อ้อมกอดภูผา #1_แหวนคู่
ผู้คนรอบกายเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะดังมาจากกลุ่มลูกค้าที่มาดื่มกินเพื่อความสนุกสนานและต้องการผ่อนคลาย ดนตรีสดช่วยขับกล่อมให้ยามค่ำคืนมีสีสัน
โต๊ะตัวในสุดปรากฎร่างของหญิงสาวนั่งอยู่เพียงลำพัง ใบหน้าของเธอก้มต่ำ ปล่อยให้หยาดน้ำใสๆไหลรินลงสู่ฝ่ามือ
หัวใจดำดิ่งสู่ความปวดร้าวอันแสนสาหัส เธอมองไม่เห็นอะไรนอกจากความเจ็บช้ำที่กำลังเกาะกุม
"จันจ้าว พี่กำลังจะแต่งงานกับลียา"
นพัสกร เลิศชนะสาร(นพัส) พูดด้วยน้ำเสียงแหบเครือ ฝ่ามือใหญ่กอบกุมมือนุ่มเอาไว้
แหวนคู่บนนิ้วนางข้างขวาของเขาเปล่งประกายเข้ากับแหวนที่อยู่บนนิ้วของจันจ้าว
"..ฮึก.. ฮึกๆ.."
น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย ริมฝีปากขบเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ไม่นึกว่ามันจะเร็วขนาดนี้
นพัสมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วคือลียา แต่เพราะความใกล้ชิดสนิทสนมในระหว่างที่เรียนกับจันจ้าว ทำให้เกิดสปาร์คขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จันจ้าว(พรลภัส ณิศาภักดิ์)พยายามหักห้ามใจ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งทำให้ถลำลึก จนกว่าจะรู้ตัว หัวใจทั้งดวงก็มอบให้ไปจนหมดสิ้น
“พี่อยากให้จันจ้าวรอ พี่รักจันจ้าวคนเดียว”
ดวงตาของนพัสมีแต่ความจริงใจ คำบอกรักที่เขาบอกนับพันครั้งคือคำที่นำความชุ่มชื้นมาสู่หัวใจที่กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง
“..ฮึก.. พี่นพัส ฮือๆ..”
“รอพี่ พี่สัญญาว่าจะกลับมาหาจันจ้าว”
“..ฮึก.. ฮึกๆ..”
ความรักเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด เมื่อถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย ไม่ว่าทางเลือกนั้นจะลางเลือนเพียงใด แต่หัวใจกับแช่มชื่นเปิดรับราวกับเป็นเรื่องง่าย
ความหวังเดียวในขณะที่หัวใจกำลังอ่อนแอคือที่สิ่งที่จับต้องได้
“รอพี่ พี่จะกลับมาหาจันจ้าว แหวนคู่ของเราจะยังคงอยู่เหมือนหัวใจของเราทั้งสองคน”
“..ฮึกๆ.. จันจ้าวจะรอ”
น้ำเสียงสั่นเครืออู้อี้ดังออกมาจากปากที่พยายามปั้นให้เป็นรอยยิ้มสดใส แม้เพียงเสี้ยวเล็กๆของความหวัง แต่สำหรับเธอมันเป็นดั่งความหวังที่ยิ่งใหญ่
เธอจะรอ.. จะรอจนกว่าเขากลับมาตามสัญญา
--------------------☆~||~☆--------------------
?ณ เชียงราย
..ปิ๊นน!..
“โอ๊ะ!”
จันจ้าวสะดุ้งออกจากภวังค์ความปวดร้าว ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รถโดยสารขนาดเล็ก มีผู้โดยสารแค่สามคนกำลังวิ่งปุเรงปุเรงไปตามทางลาดชันของไหล่เขา
ถ้าไม่มีความชำนาญมากพอ อย่าริบังอาจขับรถพาตัวเองมาตกเหวแถวนี้
“เหวออออออ!”
จันจ้าวตาโต รีบยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเพื่อนร่วมทางทั้งสองคนฉีกยิ้มให้เธอ ราวกับเธอเป็นพวกอ่อนหัดเพิ่งหัดซิ่งเป็นครั้งแรก
“เดี๋ยวก็ชิน ลองนั่งขึ้นลงสักเจ็ดแปดรอบ”
รอยยิ้มเป็นมิตรผุดขึ้นบนใบหน้าหยาบกร้านเหี่ยวย่น ลุงกับป้ามีตะกร้าผักอยู่ตรงหน้ามองจันจ้าวอยู่นาน ในที่สุดก็กล้าเอ่ยปากชวนคุย
“อ้ออ.. ค่ะ”
จันจ้าวส่งยิ้มแหยๆซีดเซียวไปให้ แค่รอบเดียวก็อยากจะอ้วก ไม่ต้องรอให้ถึงเจ็ดแปดรอบ
“เอายาดมมั๊ย? ป้ามีติตมาด้วย”
“ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไร โอ๊ะ! ว๊ายยยยย!”
