บทนำ
"ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดหมู มะม่วงน้ำปลาหวาน ขนมใส่ไส้อร่อยๆ จ้า~ " รวีกานต์ รัตนไพลิน หรือว่าลูกแพรสาวน้อยมัธยมปลายวัย 17 ปี เกิดมาในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เธออาศัยอยู่กับยายสมัยกันแค่ 2 คน แต่ถึงอย่างนั้นลูกแพรก็เติบโตมาอย่างดีด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยายสมัยมอบให้มาโดยตลอด
"อ้าว! แพรวันนี้ยายไม่ออกมาขายเหรอ" ป้าน้อยลูกค้าขาประจำถามหายายสมัยที่ปกติจะออกมาขายของพร้อมหลานสาว
"ยายกำลังเตรียมของทำบุญค่ะ วันนี้ป้าน้อยกินอะไรดีคะ"
"อ่อ~ลืมไปเลยวันนี้วันครบรอบสินะป้าก็ลืมเลย งั้นวันนี้เอาข้าวคลุกกระปิกับขนมใส่ไส้จ้ะ "ในวันนี้ของทุกปียายสมัยจะต้องเตรียมของทำบุญครบรอบวันตายของพ่อกับแม่รวีกานต์ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอนเธออายุเพียง 4 ปี
"นี่ค่ะของป้าน้อยแพรแถมขนมไปให้สองห่อนะคะ" รวีกานต์ยิ้มตาหยี
" แถมอีกแล้วทั้งยายทั้งหลานเลยห้ามไม่เคยฟัง ป้าคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เลยเอาแกงเทโพมาฝาก "
" ขอบคุณมากนะคะแต่วันหลังไม่ต้องก็ได้ค่ะ แค่ป้าน้อยช่วยอยู่เป็นเพื่อนยายของแพรแค่นั้นก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะ "ตอนเธอไปเรียนก็มีป้าน้อยคอยดูแลยายสมัยที่ชอบหน้ามืดเพราะอากาศอันร้อนแรงของเมืองไทย
"เกรงจงเกรงใจอะไรกันป้าเต็มใจมาก ยายสมัยคุยสนุกแถมยังใจดีขนาดนั้นใครจะไม่อยากอยู่ใกล้จริงมั้ยหนูแพร แล้วนี่ไม่สายแล้วเหรอ " รวีกานต์ตาเบิกกว้างก่อนมองนาฬิกาที่ข้อมือ
" 7.45!! โห! แพรวิ่งสับตีนแตกเลยนะเนี่ย ยายจ๋า! แพรจะไม่ทันแล้ว "เธอหันกลับไปตะโกนเรียกยายสมัยที่พึ่งเดินออกมา
" มาแล้วๆ ไปๆ รีบไปแล้วระวะ... "
ฟอด~
"รักยายนะคะ สวัสดีค่ะ ... ไปก่อนนะคะป้าน้อย "ยังไม่ทันยายสมัยจะพูดจบรวีกานต์หลานสาวสุดที่รักก็พุ่งตัวเข้ามากอดหอมก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไป
"เห้อ~ดูสิน้อย ยังพูดไม่ทันจบก็วิ่งออกไปแล้ว" ยายสมัยส่ายหัวด้วยความเอ็นดูหลานสาว
"ก็สายแล้วนี่ป้าสมัย เอ็นดูนะวิ่งสับตีนแตกจริงๆ " ป้าน้อยหันไปดูรวีกานต์ที่วิ่งฝุ่นตลบเพราะกลัวเข้าโรงเรียนไม่ทันแต่ก็ไม่วายทักทายบ้านนั้นบ้านนี้ตลอดทาง
"โชคดีนะที่โรงเรียนอยู่ไม่ไกล"
"นั่นสินะ ป้าสมัยนี่ก็จะ 15 ปีแล้วนะ " ยายสมัยนิ่งไปอีกแค่ปีเดียวก็จะหมดอายุความคดีอุบัติเหตุรถยนต์ของลูกสาวและลูกเขยแล้ว ตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จับคนทำผิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
