บทที่ 4 บ้านนักรบ Nc18+

1834 Words
ณ คอนโดพี่ติณณ์ “เป็นไงบ้างเพลง เขาเชื่อเพลงมั้ย” “เพลงก็ไม่แน่ใจเหมือนกันดูเขาไม่ค่อยเชื่อเพลงเท่าไหร่ แต่พ่อเขาเข้ามาพอดีเลยให้เขารับผิดชอบเพลงด้วยการหมั้นไปก่อน” ฉันตอบพร้อมแต่งหน้าไปด้วย อีกสองชั่วโมงฉันก็ต้องไปทานข้าวที่บ้านนักรบก็เลยแวะมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับเก็บเสื้อที่หอบหนีมาจากบ้านไปด้วย “ก็ยังดีนะ ถึงจะยังไม่ได้แต่งแต่หมั้นกันไว้ก็ดีเหมือนกัน” “จะดีได้ยังไงละพี่ติณณ์ เพลงยังหมั้นกับพี่อยู่เลย เพลงเครียดจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” “ตอนที่เราหมั้นกันแค่ผู้ใหญ่เอ่ยปากไม่ได้มีพิธีอะไรเลยนะเพลง พี่ว่าเพลงเข้าไปอยู่ที่บ้านนักรบก่อนเถอะยังไงพ่อของเพลงคงไม่ไปหาเพลงที่นั่นแน่ๆ” “แต่พ่อนักรบจะไปคุยกับพ่อของเพลงนะสิ ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง” “เพลงไม่ต้องห่วงหรอกเขาเป็นถึงมาเฟีย คงไม่มีใครทำอะไรได้อยู่แล้ว” “พี่ติณณ์เพลงกลัวนักรบจะจับได้ว่าเมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกัน” “พี่ช่วยจัดฉากอย่างดี เพลงไม่ต้องห่วงหรอก เขาเองก็ดูไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้เท่าไหร่ เพลงอย่าเผลอหลุดปากไปละ” นั้นสินะ คนที่เกลียดผู้หญิงอย่างเขาคงไม่ประสีประสาเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าเขาหรอกแต่ยังดีที่มีพี่ติณณ์คอยซัพพอร์ตอยู่ตลอด “แล้วนี่พี่จะออกไปหาพี่กันเลยมั้ย” ฉันหันไปถามพี่ติณณ์เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว “ก็ว่าจะออกไปเลยเหมือนกัน ให้พี่ขับรถไปส่งมั้ย” “ไม่เป็นไรพี่ติณณ์ พี่ไปดูแลแฟนพี่เถอะ เพลงขับรถไปเองได้” ใช่แล้ว พี่ติณณ์มีแฟนแล้วและแฟนเขาก็เป็นเพศเดียวกัน แต่พี่ติณณ์ก็เปิดเผยอะไรไม่ได้เพราะที่บ้านพี่ติณณ์เองก็อยากให้ฉันหมั้นกับเขาเหมือนกัน นี่ถ้าบ้านพี่ติณณ์รู้ว่าคบกับผู้ชายด้วยกัน ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่บ้านพี่ติณณ์จะยอมรับหรือเปล่า เตี๋ยของพี่ติณณ์เป็นคนจีนที่ค่อนข้างจะหัวโบราณกับเรื่องพวกนี้ ทั้งๆที่โลกก็ไปไกลแล้วกับเรื่องแบบนี้ทำไมถึงยังมีคนไม่เข้าใจอีกก็ไม่รู้ พอๆ เลิกคิดเรื่องคนอื่นเถอะ แค่เรื่องตัวเองก็ปวดหัวจะแย่แล้ว ณ บ้านนักรบ ฉันขับมาถึงหน้าประตูบ้านก็เจอกับพี่ยามหน้าประตู เขาเดินมาหาฉันแล้วเคาะกระจกให้ฉันลดกระจกลง “นัดไว้หรือเปล่าครับ” พี่ยามถามขึ้น ฉันยกนามบัตรและกุญแจบ้านให้พี่ยามดู พี่ยามรับกุญแจบ้านมาดูแล้วโค้งคำนับฉันใหญ่เลย “ขอโทษนะครับนายหญิง ผมไม่ทราบว่าคุณเป็นแฟนของคุณนักรบ” “รู้ได้ไงคะ ว่าฉันเป็นแฟนของนักรบ” “ก็กุญแจห้องคุณนักรบอยู่ที่นายหญิง นายหญิงก็ต้องเป็นแฟนของคุณนักรบสิครับ” ฉันนี่ถึงบางอ้อเลย