“..หึ.. หึ.. ตะกร้าเอาไว้ใส่ผัก ไม่ได้ใส่คน”
ลุงหัวเราะจนเห็นฟันหลอ ร่างบอบบางของจันจ้าวกลิ้งหลุนๆทิ่มลงไปในตะกร้า
“ขะ ขอโทษ อุ๊บ! อึก..”
ยกมือขึ้นปิดปากเกือบไม่ทัน เมื่ออาหารที่กินเข้าไปตอนเช้าอยากจะไหลย้อนกลับออกมา
ชั่วโมงต่อมา..
“อ๊อก.. อุ๊บ! โอ๊กกก..”
อาหารเช้าออกมาจริงๆ จันจ้าวโก่งคออาเจียนจนเกือบเป็นลม
“ไอ้น่านตั้งใจทำให้หนูคนสวยอ้วกใช่มั๊ย? ขับรถให้มันนุ่มกว่านี้หน่อยซิวะ”
ลุงฟันหลอหันไปบ่นใส่หนุ่มคนขับ
“โธ่! ลุงจักร ผมก็ขับของผมแบบนี้ ขอโทษนะคุณ”
“อึก..อุ.. อื้ออ..”
จันจ้าวลุกขึ้นยืนโงนเงนพร้อมกับยกมือเช็ดปาก หน้าขาวซีดเหมือนแผ่นกระดาษ
“หนูจะไปไหน? ไม่ใช่คนแถวนี้ใช่มั๊ย?”
“อึ้อ.. อึก.. หนูจะไปบ้านกำนันศรุตค่ะ”
จันจ้าวเค้นคำพูดออกมาจนได้ ภายในปากมีแต่รสเฝื่อนขมกับน้ำดี
“บ้านกำนันศรุตอยู่โน้น ไอ้น่านขับไปส่งหนูคนนี้หน่อย ทางผ่านกลับบ้านไม่ใช่เหรอ?”
“มันก็ใช่ แต่ผมต้องแวะทำธุระสองสามที่”
น่านพูดขึ้น ความมีน้ำใจของคนบ้านนอกคอกนาหาได้เสมอ แค่บอกให้รู้ว่าต้องไปทำธุระก่อน
“เออ.. ก็พาหนูคนนี้ไปด้วย มึงจะทิ้งเอาไว้ให้เดินไปเอง เดี๋ยวได้ตกเขาตายกันพอดี”
ลุงหนอลุง.. ทำนายได้แม่นยิ่งกว่าตาเห็น จันจ้าวมั่นใจว่าต้องกลิ้งตกเขาแน่นอน ถ้าต้องเดินแบกกระเป๋าไปตามไหล่เขาลาดชัน
“รู้น่า ผมไม่ได้ใจจืดใจดำ ขึ้นรถเลย เดี๋ยวไอ้น่านไปส่งถึงตีนบันไดบ้านกำนันศรุต”
“ขอบคุณค่ะ”
---------------------☆~||~☆-------------------
?ณ บ้านกำนันศรุต
..เอี๊ยดด!..
"ว๊ายยยย!"
"ถึงแล้ว"
น่านเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา หน้าบานแฉ่งยิ้มแป้นให้จันจ้าว ตามที่พูดเอาไว้ส่งถึงตีนบันไดบ้านจริงๆ
"เฮ้ยยย! ขับรถพุ่งเข้ามา มึงอยากมีเรื่องกับกูใช่มั๊ย?"
เสียงห้วนห้าวดังมาจากบนบ้าน รถของน่านไม่เพียงพาจันจ้าวมาส่ง แต่ยังพาฝุ่นสีแดงที่ฟุ้งกระจายตามติดมาด้วยอีกหอบใหญ่
"กำนันศรุต ฉันไม่ได้อยากมีเรื่อง แต่พาคนมาส่ง"
น่านยิ้มแฉ่ง
"ใครวะ!? กูไม่ได้นัดใครเอาไว้"
"ลุงศรุต"
จันจ้าวกระซิบเสียงเบาหวิว หน้าซีดเหมือนไก่ต้ม สาบานว่าจะไม่นั่งรถที่น่านขับอีกแล้ว ใช้มือจับยึดบันไดเอาไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้หัวทิ่มลงกับพื้น
"หนู หนูจันจ้าว!"
กำนันศรุตทำท่านึกชั่วครู่ ก่อนจะร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
"สวัสดีค่ะ"
"หนูโตขึ้นเยอะเลย สวยจนลุงจำเกือบไม่ได้ มา! ขึ้นมาบนบ้านก่อน"
ศรุตก้าวเข้ามาโอบกอดลูกสาวของเพื่อนรักแล้วพาขึ้นไปบนบ้าน
-------------------------☆~||~☆------------------------