แสงจากแชนเดอเรียสาดอาบไล้ให้ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายระยับกว่าเดิม
“อร่อยแล้วรักไหม” อามันด์เอ่ยถามหญิงสาวราวกับคนต้องการคำตอบในคำถาม
“อามันด์!” อรรวินทร์เอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงดังด้วยน้ำเสียงดังฝังชัดเป็นภาษาไทยอย่างลืมตัว
“ผมล้อเล่น” อามันด์เอ่ยแล้วส่งสัญลักษณ์มือให้หญิงสาวประมาณว่าเขาล้อเล่น ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“แต่ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้พูดเล่น” อรรวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมกว่าเดิม สีหน้าแววตาของหญิงสาวเวลานี้จริงจังเสียจนอามันด์อดกลัวใจของหล่อนไม่ได้
“ผม...” อามันด์เอ่ยเป็นภาษาฝรั่งเศส
อรรวินทร์คลายคิ้วที่ขมวดเป็นปมออกอย่างรวดเร็ว หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าใบหน้าของเธอเวลานี้ร้อนผะผ่าวราวกับว่าถูกไฟสุม
“อามันด์...” อรรวินทร์เรียนชื่อของเขาราวกับกำลังละเมอ
“ให้เวลาฉันหน่อยนะ” เสียงหวานของหญิงสาวเปล่งออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มได้รูปสวย
อามันด์สบสายตาเว้าวอนจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่ปิดบัง เวลานี้ชายหนุ่มเองก็ตัดสินใจแล้วเช่นกัน
“ผมรักคุณ...ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยรักใครเท่าคุณมาก่อน
...อร” อามันด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ฉันเข้าใจ” หญิงสาวเอ่ยตอบเป็นสำเนีงเสียงภาษาอังกฤษ
“ผมจะรอคุณ กี่ชาติภพผมก็จะรอคุณ” อามันด์กล่าวแล้วสบสายตาของหญิงสาวที่ทอดมองมายังเขาอย่างดีใจ
หญิงสาวผมสั้นคลี่ยิ้มเล็กน้อย เธออดขวยเขินไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าตั้งแต่หญิงสาวเกิดมาไม่มีใครเคยบอกรักเธอเลย อรรวินทร์นึกย้อนไปตั้งแต่ครั้งอดีตที่ผ่านมา
เนิ่นนานมาแล้ว...ในตอนนั้นเธอยังคงเป็นเด็กสาวที่ไม่ประสีประสามากนักในเรื่องของความรัก
“พี่คะ ฉันรักพี่ค่ะ” อรรวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานชวนฟังให้กับชายหนุ่มชาวเมืองน้ำหอมคนหนึ่ง
“พี่ไม่ได้ชอบอร” ชายหนุ่มตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสแล้วเดินจากหญิงวสาวไปอย่างไม่ไยดี
เด็กสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มชาวต่างชาติไปทั้งน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้าง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บาดแผลในใจของหญิงสาวก็ไม่เคยจางหายไปได้เลย เธอเชื่อว่าตลอดว่าผู้ชายทั้งโลกมีนิสัยเดียวกันทว่าผิดกันกับอามันด์ชายหนุ่มที่แปลกประหลาดที่สุดที่เธอกำลังสนทนาด้วยในเวลานี้
“คิดอะไรอยู่เหรออร” อามันด์ถามขณะจิบชาในแก้วน้ำของเขาอย่างสงสัย
ความร้อนของชาผสมผสานกับน้ำร้อนทำให้ลวกลิ้นอามันด์จนชายหนุ่มต้องผงะออกมาอย่างลืมตัว
อากัปกิริยาตรงหน้าของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวอดตกใจไม่ได้ ...มือเรียวของหญิงสาววางช้อนทองลงทันทีที่เห็นชายหนุ่มโดนชาตัวร้ายลวกลิ้นเข้าเสียแล้ว
