สามีของคุณไม่ได้บ้าครับ นี่เป็นเพียงภาวะเท่านั้นครับไม่ใช่โรค เดี๋ยวหมอจะให้เขากลับบ้านนะครับ การอยู่บ้านอาจจะทำให้สามีของคุณจำอะไรได้บ้าง” แพทย์เจ้าของไข้กล่าวกับหญิงสาวด้วยสีหน้าแจ่มใส
อรรวินทร์แทบไม่อยากจะเชื่อกับหูตนเอง ชายหนุ่มปริศนาที่บอกหญิงสาวว่าชื่อ อามันด์ เมื่อชั่วโมงก่อนจะกลายมาเป็นสามีของเธอได้ นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ เจ้าโชคร้าย!
“คุณหมอหมายความว่าอย่างไรนะคะ” อรรวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างข่มอารมณ์ที่เดือดปุดๆขึ้นราวกับน้ำร้อนจะทะลักล้นกาน้ำร้อน
“ผู้ชายคนนั้นเรียกคุณว่าภรรยาครับ” แพทย์เจ้าของไข้เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสพลางส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างเป็นมิตร
“ภรรยา” อรรวินทร์เอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงปกติ หากว่าวันนี้เธอไม่ได้ฆ่าเขาละก็ เธอก็คงไม่ใช่อรรวินทร์ คุณหนูของคฤหาสน์วิมานฟ้าครามเสียแล้วล่ะ
อรรวินทร์เดินออกมาจากห้องตรวจคนไข้อย่างหัวเสียหนักมาก ใบหน้าของหญิงสาวเวลาบึ้งตึงจนคนรอบข้างมองเธอเป็นตัวประหลาด
รองเท้ากีฬาของอรรวินทร์เหยียบบางอย่างเข้า ร่างของหญิงสาวเซถลาไปตามพื้นทางลงโรงพยาบาลที่ลาดชันทันที
“ว้าย” อรรวินทร์กรีดร้องด้วยเสียงหวานแหลม อารามตกใจทำให้หญิงสาวไม่ทันระมัดระวังตัว หญิงสาวหลับตาปี๋
วงแขนแข็งแกร่งของชนชั้นแรงงานรั้งเอวอรชรของร่างเพรียวไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หญิงสาวตกลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก..อามันด์ช่วยหญิงสาวไว้ได้อย่างทันท่วงที
หญิงสาวผมสั้นยังคงหลับตาปี๋ กลิ่นหอมอ่อนจางของดอกไม้บางอย่างโชยเข้าจมูกของเธอ อรรวินทร์เปิดเปลือกตาที่หลับขึ้นอย่างเชื่องช้า
ดวงตาคู่เรียวรีสีดำสนิทสบสายตากับดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มลงมาเข้าใกล้ริมฝีปากของหญิงสาวมากขึ้น
กลิ่นหอมของดอกไม้เจือจางแตะจมูกของหญิงสาว อรรวินทร์ได้สติ หญิงสาวผละออกจากแผงอกกว้างของชายหนุ่มทันที
“นี่นายคิดจะฉวยโอกาสเหรอ” อรรวินทร์กล่าวเสียงดังอย่างไม่พอใจอย่างยิ่งที่อามันด์ทำท่าจะจุมพิตเธอ
“อากาศ” อามันด์ทวนคำข้างหลังอย่างงงงวย อามันด์ยกมือขึ้นมาเกาศีรษะพลางอดสงสัยในท่าทีโมโหของหญิงสาวตรงหน้าเขาอีกฝ่ายไม่ได้
“โอกาส...สระโอ...อออ่างสระอากอไก่สระอาอเสือ...อ่านว่า โอกาส” หญิงสาวทวนคำด้วยน้ำเหนื่อยหน่ายปนหงุดหงิด
“ช่างมันเถอะ” อรรวินทร์เอ่ยออกมาในที่สุด หญิงสาวเกาหัวแกรกอย่างจนปัญญาที่จะอธิบายให้ชายหนุ่มตรงหน้าเข้าใจไม่ได้
“หัว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่ร่างสูงโปร่งเกาศีรษะเลียนแบบตามหญิงสาวอย่างงงงวย
“หัวเหรอ...นายเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างเดียวเหรอนี่” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้
“อังกฤษ...อิงลิซ” อามันด์ทวนคำพูดของหญิงสาว ท้ายประโยคชายหนุ่มออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ
