หลังจากดูการแสดงเปิดงานจบ ไซม่อนมาเดินดูงานฝีมือของนักเรียนซึ่งในสายตาของเขาเด็กๆ เหล่านี้มีความสามารถกันหลายคนแต่ดูแล้วยังขาดโอกาสหลายด้าน เขามาสะดุดตาอยู่กับไอศกรีมที่ตั้งเด่นหราอยู่กลางงาน...ไอศกรีมสมุนไพร
"อ่อ! นี่เป็นผลงานเด่นของเลยครับไอศกรีมสมุนไพร อ้าว! แล้วเจ้าของผลงานไปไหน "
"อยู่นี่ค่า~"เจ้าของผลงานวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมแจกรอยยิ้มสดใสกระจายทั่วบริเวณ ไซม่อนมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่รวีกานต์ไม่ได้สนใจยังคงแจกรอยยืมให้เขาอยู่แบบนั้น
"อ้าว! อธิบายให้คุณไซม่อนฟังสิยืนยิ้มแฉ่งอยู่นั่น" ครูสุนีย์สะกิดรวีกานต์
" อุ้ย! ขอโทษค่ะ สวัสดีค่ะรวีกานต์ค่ะชื่อเล่นลูกแพรนี่คือไอศกรีมสมุนไพรที่แพรคิดสูตรขึ้นมาเองค่ะโดยได้รับคำแนะนำจากคุณยายของแพรเอง ลองชิมดูนะคะ "ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากปฏิเสธไอศกรีมถ้วยเล็กก็มาอยู่ในมือของเขาเรียบร้อยแล้วแถมคนเอามายัดใส่มือยังยืนยิ้มตาหยีให้อีกเขาจำใจต้องตักไอศกรีมเข้าปากเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ แต่พอได้กินรสชาติ... อร่อยใช้ได้
"เป็นยังไงบ้างครับ"
"...อร่อยดีนะครับ"
"..." รวีกานต์ยิ้มดีใจจังหวะหนึ่งดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมของคนตรงหน้าเหมือนทุกอย่างรอบๆ ตัวหยุดชะงักหัวใจของเธอเต้นตึกตักจนแทบทะลุออกมาจากอก เธอส่ายหัวไล่ความคิดและความรู้สึกแปลกๆ ออกไป... ไม่ได้ๆ ต้องตั้งใจเรียน
"ผลงานของรวีกานต์ยังมีอีกนะคะงานแกะสลักผักผลไม้ทางด้านนั้นค่ะ"ไซม่อนพยักหน้าก่อนเดินไปดู
" อู้หู~หล่ออะไรขนาดนั้นนึกว่าพระเอกซีรี่ย์ฝรั่ง~" ริสาเดินเข้ามาทำหน้าตาเคลิบเคลิ้ม
" ก็หล่อจริงแหละ แต่แกเก็บอาการหน่อยได้มั้ยรินน้ำลายหกแล้ว"รวีกานต์มองดูริสาที่ทำท่าเช็ดน้ำลายตัวเอง
" หล่อไม่พอรวยอีกต่างหากใครได้เป็นแฟนนะสบายทั้งชาติ"
" หยุดเพ้อฝันแล้วไปอยู่ตรงผลงานของตัวเองด้วยจ้า... นู้นมองดูสิ "เธอชี้ให้เพื่อนมองดูคนที่ยืนมองผลงานที่ไร้เงาเจ้าของ
" อุ้ย! ไปล่ะ" ริสาก้าวขารัวเร็วไปที่ผลงานของตัวเอง รวีกานต์ยิ้มขำให้กับท่าทางตลกๆ ของเพื่อน
"ขอชิมไอศกรีมได้มั้ยครับ" เธอหันมาสนใจกลุ่มคนตรงหน้าที่อยู่ใน เป็นนักศึกษาชายหน้าตาดี (หล่ออีกแล้ว)