" ป้าปล่อยวางแล้วละน้อย ถ้าจับไม่ได้ก็รอแค่เวรกรรมตอนนี้แค่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันสองคนยายหลานก็พอแล้ว " หลานสาวของเธอก็คงคิดแบบนี้เช่นกัน
" ท่านประธานครับนี่คือรายชื่อที่ท่านต้องการครับ" ธนิน หรือโฮม เลขาของไซม่อนยื่นเอกสารรายชื่อชาวบ้านที่บริษัทเขาไปกว้านซื้อที่เพื่อมาทำคอนโดหรู
"อืม ส่วนใหญ่คนแถวนั้นมีอายุทั้งนั้นเลยสินะ" เขามองดูรายชื่อที่อยู่บนหน้ากระดาษ สายตาคมเก็บทุกรายละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง
"ใช่ครับ ผมจัดการช่วยหาที่อยู่และต่อรองราคาให้กับทุกคนตามที่ท่านส่งเรียบร้อยแล้วครับ"
" ดี ส่วนคนที่ยังไม่ขายก็ส่งคนไปเจรจาต่อรองเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะพอใจ "
" ครับ "
ปึ้ง!!!
" โอ้ย! "เสียงชนดังขึ้นนอกตัวรถ ไซม่อนขมวดคิ้วรถของเขาจอดอยู่กับที่แท้ๆ ยังมีคนมาชน
"ลงไปดู"
"ครับ" ธนินเปิดประตูรถลงไปก็พบกับเด็กนักเรียนในชุดม. ปลายที่ลูบแขนตัวเองอยู่รถก็ไม่มีสักคัน... วิ่งมาชนเองเหรอ
"น้อง! เป็นอะไรมากหรือเปล่า"
"ขอโทษนะคะ! คือแพรไม่ได้ตั้งใจ... เบรคไม่ทันค่ะ "เธอยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกผิด... ก็คนมัน วิ่งเร็วไปหน่อย
" วิ่งมาชนรถเองดีนะไม่เป็นอะไรมาก ไปเถอะจะไปเรียนไม่ใช่เหรอสายแล้ว "
"จริงด้วย ขอบคุณแล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะคะคุณน้า" เธอติดสปีดวิ่งอีกครั้งโดยทิ้งธนินยืนอ้าปากกับคำที่เธอใช้เรียกเขา
"น้าเลยเหรอ? นี่เราแก่ขนาดถูกเรียกว่าน้าแล้วเหรอ" เขาก้าวขึ้นรถไปด้วยใจที่แอบห่อเหี่ยวเล็กน้อย
" เกิดอะไรขึ้น"
"มีเด็กนักเรียนวิ่งมาชนรถครับ ผมเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากเลยปล่อยไป "
"..." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินว่าเด็กวิ่งชนรถต้องเป็นคนแบบไหนรถคันใหญ่ขนาดนี้ยังวิ่งชน
"ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว รีบไปบริษัทเถอะ"
"ครับ"
ร่างสูงเดินเข้ามาในบริษัทก็เรียกจุดสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะพนักงานสาวที่เห็นเขาทีไรหวั่นไหวทุกที
"ท่านประธานจะหล่ออะไรขนาดนี้นะ"
"นั่นสิแถมยังโสดอีก"
"ไม่โสดสิแปลกทั้งเย็นชาทั้งดุ "
" เอ~หรือว่าท่านประธานไม่ได้ชอบผู้หญิง "
" นั่นสิ! "
" ถ้าว่างมากขนาดนี้ก็ช่วยเร่งงานให้ทันส่งวันนี้ก่อน 5 โมงเย็นด้วยนะ "
" คุณราตรี!"