“อามันด์ คุณเป็นอะไรไหม” อรรวินทร์เอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงร้อนรนกว่าเดิม
“ไม่ผมแค่ร้อน” อามันด์เอ่ยขึ้นพลางวางแก้วชาชั้นเลิศลง
“อ้าปากแล้วเดี๋ยวก็ดีเอง” อรรวินทร์กล่าวเป็นสำเนียงภาษาฝั่งเศสอย่างรวดเร็ว หญิงสาวอดสงสารชายหนุ่มชาวเมืองน้ำหอมไม่ได้ที่เวลานี้อรรวินทร์คะเนเอาเองว่าลิ้นของเขาน่าจะพอง
“ที่ฝรั่งเศสสวยไหม” อรรวินทร์เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างต้องการจะค้นหาคำตอบบางอย่าง เธอลืมความระแวงที่จะถามเขาเรื่องคฤหาสน์หลังนี้ไปเสียสนิท
“กรุงปารีสสวยมาก” อามันด์ตอบแล้วตักขนมพายเข้าปากของเขา
“คุณเคยเห็นอาสนวิหารนัวยงบ้างไหม” อรรวินทร์เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ผมเคยเห็น” อามันด์เอ่ยอย่างสารภาพ
“เล่าให้ฟังหน่อยสิ” หญิงสาวเอ่ยบอกคนตรงหน้า
“คุณชอบอาสนวิหารนัวยงหรอ” อามันด์เอ่ยถามอรรวินทร์ที่เวลานี้ดูสนใจเรื่องราวของเขามากเป็นพิเศษ
“ใช่...ฉันชอบมาก” อรรวินทร์กล่าว
“ผมจะเล่าให้ฟัง” อามันด์กล่าว
“อาสนวิหารนัวยงนั้นอยู่ในแคว้นโอดฟร็องส์เป็นศิลปะสมัยโกธิค…” อามันด์กล่าวอย่างเกริ่นเรื่องราวของอาสนาวิหารที่เขากระโดดลงมาหมายจะดิ่งพสุธา
อรรวินทร์ตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องราวของชายหนุ่มที่เล่าถึงอาสนวิหารนัวยง และกรุงปารีส เมืองในฝันที่หญิงสาวอยากไปเยือนสักครั้ง
หญิงสาวเคยตั้งใจว่าเมื่อเก็บเงินได้ถึงสามสิบล้านบาทจะบินไปเที่ยวรอบโลกทว่ายังไม่ทันได้ทำสำเร็จ คุณย่าของหญิงสาวก็มาด่วนจากไปเสียก่อน
ในตอนนั้นอรรวินทร์ร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจตายตามคุณย่าไป โชคดีที่มีพี่เจมส์ พี่บุญธรรมที่คอยปลอบและคอยอยู่เป็นเพื่อน
ตั้งแต่ยังเด็ก บิดาและมารดาของอรรวินทร์หย่าขาดจากกัน เมื่อครั้งเธออายุได้ห้าขวบ บิดาและมารดาของเธอทั้งคู่ต่างแต่งงานใหม่
อรรวินทร์เป็นลูกที่บิดาและมารดาต่างไม่ต้องการ หญิงสาวคือความรักที่ผิดพลาดของมารดาและบิดาในอดีต ท่านทั้งสองจึงส่งให้อรรวินทร์มาอยู่กับคุณย่าและขาดการติดต่อเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หญิงสาวจึงอาศัยอยู่กับคุณย่ามาโดยตลอดอายุยี่สิบสองปีของเธอ เมื่อคุณย่ามาด่วนจากไปภาระและหน้าที่ทั้งหมดก็มาตกที่ตัวเธอ
อรรวินทร์รู้สึกเหนื่อยอ่อนทุกครั้งยามที่คิดถึงคุณย่า เวลานี้เธอคงทำงานพิเศษมากเกินไป
หญิงสาวยกแก้วชาขึ้นชิม กลิ่นหอมของสมุนไพรในชาที่อามันด์ทำให้เธอได้ลิ้มลองนั้นทำให้หญิงสาวอดรู้สึกสดชื่นไม่ได้
“อามันด์...อรง่วงแล้วนะ” อรรวินทร์กล่าวหลังจากฟังประวัติความเป็นมาของอาสนวิหารนัวยง
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงยามได้ยินคำพูดของสาวเจ้าในเวลานี้ หากอามันด์คาดคะเนไม่ผิด อรรวินทร์คงกำลังยืนหลับในอยู่เป็นแน
ชายหนุ่มนึกขันในใจ เวลานี้ดวงตาของอรรวินทร์กำลังจะปิดลง หญิงสาวหาวฟอดใหญ่อย่างไม่ปิดปาก
“ฝันดีครับ” อามันด์เอ่ยเป็นสำนวนภาษาฝรั่งเศส
“ไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ ฝันดีค่ะ” อรรวินทร์เอ่ยกล่าวกับอามันด์
อรรวินทร์ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าการสนทนาในวันนี้ทำให้เธอได้พบอีกมุมหนึ่งที่แสนน่าหลงใหลของอามันด์
อามันด์ชายหนุ่มชาวปารีสคนนี้มีความรู้สึกดีๆให้เธอ ทว่าหญิงสาวเองก็มีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดเช่นเดียวกัน
[อามันด์ part]
อรรวินทร์สาวเท้าออกไปนานแล้ว หากแต่ชายหนุ่มกำลังหมุนหินก้อนหนึ่งอยู่ในมือหนาของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ
หินก้อนใหญ่หมุนเป็นวงกลมทว่าไม่นานนักหินก้อนนั้นก็ตกลงร่วงลงสู่พื้นคฤหาสน์หลังโตโอ่อ่าทันที
สายลมเย็นโชยเข้ามาพัดพากลิ่นหอมของดอกไม้มาแตะจมูกของเขา ชายหนุ่มหันไปทางหน้าต่าง เวลานี้ในประเทศไทยเป็นเวลากลางคืน แต่ว่าในสมัยปารีสของเขาล่ะ มันจะเป็นเวลาอะไรอยู่นะ
อามันด์อดรู้สึกเศร้าไม่ได้ ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนแหงนมองดวงจันทราส่องประกายอย่างเลื่อนลอย
“ของที่มันอยู่ไม่ถูกที่ สักวันก็ต้องกลับไปตามเดิม” ชายนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนเบากับตนเอง
มือหนางับหน้าต่างบานกว้างที่เปิดออกปิดลง ชายหนุ่มหมุนตัวแล้วสาวเท้าผ่านห้องนอนของอรรวินทร์อย่างรวดเร็ว จุดหมายปลายทางของอามันด์คือห้องนอนของเขาเท่านั้น
[อามันด์ part]
ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงกับเก้าอี้ไม้อย่างเมื่อยล้า ชายหนุ่มหวังว่าหญิงสาวชาวไทยที่เขาเคยเข้าใจว่าที่นี่คือโลกคู่ขนาน เอามันด์เพียงแต่หวังว่าอรรวินทร์จะเข้าใจในการจากไปของเขาในครั้งนี้
ชายหนุ่มยกมือหนาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น เวลานี้ผมของเขายาวมากแล้ว หากแต่เขายังไม่ได้แต่งทรงผมเอาเสียเลย
อามันด์ไม่เคยนึกฝันว่า ชนชั้นแรงงาน ชาวนาบ้านนอกจนๆอย่างเขาจะได้มีความรักอันบริสุทธิ์กับหญิงสาวต่างแดนได้ไกลมากถึงเพียงนี้
“มาไกลเท่านี้ก็ดีเพียงไหนแล้ว” อามันด์เอ่ยกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ห้องนอนของอามันด์เสมือนห้องเก็บหนังสือห้องหนึ่งเลยทีเดียวในคฤหาสน์หลังโตแห่งนี้ ทว่าห้องนี้เป็นห้องที่อามันด์ชอบมากที่สุด เพราะเขาเชื่อเสมอว่าหนังสือคือแหล่งความรู้ของเขาตลอดมา
มือเรียวเปิดสมุดโน้ตเล่มหนึ่งออกอย่างเชื่องช้า เขาจำได้ว่าเป็นสมุดที่อรรวินทร์มักจะชอบพกไปบ่อย ๆ แล้วทำไมมันมาอยู่ในห้องนอนของเขาได้ล่ะ
สีหน้าและแววตาของอรรวินทร์ยังคงติดตรึงในใจของเขา แม้ว่าเธอจะปฏิเสธความรักครั้งนี้ของเขาก็ตาม อามันด์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ทว่าไม่กี่นาทีต่อมา...มือหนาของอามันด์เอื้อมหยิบปลายพู่กันมาจรดลงไปบนกระดาษสีชา สมุดโน้ตเพียงชิ้นเดียวที่ติดมาจากในยุคของเขา
สมุดเล่มเล็กของอามันด์ มีลวดลายคล้ายผ้าคาวบอยที่ชนชั้นแรงงานชั้นล่างมักจะชอบใช้กัน ซึ่งชนชั้นสูงไม่นิยมใช้ลวดลายผ้าลายตารางเฉกเช่นนี้
นิ้วเรียวของชายหนุ่มจรดปลายพู่กันที่ด้ามทำจากปากกาขนนกลงไปยังกระดาษสมุดโน้ตของเขาอย่างแผ่วเบา
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายมุ่งมั่น อามันด์ตั้งใจเขียนตัวอักษรบางอย่างลงบนสมุดเล่มนี้ เขาได้แต่หวังว่าอรรวินทร์จะไม่โกรธหรือโมโหเขามากมายนักที่เขาเขียนความในใจบนสมุดกระดาษขาวเล่มโปรดของเธอ
++++