"ได้ค่ะ" มือเรียวสวยยื่นแก้วไอศกรีมให้ชายหนุ่มตรงหน้าเธอยิ้มอย่างเป็นมิตรโดยไม่คิดอะไรแต่ว่าใครบางคนกลับคิดอะไรไปไกลซะแล้ว คิดจนลืมรับถ้วยจากหญิงสาว
"พี่คะ... ไม่กินแล้วเหรอคะ"
"อะ…ครับ" เขาคลี่ยิ้มยื่นมือไปรับถ้วยไอศกรีมจากเธอ เพื่อนๆ ที่เหลือพยักหน้าใส่กันรู้ทันอาการของเขา
"พวกพี่กินมั้ยคะ"
"ครับผม ว่าแต่ได้ไอศกรีมแล้วแถมเบอร์ด้วยหรือเปล่าครับ "รามาหันไปมองเพื่อนเขาส่ายหัวห้ามปรามการกระทำ
" มีนะคะเป็นเบอร์ติดต่อของอาจารย์ถ้าสนใจเรื่องไอศกรีม ตักให้ครบทุกคนแล้วช่วยหลบด้วยนะคะมีคนอื่นรออยู่ค่ะ"
" ครับ หลบเลยพวกมึงเกะกะน้อง "รามาใช้นิ้วเขี่ยเพื่อนให้พ้นทางและพากันมายืนหลบมุม
" ไอ้รามมึงชอบน้องไอติมกูดูออก" แม็ก หนุ่มหล่อตี๋ขี้หลีประจำกลุ่มหรี่ตามองหน้ารามาที่ยังยืนยิ้มไม่หุบ
"น้องน่ารักดีตาเหมือนกวาง ยิ้มทีนี่สดใสถึงข้างในใจเลยใช่มั้ยไอ้ราม" ทศ หนุ่มหล่อล่ำเอ่ยแซวเพื่อน
" พวกมึงนี่จ้องจับผิดกูจังเลยนะ กูจะรู้สึกยังไงมันก็เรื่องของกู "เขาส่ายหัวเบือนหน้าหนี
" สลัด! เขินจนหน้าแดงทำเฉไฉ "
" เรื่องของกู "
"เหนื่อย~" ริสาบ่นอุบอิบมือก็ไม่หยุดเก็บกวาด พองานเลิกแล้วสิ่งที่เหลือคือสิ่งที่ต้องเก็บ
"เหนื่อยเหมือนกัน" รวีกานต์เองก็เหนื่อยไม่ต่างกันตั้งแต่เตรียมงาน ระหว่างงานและจบงานเธอยังไม่ได้พักเลย
"เอ้อ! พรุ่งนี้มีหนังสือเกร็งข้อสอบลดราคาเห็นในเพจหนังสือแจ้งเอาไว้ ไปซื้อกันนะ "
" ได้สิ "
" เก่งขนาดนี้ยังต้องซื้อหนังสืออ่านอีกเหรอแพร"เจนจิราหรือเจน คู่ปรับของรวีกานต์
" จะเก่งไม่เก่งก็ต้องหาความรู้ใส่หัวไว้เยอะๆ จะได้ไม่มีเวลาว่างคอยไปกวนประสาทใคร "ใจไม่ได้อยากจะตอบโต้แต่ถ้าเหงาๆ อยากไฟท์ก็จัดให้ไม่ต้องร้องขอ
" นี่ว่ากันเหรอ"
"เอ้า! ก็ฉลาดนี่"
"ตบสักทีดีมั้ย! "
"ก็ลองดูพยานเยอะแยะได้เข้าไปเจออาจารย์ฝ่ายปกครองแน่ "
"…ฝากไว้ก่อนเถอะ! "
"... เพื่ออะไรวะ "ริสาทำหน้าสงสัยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนของเธอโดนหาเรื่อง ตลอดการเรียนที่นี่ไม่ว่าจะเหตุการณ์ไหนเจนจิราก็จะเข้ามาแขวะ
"ถ้าไม่ได้ทำแบบนี้คงนอนไม่หลับมั้ง ช่างเหอะอย่าไปสนใจเลย" เธอก็ไม่เข้าใจทั้งๆ ที่ไม่เคยทำอะไรให้เจนจิราเลยด้วยซ้ำ
"ก็จริง รีบเก็บกันเถอะ"
หน้าโรงเรียน
"แพรทางนี้!" ริสาเรียกเพื่อนสาวที่ยืนหน้าตาน่ารักในชุดเอี๊ยมยีนรอเธออยู่หน้าโรงเรียน
