บทนำ

1920 Words
"ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดหมู มะม่วงน้ำปลาหวาน ขนมใส่ไส้อร่อยๆ จ้า~ " รวีกานต์ รัตนไพลิน หรือว่าลูกแพรสาวน้อยมัธยมปลายวัย 17 ปี เกิดมาในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เธออาศัยอยู่กับยายสมัยกันแค่ 2 คน แต่ถึงอย่างนั้นลูกแพรก็เติบโตมาอย่างดีด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยายสมัยมอบให้มาโดยตลอด "อ้าว! แพรวันนี้ยายไม่ออกมาขายเหรอ" ป้าน้อยลูกค้าขาประจำถามหายายสมัยที่ปกติจะออกมาขายของพร้อมหลานสาว "ยายกำลังเตรียมของทำบุญค่ะ วันนี้ป้าน้อยกินอะไรดีคะ" "อ่อ~ลืมไปเลยวันนี้วันครบรอบสินะป้าก็ลืมเลย งั้นวันนี้เอาข้าวคลุกกระปิกับขนมใส่ไส้จ้ะ "ในวันนี้ของทุกปียายสมัยจะต้องเตรียมของทำบุญครบรอบวันตายของพ่อกับแม่รวีกานต์ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอนเธออายุเพียง 4 ปี "นี่ค่ะของป้าน้อยแพรแถมขนมไปให้สองห่อนะคะ" รวีกานต์ยิ้มตาหยี " แถมอีกแล้วทั้งยายทั้งหลานเลยห้ามไม่เคยฟัง ป้าคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เลยเอาแกงเทโพมาฝาก " " ขอบคุณมากนะคะแต่วันหลังไม่ต้องก็ได้ค่ะ แค่ป้าน้อยช่วยอยู่เป็นเพื่อนยายของแพรแค่นั้นก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะ "ตอนเธอไปเรียนก็มีป้าน้อยคอยดูแลยายสมัยที่ชอบหน้ามืดเพราะอากาศอันร้อนแรงของเมืองไทย "เกรงจงเกรงใจอะไรกันป้าเต็มใจมาก ยายสมัยคุยสนุกแถมยังใจดีขนาดนั้นใครจะไม่อยากอยู่ใกล้จริงมั้ยหนูแพร แล้วนี่ไม่สายแล้วเหรอ " รวีกานต์ตาเบิกกว้างก่อนมองนาฬิกาที่ข้อมือ " 7.45!! โห! แพรวิ่งสับตีนแตกเลยนะเนี่ย ยายจ๋า! แพรจะไม่ทันแล้ว "เธอหันกลับไปตะโกนเรียกยายสมัยที่พึ่งเดินออกมา " มาแล้วๆ ไปๆ รีบไปแล้วระวะ... " ฟอด~ "รักยายนะคะ สวัสดีค่ะ ... ไปก่อนนะคะป้าน้อย "ยังไม่ทันยายสมัยจะพูดจบรวีกานต์หลานสาวสุดที่รักก็พุ่งตัวเข้ามากอดหอมก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไป "เห้อ~ดูสิน้อย ยังพูดไม่ทันจบก็วิ่งออกไปแล้ว" ยายสมัยส่ายหัวด้วยความเอ็นดูหลานสาว "ก็สายแล้วนี่ป้าสมัย เอ็นดูนะวิ่งสับตีนแตกจริงๆ " ป้าน้อยหันไปดูรวีกานต์ที่วิ่งฝุ่นตลบเพราะกลัวเข้าโรงเรียนไม่ทันแต่ก็ไม่วายทักทายบ้านนั้นบ้านนี้ตลอดทาง "โชคดีนะที่โรงเรียนอยู่ไม่ไกล" "นั่นสินะ ป้าสมัยนี่ก็จะ 15 ปีแล้วนะ " ยายสมัยนิ่งไปอีกแค่ปีเดียวก็จะหมดอายุความคดีอุบัติเหตุรถยนต์ของลูกสาวและลูกเขยแล้ว ตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จับคนทำผิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ " ป้าปล่อยวางแล้วละน้อย ถ้าจับไม่ได้ก็รอแค่เวรกรรมตอนนี้แค่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันสองคนยายหลานก็พอแล้ว " หลานสาวของเธอก็คงคิดแบบนี้เช่นกัน " ท่านประธานครับนี่คือรายชื่อที่ท่านต้องการครับ" ธนิน หรือโฮม เลขาของไซม่อนยื่นเอกสารรายชื่อชาวบ้านที่บริษัทเขาไปกว้านซื้อที่เพื่อมาทำคอนโดหรู "อืม ส่วนใหญ่คนแถวนั้นมีอายุทั้งนั้นเลยสินะ" เขามองดูรายชื่อที่อยู่บนหน้ากระดาษ สายตาคมเก็บทุกรายละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง "ใช่ครับ ผมจัดการช่วยหาที่อยู่และต่อรองราคาให้กับทุกคนตามที่ท่านส่งเรียบร้อยแล้วครับ" " ดี ส่วนคนที่ยังไม่ขายก็ส่งคนไปเจรจาต่อรองเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะพอใจ " " ครับ " ปึ้ง!!! " โอ้ย! "เสียงชนดังขึ้นนอกตัวรถ ไซม่อนขมวดคิ้วรถของเขาจอดอยู่กับที่แท้ๆ ยังมีคนมาชน "ลงไปดู" "ครับ" ธนินเปิดประตูรถลงไปก็พบกับเด็กนักเรียนในชุดม. ปลายที่ลูบแขนตัวเองอยู่รถก็ไม่มีสักคัน... วิ่งมาชนเองเหรอ "น้อง! เป็นอะไรมากหรือเปล่า" "ขอโทษนะคะ! คือแพรไม่ได้ตั้งใจ... เบรคไม่ทันค่ะ "เธอยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกผิด... ก็คนมัน วิ่งเร็วไปหน่อย " วิ่งมาชนรถเองดีนะไม่เป็นอะไรมาก ไปเถอะจะไปเรียนไม่ใช่เหรอสายแล้ว " "จริงด้วย ขอบคุณแล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะคะคุณน้า" เธอติดสปีดวิ่งอีกครั้งโดยทิ้งธนินยืนอ้าปากกับคำที่เธอใช้เรียกเขา "น้าเลยเหรอ? นี่เราแก่ขนาดถูกเรียกว่าน้าแล้วเหรอ" เขาก้าวขึ้นรถไปด้วยใจที่แอบห่อเหี่ยวเล็กน้อย " เกิดอะไรขึ้น" "มีเด็กนักเรียนวิ่งมาชนรถครับ ผมเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากเลยปล่อยไป " "..." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินว่าเด็กวิ่งชนรถต้องเป็นคนแบบไหนรถคันใหญ่ขนาดนี้ยังวิ่งชน "ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว รีบไปบริษัทเถอะ" "ครับ" ร่างสูงเดินเข้ามาในบริษัทก็เรียกจุดสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะพนักงานสาวที่เห็นเขาทีไรหวั่นไหวทุกที "ท่านประธานจะหล่ออะไรขนาดนี้นะ" "นั่นสิแถมยังโสดอีก" "ไม่โสดสิแปลกทั้งเย็นชาทั้งดุ " " เอ~หรือว่าท่านประธานไม่ได้ชอบผู้หญิง " " นั่นสิ! " " ถ้าว่างมากขนาดนี้ก็ช่วยเร่งงานให้ทันส่งวันนี้ก่อน 5 โมงเย็นด้วยนะ " " คุณราตรี!" " ใช่ฉันเองหัวหน้าของพวกเธอไงถ้าว่างจับกลุ่มนินทาเจ้านายขนาดนี้ระวังจะได้ออกไปคุยกันข้างนอกสมใจอยาก " " ไปทำงานกันสิอยู่ให้โดนดุทำไมเล่า " "สวัสดีค่ะท่านประธาน"ไซม่อนปรายตามองเลขาหน้าห้องคนใหม่ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยตามที่เขาต้องการ "สวัสดีครับคุณเมล่อน" ธนินหันไปทักทายเลขาคนใหม่ "สวัสดีค่ะ" เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "เอากาแฟดำเข้ามาให้ผมด้วยคุณเลขา" "ได้ค่ะท่านประธาน" "ตารางงานวันนี้มีอะไร" "ตารางงานวันนี้มีนัดทานข้าวกับคุณเมธีตอน 11 โมง เซ็นสัญญากับบริษัทมูนนาวาตอนเที่ยงครึ่งไปดูงานที่ห้างตอนบ่ายโมง มีประชุมตอนบ่ายสามโมงและเข้าบริษัทใหญ่ 4 โมงเย็นครับ "เขาฟังตารางงานวันนี้ก็รู้สึกว่างานมันน้อยเกินไป...กลับบ้านเร็วก็รู้สึกเบื่อ ก๊อกๆ "กาแฟมาแล้วค่ะท่านประธาน" เมล่อนเลขาสาวเดินเข้ามาพร้อมกาแฟดำ ไซม่อนปรายตามองก่อนถอนหายใจก่อนจะหันมองตึกด้านนอก " ออกไป" เมล่อนชะงักเธอจะพูดอะไรบางอย่างแต่ธนินแทรกขึ้นมาซะก่อน " เชิญครับคุณเมล่อน" "คะ อ่อค่ะเมล่อนจะไปทำงานต่อ" "ไม่ใช่ครับ คุณเมล่อนเก็บของได้เลยพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้วครับ " " มะ หมายความว่าไงคะ " เธอตกใจที่ได้ยินธนินพูดแบบนั้น " ตอนสมัครเข้ามาทำงานทางบริษัท แจ้งกฎชัดเจนแล้วนะครับแต่งกายเรียบร้อยคือข้อแรกที่สำคัญ เชิญเถอะครับอย่าให้ท่านประธานต้องเอ่ยปากซ้ำ " "อ้าวๆ พวกแกตั้งใจให้เหมือนน้องๆ กันหน่อยดิ อู้ทำไมเนี่ย! "สาวน้อยหน้าตาน่ารักวัย 18 ปี กำลังยืนดุเพื่อนชายที่แอบอู้ในเวลาเตรียมกิจกรรมนิทรรศการงานฝีมือของนักเรียน " จะดุไปไหนเนี่ยไอ้แพรขอพักนิดเดียวไม่ได้หรือไง" ไม้หนาวหนุ่มมาดเข้มหันมาโอดโอยกับเพื่อน " นั่นดิแพรขอนั่งแปบ~" "ในฐานะประธานนักเรียน... ขอสั่งให้ไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่าอู้น้องๆ มองอยู่ไป๊! "เธอยืนเท้าเอวมองเพื่อนด้วยแววตาเอือมระอา " แพรๆ อาจารย์สุนีย์เรียก" ไอซ์เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดินมาตามเธอ " งั้นเราฝากไอซ์ดูทางนี้ทีนะเดี๋ยวรีบกลับมา" "โอเค" หน้าห้องพักครู " ขออนุญาตค่ะ"ร่างบางเปิดประตูเข้าไปด้านในก็พบเพียงอาจารย์สุนีย์ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี "เรียกแพรมามีอะไรเหรอคะ" "นั่งลงก่อนสิแพร" ความอึดอัดใจที่อยู่ในตัวสุนีย์มีไม่น้อยเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อการเรียนของลูกศิษย์ "อาจารย์ดูหน้าเครียดๆ นะคะ" "ทุนของเรา... ถูกยกเลิกนะ" คำพูดสั้นๆ แต่เหมือนใครเอาอะไรมาฟาดลงกลางหัวของเธอเพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย "ทำไมละคะ ทุนมีให้นักเรียนที่เรียนดีทุกปีนี่คะแล้วทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ " " เฮ้อ~ครูหนักใจมากที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ทุนยังคงมีอยู่แต่ถูกเปลี่ยนไปให้คนอื่นแทนเรี่องนี้ครูโต้แย้งไปแล้วแต่เขาไม่ยอมเปลี่ยนใจ " " แพรเข้าใจค่ะ... อาจารย์ไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ " " เดี๋ยวครูจะลองหาทุนให้นะ ครูเสียดายเด็กเรียนดีอย่างเรา " " ขอบคุณค่ะ ถ้างั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ " รวีกานต์ รัตนไพลิน หรือว่าลูกแพรสาวน้อยมัธยมปลายวัย 18 ปี เกิดมาในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เธออาศัยอยู่กับยายสมัยกันแค่ 2 คน แต่ถึงอย่างนั้นลูกแพรก็เติบโตมาอย่างดีด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยายสมัยมอบให้มาโดยตลอด "ยายจ๋า~" เสียงอันสดใสเรียกรอยยิ้มจากยายสมัยที่กำลังก่อไฟเตาถ่านทำอาหารเย็นของวันนี้ สาวน้อยวิ่งตึงตังเข้ามาในบ้านก่อนจะพุ่งเข้ากอดยายสมัยหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง "แพรลูกยายกำลังก่อไฟตัวมีแต่กลิ่นควันไฟ" ยายสมัยยิ้มก่อนส่ายหัวให้กับหลานสาวที่ดูท่าว่าจะไม่ฟังการห้ามปรามของตัวเธอเลยแม้แต่น้อย "คิดถึงยายจัง~" "คิดถึงอะไรเจอกันอยู่ทุกวัน... มีอะไรไม่สบายใจใช่มั้ยหลานสาวของยาย"เลี้ยงกันมาตั้งแต่เล็กแค่นี้ทำไมจะดูอาการแปลกๆ ของหลานตัวเองไม่ออก "โถ่~ยายไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้มั้งเนี่ย"ลูกแพรมุ่ยหน้าก่อนจะถอนหายใจและตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ยายสมัยฟังเพราะรู้ดีต่อให้โกหกแค่ไหนก็ไม่เนียน " ไม่เป็นไรลูก ไม่ได้ทุนก็ช่าง... ยายจะขายที่อีกแปลงส่งเรียนเอง " " ไม่ได้นะจ๊ะยายตรงไหนก็ห้ามขายกว่าตากับยายจะได้มันมาลำบากกันมาตั้งเท่าไหร่ "เธอฟังเรื่องเล่าจากตาจันทร์มาตั้งแต่ยังเล็กๆ จนท่องจำได้หมด " ถ้าตาจันทร์ยังอยู่ก็คิดแบบยายนี่แหละ ตากับยายอยากให้หลานเรียนสูงๆ จะได้มีการงานดีๆ ทำ" เผื่อวันไหนที่เธอตามตาจันทร์ไปจะได้ไม่รู้สึกห่วงหลานสาวคนนี้มากนัก " ยายไม่ต้องคิดแบบนั้นเลยนะจ๊ะ แล้วแพรก็ขอสั่งห้ามว่าอย่าคิดจะขายที่อีก สมัยนี้เขามีให้กู้ยืมเรียนจบทำงานค่อยใช้คืนไม่ถึงขั้นต้องขายที่หรอกจ๊ะ " " แน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะกู้เงินเรียน " " ใช่จ๊ะยาย เขากู้กันเยอะแยะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก " " หลานว่ายังไงยายก็ว่าอย่างนั้นแหละ "ยายสมัยลูบหัวหลานรักด้วยความเอ็นดู
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD