ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
“เอาละค่ะ...ไหนใครไม่รู้จักวิชาเคมีบ้าง” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นจนใครบางคนที่ได้ยินแอบลอบมองมาไม่ได้
“ฮะแฮ่ม” อรรวินทร์กระแอมไอเล็กน้อยเรียกความสนใจของเด็กที่เข้าประชุมผ่านการเรียนการสอนออนไลน์ได้ดีอย่างยิ่ง
“วันนี้พี่อรจะอธิบายถึงเรื่องของอิเล็กตรอนในภาควิชาเคมีให้ฟังกันนะคะ” อรรวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง
“เย้” เสียงเด็กผู้มาเยือนเฮกันดังสนั่นผ่านลำโพงที่อรรวินทร์เปิดเอาไว้
[อามันด์ part]
เรียวปากอวบอิ่มของหญิงสาวยังคงขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ของอรรวินทร์สดใสร่าเริงมากจนอามันด์อดรู้สึกบางอย่างไม่ได้
มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมหยิบจับพู่กันโบราณที่เขาอ้อนววอนขอร้องอรรวินทร์ให้หาซื้อมาให้เขา อามันด์จับมันแล้วโยกซ้ายโยกขวาอย่างชำนาญในการใช้พู่กันขนนก
อามันด์บรรจงวาดภาพของหญิงสาวในฝันของเขา หยดหมึกนับพันหยดร้อยเรียงจนติดต่อกันเป็นเส้นหมึกสีดำเข้มสนิท
ภาพที่ปรากฎแก่ดวงตาของชายหนุ่มผู้ก้าวข้ามผ่านรูหนอนของหลุมดำมาได้ช่างเป็นภาพวาดเสมือนที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง
เค้าโครงหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำสนิททิ้งตัวสลวยแม้จะสั้นแค่พอประบ่าก็ตามที จมูกของสตรีที่อยู่ในรูปวาดนี้เชิดขึ้นแต่พองาม
ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปกระจับสวยงามบนกระดาษสีขาวผืนนี้ เน้นให้ภาพเขียนสีน้ำหมึกของสตรีตรงหน้ามีเอกลักษณ์อย่างลงตัว...ช่างงดงามเสียจริง
เส้นหมึกสีดำสนิทตัดกันอย่างลงตัวกับกระดาษสีขาวที่สว่างกระจ่างตา พื้นที่ว่างของกระดาษขับเน้นให้เส้นสีหมึกสีดำจากปลายพู่กันขนนก...โดดเด่นสะดุดตาอย่างอ่อนละมุนในสายตาของอามันด์
สตรีในรูปงดงามเสมือนตัวจริงไม่ผิดเพี้ยน ชายหนุ่มไม่ลืมเขียนบางอย่างลงไปอย่างบรรจง
ประตูสีขาวบานกว้างถูกเปิดออกพรวดอย่างรวดเร็วทว่ามือหนาของชายหนุ่มรีบพลิกคว่ำกระดาษสีขาวอย่างแผ่วเบาจนอรรวินทร์ไม่ทันสังเกตเห็น
“อามันด์เห็น...หนังสือเล่มทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษไหมที่วางไว้อยู่บนโต๊ะนี้” อรรวินทร์เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างรวดเร็วแล้วมองสบสายตาเขา
“ไม่เห็นครับ” เสียงทุ้มเอ่ยกับหญิงสาวเป็นภาษาอังกฤษ
อรรวินทร์มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ชั่วครู่ หญิงสาวพยักหน้ารับรู้แล้วปิดประตูลงตามเดิม
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่อรรวินทร์บังคับให้เขาใส่ออกอย่างลืมตัว
“ขอบคุณพระเจ้าที่เธอไม่เห็นมัน” อามันด์กล่าวแล้วพลิกหน้ากระดาษอีกด้านขึ้นมา
ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองตัวอักขระบางอย่างมันคล้ายกับภาษาของเมืองผู้ดีในลอนดอน ซึ่งเขียนไว้ด้วยลายมือหวัดไปมาจนชายหนุ่มต้องนั่งแกะมันอยู่นานสองนาน
“ทฤษฎีสัมพันธภาพ กับรูหนอนอยู่บนตู้ชั้นบนสุด” อามันด์อ่านออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
ในตอนแรกที่อามันด์ได้ยินสำเนียงเสียงหวานที่สนทนากับเขาเป็นภาษาอังกฤษทำให้ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีเลยว่า...อรรวินทร์เป็นมนุษย์เหมือนเขาหาใช่มนุษย์ต่างดาวไม่