" ใช่ฉันเองหัวหน้าของพวกเธอไงถ้าว่างจับกลุ่มนินทาเจ้านายขนาดนี้ระวังจะได้ออกไปคุยกันข้างนอกสมใจอยาก "
" ไปทำงานกันสิอยู่ให้โดนดุทำไมเล่า "
"สวัสดีค่ะท่านประธาน"ไซม่อนปรายตามองเลขาหน้าห้องคนใหม่ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยตามที่เขาต้องการ
"สวัสดีครับคุณเมล่อน" ธนินหันไปทักทายเลขาคนใหม่
"สวัสดีค่ะ" เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"เอากาแฟดำเข้ามาให้ผมด้วยคุณเลขา"
"ได้ค่ะท่านประธาน"
"ตารางงานวันนี้มีอะไร"
"ตารางงานวันนี้มีนัดทานข้าวกับคุณเมธีตอน 11 โมง เซ็นสัญญากับบริษัทมูนนาวาตอนเที่ยงครึ่งไปดูงานที่ห้างตอนบ่ายโมง มีประชุมตอนบ่ายสามโมงและเข้าบริษัทใหญ่ 4 โมงเย็นครับ "เขาฟังตารางงานวันนี้ก็รู้สึกว่างานมันน้อยเกินไป...กลับบ้านเร็วก็รู้สึกเบื่อ
ก๊อกๆ
"กาแฟมาแล้วค่ะท่านประธาน" เมล่อนเลขาสาวเดินเข้ามาพร้อมกาแฟดำ ไซม่อนปรายตามองก่อนถอนหายใจก่อนจะหันมองตึกด้านนอก
" ออกไป" เมล่อนชะงักเธอจะพูดอะไรบางอย่างแต่ธนินแทรกขึ้นมาซะก่อน
" เชิญครับคุณเมล่อน"
"คะ อ่อค่ะเมล่อนจะไปทำงานต่อ"
"ไม่ใช่ครับ คุณเมล่อนเก็บของได้เลยพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้วครับ "
" มะ หมายความว่าไงคะ " เธอตกใจที่ได้ยินธนินพูดแบบนั้น
" ตอนสมัครเข้ามาทำงานทางบริษัท แจ้งกฎชัดเจนแล้วนะครับแต่งกายเรียบร้อยคือข้อแรกที่สำคัญ เชิญเถอะครับอย่าให้ท่านประธานต้องเอ่ยปากซ้ำ "
"อ้าวๆ พวกแกตั้งใจให้เหมือนน้องๆ กันหน่อยดิ อู้ทำไมเนี่ย! "สาวน้อยหน้าตาน่ารักวัย 18 ปี กำลังยืนดุเพื่อนชายที่แอบอู้ในเวลาเตรียมกิจกรรมนิทรรศการงานฝีมือของนักเรียน
" จะดุไปไหนเนี่ยไอ้แพรขอพักนิดเดียวไม่ได้หรือไง" ไม้หนาวหนุ่มมาดเข้มหันมาโอดโอยกับเพื่อน
" นั่นดิแพรขอนั่งแปบ~"
"ในฐานะประธานนักเรียน... ขอสั่งให้ไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่าอู้น้องๆ มองอยู่ไป๊! "เธอยืนเท้าเอวมองเพื่อนด้วยแววตาเอือมระอา
" แพรๆ อาจารย์สุนีย์เรียก" ไอซ์เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดินมาตามเธอ
" งั้นเราฝากไอซ์ดูทางนี้ทีนะเดี๋ยวรีบกลับมา"
"โอเค"
หน้าห้องพักครู
" ขออนุญาตค่ะ"ร่างบางเปิดประตูเข้าไปด้านในก็พบเพียงอาจารย์สุนีย์ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
"เรียกแพรมามีอะไรเหรอคะ"
"นั่งลงก่อนสิแพร" ความอึดอัดใจที่อยู่ในตัวสุนีย์มีไม่น้อยเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อการเรียนของลูกศิษย์
"อาจารย์ดูหน้าเครียดๆ นะคะ"
"ทุนของเรา... ถูกยกเลิกนะ" คำพูดสั้นๆ แต่เหมือนใครเอาอะไรมาฟาดลงกลางหัวของเธอเพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย
"ทำไมละคะ ทุนมีให้นักเรียนที่เรียนดีทุกปีนี่คะแล้วทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ "
" เฮ้อ~ครูหนักใจมากที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ทุนยังคงมีอยู่แต่ถูกเปลี่ยนไปให้คนอื่นแทนเรี่องนี้ครูโต้แย้งไปแล้วแต่เขาไม่ยอมเปลี่ยนใจ "
" แพรเข้าใจค่ะ... อาจารย์ไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ "
" เดี๋ยวครูจะลองหาทุนให้นะ ครูเสียดายเด็กเรียนดีอย่างเรา "
" ขอบคุณค่ะ ถ้างั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ "
รวีกานต์ รัตนไพลิน หรือว่าลูกแพรสาวน้อยมัธยมปลายวัย 18 ปี เกิดมาในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เธออาศัยอยู่กับยายสมัยกันแค่ 2 คน แต่ถึงอย่างนั้นลูกแพรก็เติบโตมาอย่างดีด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยายสมัยมอบให้มาโดยตลอด
"ยายจ๋า~" เสียงอันสดใสเรียกรอยยิ้มจากยายสมัยที่กำลังก่อไฟเตาถ่านทำอาหารเย็นของวันนี้ สาวน้อยวิ่งตึงตังเข้ามาในบ้านก่อนจะพุ่งเข้ากอดยายสมัยหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง
"แพรลูกยายกำลังก่อไฟตัวมีแต่กลิ่นควันไฟ" ยายสมัยยิ้มก่อนส่ายหัวให้กับหลานสาวที่ดูท่าว่าจะไม่ฟังการห้ามปรามของตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
"คิดถึงยายจัง~"
"คิดถึงอะไรเจอกันอยู่ทุกวัน... มีอะไรไม่สบายใจใช่มั้ยหลานสาวของยาย"เลี้ยงกันมาตั้งแต่เล็กแค่นี้ทำไมจะดูอาการแปลกๆ ของหลานตัวเองไม่ออก
"โถ่~ยายไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้มั้งเนี่ย"ลูกแพรมุ่ยหน้าก่อนจะถอนหายใจและตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ยายสมัยฟังเพราะรู้ดีต่อให้โกหกแค่ไหนก็ไม่เนียน
" ไม่เป็นไรลูก ไม่ได้ทุนก็ช่าง... ยายจะขายที่อีกแปลงส่งเรียนเอง "
" ไม่ได้นะจ๊ะยายตรงไหนก็ห้ามขายกว่าตากับยายจะได้มันมาลำบากกันมาตั้งเท่าไหร่ "เธอฟังเรื่องเล่าจากตาจันทร์มาตั้งแต่ยังเล็กๆ จนท่องจำได้หมด
" ถ้าตาจันทร์ยังอยู่ก็คิดแบบยายนี่แหละ ตากับยายอยากให้หลานเรียนสูงๆ จะได้มีการงานดีๆ ทำ" เผื่อวันไหนที่เธอตามตาจันทร์ไปจะได้ไม่รู้สึกห่วงหลานสาวคนนี้มากนัก
" ยายไม่ต้องคิดแบบนั้นเลยนะจ๊ะ แล้วแพรก็ขอสั่งห้ามว่าอย่าคิดจะขายที่อีก สมัยนี้เขามีให้กู้ยืมเรียนจบทำงานค่อยใช้คืนไม่ถึงขั้นต้องขายที่หรอกจ๊ะ "
" แน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะกู้เงินเรียน "
" ใช่จ๊ะยาย เขากู้กันเยอะแยะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก "
" หลานว่ายังไงยายก็ว่าอย่างนั้นแหละ "ยายสมัยลูบหัวหลานรักด้วยความเอ็นดู