อรรวินทร์เลิกคิ้วเข้มทั้งสองข้างของเธอขึ้น หญิงสาวรู้สึกปวดหัวในสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า
“นายเดินตามมาแล้วกัน” หญิงสาวเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
รองเท้ากีฬาสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อรรวินทร์เดินไปข้างหน้า โดยมีอามันด์ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า ‘สามีของเธอ’ ตามมาติดๆ
รถสปอร์ตคันหรูอยู่เบื้องหน้าของอรรวินทร์และอามันด์ มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้กับชายหนุ่ม
“เข้าไป” อรรวินทร์เอ่ยเสียงดุดันทว่าเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษ
อามันด์ก้าวเข้าไปนั่งในรถด้วยสีหน้าและแววตาตื่นเต้นโดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็น แววตาของชายหนุ่มพราวระยับ มันเปล่งประกาย
มือเรียวบางปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูของตนเองลงอย่างเบามือ อรรวินทร์เดินอ้อมไปอีกด้านฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูออกพลางสอดตัวเข้ามาในรถแล้วปิดประตูลง
“คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย” หญิงสาวเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษอีกหนึ่งคำรบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
อามันด์ทำหน้าฉงนแล้วเหลียวซ้ายแลขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก อากัปกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้าอดทำให้หญิงสาวนึกขันไปไม่ได้
อรรวินทร์โน้มตัวมายังฝั่งคนนั่งอย่างเชื่องช้า อามันด์หลับตาลง มือเรียวบางของหญิงสาวเอื้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจอุ่นที่รดอยู่ข้างแก้มของชายหนุ่ม ทำให้อามันด์เผลอลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดั่งถูกไฟจี้ ! ดวงตาสีดำสนิทสบสายตากับดวงตาคู่น้ำตาลอ่อนอย่างลืมตัว อรรวินทร์รู้สึกร้อนวูบวาบราวกับอยู่ในเตาอบขนมปังที่กำลังทำงาน
หญิงสาวเคลื่อนกายตั้งตรงอย่างเชื่องช้า มือเรียวบางเอื้อมปัดเรือนไหมสีน้ำตาลที่ปรกหน้าออกไปทัดหูแก้เก้อ
อรรวินทร์ตัดสินใจรวบรวมสติ หญิงสาวหลับตาลงอย่างเชื่องช้าแล้วเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางตบข้างแก้มตนเองอย่างแผ่วเบา เรียวปากอวบอิ่มก็เอาแต่บ่นกับตนเองว่า
“อรรวินทร์มีสติหน่อย” หญิงสาวกล่าวกับตนเองอย่างรวดเร็วพลางหันไปมองชายหนุ่มผู้โดยสารรถสปอร์ตคันหรูนี้ที่เวลานี้มองไปรอบด้านอย่างตื่นเต้น
“ฉันกำลังจะกลับบ้าน เราสองคนกำลังจะไปที่คฤหาสน์กัน” อรรวินทร์กล่าวกับอามันด์เป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่มือของหญิงสาวหมุนพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูอย่างรวดเร็วจนอามันด์เซ
อากัปกิริยาตรงหน้าของอามันด์ไม่อาจลอดพ้นสายตาของอรรวินทร์ไปได้เลย หญิงสาวยกยิ้มแล้วอดสงสัยในใจไม่ได้
‘คนประเภทไหนไม่รู้จักรถ’ หญิงสาวคิดในใจ
“โอเค” อามันด์ตอบเพียงสั้นๆ แล้วหันไปมองด้านหน้าด้วยแววตาสนใจในโลกใบใหม่ที่เขาได้พลัดหลงเข้ามาอยู่เสียแล้ว