อามันด์ยังจำได้ดีว่าเขามาจากยุคสมัยใดทว่าเหนืออื่นใดนั้นเขาได้ก้าวข้ามผ่านกาลเวลา แล้วเขาอยู่ได้อย่างไร...ชายหนุ่มยังคงหาคำตอบ
เมื่อครั้งอามันด์ยังเป็นเด็กน้อย เขาเคยได้ยินนิทานปรัมปราก่อนนอนของบิดาที่เล่าให้เขาฟังถึง
“นายพ่อในเมืองเบียร์ได้ล่องเรือไปในมหาสมุทรแล้วไม่เคยได้กลับมาอีกเลย” อามันด์ยังจำได้ดีถึงเสียงของบิดาที่ไม่เคยเลือนหายไปจากห้วงความทรงจำของเขา
“หรือนี่จะเป็นเพราะทฤษฎีสัมพันธภาพกันแน่นะ” อามันด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หากว่าทฤษฎีนี้สามารถนำเขาข้ามมิติผ่านกาลเวลามายังศตวรรษที่ 21 ได้ นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากเลยทีเดียว
เวลานี้ชายหนุ่มยังไม่อยากไปไหนจากอรรวินทร์ หญิงสาวที่อามันด์มองว่าเธอช่างเหมือนกับเจ้าหญิงราพันเซล ทว่าเสียก็แต่เพียง ราพันเซลเป็นเจ้าหญิงผมยาวที่รอคอยการมาของเจ้าชายหนุ่มรูปงามที่ขี่ม้าขาวมาช่วยเธอแต่ไม่ใช่กับอรรวินทร์เป็นแน่ ชายหนุ่มนึกขันหล่อนเงียบๆอยู่ในใจ
[End of อามันด์ part]
“สำหรับเรื่องอิเล็กตรอนนี้ทั้งสองตัวนี้จะมีการเคลื่อนที่ที่เรียกว่าการหมุนและการหมุนจะแตกต่างกัน” เสียงหวานใสของอรรวินทร์ยังคงกล่าวอย่างเจื้อยแจ้วราวนกแก้วที่ไม่หยุดร้อง
หญิงสาวอธิบายแล้วเขียนบนหน้าจออัจฉริยะอย่างรวดเร็ว อรรวินทน์วาดภาพการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนในแต่ละออร์บิทัลได้อย่างสวยงามจนสาวเจ้าอดชื่นชมตัวเองไม่ได้
ใช่แล้วในตอนนี้อรรวินทร์กำลังสอนพิเศษสดแบบออนไลน์ผ่านแอพที่สามารถประชุมร่วมกันได้ ทว่าหญิงสาวไม่ได้ใส่หูฟัง
“ครูคะแล้วแต่ละออร์บิทัลมีวิธีการบรรจุอิเล็กตรอนอย่างไรเหรอคะ” เสียงหวานใสเอ่ยถามคำถามขึ้นมาผ่านการเรียนการสอนของหญิงสาว
“การบรรจุอิเล็กตรอนของแต่ละออร์บิทัลนั้นจะเริ่มที่หนึ่งตัวก่อนค่ะ ตามหลักสากลเราจะใช้ลูกศรแทนค่าของตัวอิเล็กตรอนในแต่ละตัวนั้นๆนะคะ” อรรวินทร์เอ่ยอย่างไม่เหนื่อยหน่ายมากนัก
ดวงตาคู่สวยคมของอรรวินทร์กวาดตามองไปยังตัวเลขที่ปรากกฎอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ
“เอาละ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวครูอรจะฝากให้ทุกคนทำการบ้านนะคะ” อรรวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
“ค่ะ / ครับ” เสียงขานรับของเด็กๆ เอ่ยขึ้นอย่างดังสนั่นลั่นคฤหาสน์วิมานฟ้าคราม
อรรวินทร์คลี่ยิ้ม ดวงหน้าหวานแต้มระบายรอยยิ้มอย่างสดใส หญิงสาวจึงพับเก็บหนังสือกลศาสตร์เลขควอนตัมที่สอนในวิชาเคมีลงพลางผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เด็กนักเรียนที่หญิงสาวสอนออนไลน์นี้ อรรวินทร์เชื่อเสมอว่าเด็กที่ถูกส่งมาเรียนกับเธอทุกคนจะกลายเป็นเด็กอัจฉริยะได้ ถ้าหากพวกเขาฝึกฝนอย่างเพียงพอ
วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคนอีกต่อไป หากแต่ก็ไม่ใช่ใครก็ตามที่จะเกิดมาแล้วทำโจทย์หรือเรียนได้เลย
ในกระบวนการศึกษาวิทยาศาสตร์นี้ยังคงต้องอาศัยการสังเกต การตั้งสมมติฐาน นำไปสู่การแก้ปัญหา และการทดลองผ่านตัวแปรต้น ตัวแปรตามและตัวแปรควบคุม เหล่านี้ล้วนเป็นการนำไปสู่คำตอบของวิชาวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น
อรรวินทร์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน หญิงสาวหลับตาลงสักครู่ใหญ่ เธอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดในหัวสักพัก
กลิ่นหอมอ่อนของแป้งสาลีโชยเข้ามาเตะจมูกของอรรวินทร์ผสมผสานกับกลิ่นของชาน้ำผึ้งมะนาวทำให้หญิงสาวอดรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้
หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าภาพที่ปรากฎแก่สายตาของหญิงสาวคือขนมแป้งคล้ายขนมทาร์ตที่แสนจะน่ากิน
ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายวาววับราววัตถุประหลาดนอกเอกภพที่กำลังลุกโชนอยู่ในระบบสุริยะจักรวาล
“หิวไหม ผมทำขนมมาให้ทาน” อามันด์เอ่ยขึ้นกับหญิงสาวด้วยภาษาฝรั่งเศสเหมือนเช่นเคย
อรรวินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง หญิงสาวอดประหลาดใจไม่ได้ที่ยามนี้อามันด์ชวนเธอกินขนม ฝีมือของเขาที่ที่เขาได้ลงมือเข้าครัวมาเอง
ดวงหน้าหวานของอรรวินทร์แต้มระบายรอยยิ้มเล็กน้อย หญิงสาวส่งรอยยิ้มจริงใจให้กับชายหนุ่ม
“หิวมาก...มากินด้วยกันซิ” อรรวินทร์เอ่ยเสียงหวานเป็นภาษาฝรั่งเศส
อรรวินทร์ยกตำราเรียนออกจากเก้าอี้ข้างๆหญิงสาว เธอเคลื่อนมือยกตำราวางไว้บนโต๊ะ
ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาว ชายหนุ่มไม่ลืมส่งแก้วชาที่ทำเองให้อรรวินทร์กับมือ
“ทำเองเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มเป็นประโยคภาษาฝรั่งเศส แววตาของหญิงสาวเปล่งประกายสดใสใคร่รู้กว่าเดิม
“ครับผมเขาครัวเอง” อามันด์ตอบเป็นภาษาฝรั่งเศส
อรรวินทร์อดรู้สึกไม่ได้ว่า อามันด์ในเวลานี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอไปแล้ว ทุกครั้งที่เธอได้คุยอามันด์ หญิงสาวจะรู้สึกสบายใจอย่างแปลกประหลาดไม่ได้ ราวกับว่าชายหนุ่มมีมนต์บางอย่างให้หญิงสาวรู้สึก ‘ตกหลุมรัก’
หญิงสาวสะบัดไล่ความคิดไม่เข้าท่าในหัวออกไป หล่อนทอดมองขนมทาร์ตพายที่ยามนี้ถูกเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้าอรรวินทร์
“กินได้จริงๆใช่ไหม” อรรวินทร์เอ่ยถามอามันด์แกมหยอกเย้าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“ลองดูครับ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสำเนียงแปร่งพลางยกแก้วขึ้นซดเพียงรวดเดียว
หญิงสาวชะงักไปอยู่ครู่หนึ่ง เธอเองก็ลืมไปว่าเขาเป็นชาวฝรั่งเศส หากอรรวินทร์คาดไม่ผิดมากนัก ชายหนุ่มผู้นี้ข้ามน้ำข้ามฟ้ามาจากเมืองน้ำหอมมาหาเธอ ไฉนเธอจึงรู้สึกราวกับว่าเคยเห็นเขาในที่ไหนมาก่อน
มือเรียวเอื้อมหยิบช้อนโลหะสีทองอร่ามตาขึ้นมา หญิงสาวยกช้อนทองโลหะขึ้นแล้วบรรจงช้อนผิวหน้าของขนมทาร์ตผลไม้ชินนั้นขึ้นมาอย่างละเมียดละไม
หญิงสาวตักขนมทาร์ตผลไม้เข้าไปในปาก กลิ่นหอมของผลไม้ผสมผสานกับแป้งทาร์ตทำให้รสชาติของ ‘ขนมของอามันด์’ อร่อยอย่างลงตัวจนอรรวินทร์ต้องตัดมาชิมอีกรอบ
“อร่อย” อรรวินทร์เอ่ยเป็นภาษาไทยพลางยกนิ้วชมชายหนุ่มเจ้าของผลงานชิ้นโบว์แดงที่รังสรรทาร์ตผลไม้ออกมาให้เธอรับประทาน
“อร่อยมาก คุณทำได้ยอดเยี่ยม” อรรวินทร์เอ่ยชมไม่ขาดปาก
หญิงสาวแย้มรอยยิ้มจนเห็นฟันที่ขาวเรียงตัวเป็นระเบียบ เธอชมเขาเป็นสำเนียงภาษาฝรั่งเศสอย่างจริงใจ
ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนละมุน ชายหนุ่มสบสายตากับดวงตาคู่สีดำสนิทอย่างลึกซึ้ง เสมือนเขากำลังค้นหาบางสิ่งในแววตาของเธอ
อรรวินทร์อดรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างของเธอไป...ยามเมื่อหญิงสาวสบสายตาลุ่มลึกคู่สีน้ำตาลอ่อนชวนฝันทั้งสองข้างของอามันด์
+++