"มาเร็วมาก สวัสดีค่ะลุงสิน" รวีกานต์เดินไปขึ้นรถกระบะสีขาว เธอหันไปไหว้สินชัยพ่อของริสา
"จ้า แพรเอาของที่ลุงสั่งมาครบมั้ยลูก"
"ครบค่ะ มะม่วงน้ำปลาหวาน 2 ข้าวผัดโบราณ 2 ข้าวผัดแกงเขียวหวาน 1 "
" ดีลูกนี่ค่าของไม่ต้องทอน " สินชัยยื่นแบงก์ 500 ให้ รวีกานต์รีบปฏิเสธทันที
" ไม่ค่ะๆ ยายให้เอามาให้ฟรีไม่คิดเงินค่ะลุงสิน"
"โหย~แพรไม่ได้สิบ้านเรากินฟรีมาหลายมื้อแล้ว แล้วนี่เจ๊นงค์ออกคำสั่งมาว่าต้องจ่ายให้ได้ไม่งั้นกลับไปพ่อชะตาขาด "สินชัยตกใจตาโตเขาจำได้ว่าเมียไม่ได้พูดแบบนี้แต่พอหันไปเห็นลูกสาวยักคิ้วหลิ่วตาให้ก็เข้าใจ
"ตามนั้นแหละลูก รับไปเถอะนะอย่าให้ลุงต้องโดนเมียดุเลยนะ"
"แต่แพร…"
" เอาน่าแพรอย่าคิดเยอะ "
"... อืม ขอบคุณนะคะลุงสิน "
ห้างสรรพสินค้า Sm
" เด็กๆ กลับตอนไหนโทรมานะลูก "
" จ้าพ่อ " เมื่อรถสินชัยแล่นออกไปสองสาวก็เดินเข้าไปในห้างและตรงดิ่งไปยังร้านขายหนังสือ พอเห็นผู้คนถึงกับพากันอ้าปากค้างเพราะมันเยอะเกินกว่าที่คาดคิดไว้
"แพร... "
"หืม... "
"ศึกนี้ช่างใหญ่หลวงยิ่งนัก" กลุ่มคนตรงหน้าไม่ต่างจากคู่ต่อสู้ถ้าหยิบไม่ทันคือจบ... แพ้ราบคาบ
"อืม... เพราะฉะนั้นรีบไปกันเถอะ"
"อ้าว! มาด้วยเหรอเด็กทุน" เสียงอันคุ้นเคยทำเอารวีกานต์เหลือบตามองบน คิดอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องเจอ
"ใช่ แล้วนี่มาด้วยเหรอคิดไม่ถึงนะว่าเธอก็อ่านหนังสือเหมือนคนอื่นเขาด้วย "
" อู้ว~ "
" นั่นมันก็เรื่องของฉัน... เอาใจช่วยพวกที่ต้องไปแย่งหนังสือกับคนอื่นเขานะไม่เหมือนพวกเราที่ไม่ต้องไปคอยแย่งกับใครแค่บ้านมีเงินอยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆ ไปกินบิงซูกันดีกว่าฉันเลี้ยงเอง "เจนจิรายิ้มเยาะเดินสะบัดผมไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน
" บ้านมีเงิน~หมั่นไส้ บ้านใครก็มีเงินเว้ย! "
"ริน" เธอขำก่อนจับขาเพื่อนที่ทำท่าจะยกขึ้นถีบใครสักคน
"ยังมีหน้ามาขำอีกนั่นมันพึ่งแซะแกเลยนะแพร"
"รู้น่าแค่มองให้เป็นเรื่องขำๆ ตลกดีออกริน"
"จ้าแม่คนสวยจิตใจดี~ "
" ไปๆ ร้านเปิดแล้วเดี๋ยวไม่ทัน" เมื่อเดินเข้าไปทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก หนังสือ 50 เล่มถูกคนทยอยหยิบไปจนเกือบหมด เหลือเล่มสุดท้ายอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมของเธอแต่กลับถูกหยิบตัดหน้าไปเพียงเสี้ยวเดียว