นี่พ่อของนักรบให้กุญแจห้องของลูกชายตัวเองมาเลยเหรอ ทำไมฉันถึงนึกว่ามันเป็นกุญแจบ้านกันได้นะ แต่ใครที่ไหนเขาจะกุญแจบ้านกันละเนอะ พอมองกุญแจดูดีๆ ก็มีชื่อ “นักรบ” ติดเอาไว้ ฉันน่าจะสังเกตมันตั้งแต่แรกไม่น่าใส่กระเป๋าลงทันทีเลย อายพี่ยามชะมัด!! “เพลงๆ ทางนี้ลูก” ฉันหันไปตามเสียงเรียกของพ่อของนักรบ “สวัสดีค่ะคุณพ่อ” ฉันยกมือขึ้นไหว้ “ตอนที่เจอในห้องเจ้านักรบว่าสวยแล้วพอมาตอนนี้ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่” จะไม่ให้สวยขึ้นได้ไงตอนที่เจอกับคุณพ่อหนูไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ หน้าก็สดกว่าปลาในตลาดอีก ผมเผ้ารุงรังอย่างกับไปโดนใครตบมา น้ำลายบูดติดหน้าด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ พูดแล้วขยะแขยงตัวเองชะมัด “คุณพ่ออย่าพูดเรื่องนั้นเลยค่ะ หนูอายจริงๆ นะ” ฉันได้แต่ก้มหน้างุดๆ คุณพ่อจะเข้ามาตอนไหนไม่เข้าดันเข้ามาตอนฉันนอนหลับอยู่สภาพจะน่าเวทนาขนาดนั้น ฉันนี่น่าจะแต่งหน้านอนซะหน่อยจะได้สวยพร้อมพบเจอผู้คนเลย “ฮ่าๆ โอเคๆ พ่อจะไม่พูดแล้ว เพลงไปตามพี่นักรบลงมากินข้าวหน่อยสิ” “แต่เพลงไม่รู้ว่าพี่นักรบอยู่ห้องไหน พ่อให้คนอื่นไปตามได้ไหมคะ” มันกระดากปากอยู่ไม่น้อยที่ต้องเรียกเขาว่าพี่ “ไม่ยากเลยลูก แค่เพลงขึ้นบันไดไปนะแล้วเดินเลี้ยวทางซ้ายมือนับไปสามห้อง ห้องนักรบอยู่ริมสุดเลยจะทำอะไรกันใช้เสียงได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ ฮ่าๆ” พ่อนักรบหัวเราะขึ้นอย่างมีความสุขแต่ฉันกลับรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา “เอ่อ...คือ...” “ไปเถอะลูก พ่อรอข้างล่างนะ” “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเดินขึ้นไปที่บันไดแต่ยังได้ยินเสียงพ่อของนักรบคุยกับแม่บ้าน “นี่เดี๋ยวเสื้อผ้าของลูกสะใภ้ฉันค่อยเอาขึ้นไปตอนพวกเขาลงมากินข้าวนะ ตอนนี้ให้เขาสวีทกันไปก่อน ดีใจวะลูกฉันมีเมียกับเขาสักทีนึกว่าจะไปคว้าผู้ชายมาทำเมียซะแล้ว ฮ่าๆ” ฉันพยายามไม่ฟังต่อและรีบขึ้นบันไดไปทันที เมื่อถึงหน้าห้องฉันก็เคาะประตูแต่เจ้าของห้องก็เงียบ ‘ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ’ ฉันเคาะอยู่ประมาณสองถึงสามนาทีแล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีกุญแจห้องเขาอยู่เลยจัดการไขมันทันที ‘แกร่กๆ’ พอเปิดประตูมาก็เจอกับห้องนั่งเล่นที่มีเครื่องดนตรีที่สามารถตั้งวงใหญ่ได้หนึ่งวงเลย ห้องของนักรบแต่งเป็นโทนสีดำดูลึกลับแต่ฉันกลับหันไปสะดุดตากับตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง มันไม่ได้ตัวใหญ่เท่าไหร่แต่ถูกใส่กรอบเก็บไว้อย่างดีแถมยังมีชั้นวางที่ทำวางโดยเฉพาะเลยด้วย “ผมบอกพ่อแล้วไงว่ายังไงก็ไม่ลงไปกินข้าวกับยัยเสียงหมานั้น” ฉันเงียบไม่ตอบแต่เดินเข้าไปหาเขาที่ห้องและพบว่าเขากำลังนอนหันหลังอยู่เสื้อก็ไม่ใส่มีแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว ฉันเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมตัวนักรบเอาไว้ “นี่นายเรียกฉันว่าเสียงหมาได้ยังไง?” ฉันเอามือบีบคอนักรบเขย่าอย่างบ้าคลั่ง “เฮ้ยยัยบ้า! มาได้ไงเนี่ย!!” “ก็พ่อนายให้กุญแจห้องนายมากับฉันตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว จำไม่ได้หรือไง” ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่เอวเขาเพื่อหวังให้เขาจักจี้ “ฉันไม่ตลกนะเว้ย!!” พูดจบนักรบก็พลิกตัวแล้วจับมือฉันไว้ทั้งสองข้างก่อนที่จะจ้องมาที่หน้าฉัน “ฉันก็ไม่ได้ตลก คิดว่านายจะบ้าจี้ซะอีก” “เลิกทำตัวปัญญาอ่อนได้แล้ว ฉันรำคาญ!!” ‘พลั่ก’ เขาผลักฉันลงจากตัวเขาแล้วขึ้นมาคร่อมฉันแทน “นี่นายจะทำอะไร” นักรบกระตุกยิ้มพร้อมกับก้มหน้าลงมากระซิบข้างๆ หูของฉัน “หึหึ ก็ทำแบบที่ผัวเมียเขาทำกันนะสิ” เขายิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะก้มลงจูบบนริมฝีปากที่สั่นระริก ฉันพยายามที่จะขัดขืนทั้งทุบทั้งตีไปที่แผงอกของเขาแต่กลับไม่เป็นผล “อื้อๆ” เสียงของฉันเปล่งออกมาได้แค่ในลำคอ ฉันจะทำยังไงดีจะไปสู้แรงผู้ชายแบบเขาได้ยังไงกัน เขาผละตัวเองออกมากจากปากฉัน แล้วกลับมาจ้องหน้าฉันอีกครั้ง “ฉันจะไม่แหย่นายเล่นอีกแล้ว ปล่อยฉันเถอะ” นักรบไม่พูดอะไรแต่กลับก้มหน้าซุกไซร้ซอกคอของฉันแทน ฉันอึ้งทำอะไรไม่ถูก ไหนว่าเขาเกลียดผู้หญิง ไหนว่าไม่รู้เรื่องพวกนี้ยังไงละ มือของนักรบเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกก่อนที่จะเลิกชายเสื้อฉันขึ้นแล้วเอื้อมมือไปปลดบราด้านหลังด้วยมือข้างเดียว “อึกๆ” น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาหยุดชะงักก่อนจะเงยหน้ามามองหน้าฉันที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ “เธอร้องไห้?” เขามองฉันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “ทำต่อสิ!! ฉันกำลังมีอารมณ์เลย” นี่ฉันมันทุเรศอะไรขนาดนี้ นักรบลุกขึ้นจากตัวฉันแล้วเปลี่ยนลงมานอนข้างๆแทน ก่อนจะค่อยๆดึงเสื้อฉันลงกลับมาที่เดิม “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พูดจบก็ดึงฉันเข้าไปกอด ตอนแรกจะหยุดร้องไห้ไปแล้วแต่พอโดนเขากอดกลับร้องออกมามากกว่าเดิมแทน “ฮึกๆ” ฉันพยายามกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเองให้มากที่สุดแต่ก็ยังมีเสียงให้เขาได้ยินอยู่ดี “เธออย่าร้องสิ ฉันไม่ชอบผู้หญิงร้องไห้นะ” เขาดึงฉันเข้าไปจูบซับน้ำตา ฉันรู้สึกถึงความอ่อนโยนที่เขาส่งมาให้ เขาไล่จูบมาเรื่อยๆจนมาจบที่ริมฝีปากฉันอีกครั้ง อยู่ๆร่างกายของฉันก็ตอบสนองด้วยการจูบกลับต่อทั้งที่ฉันไม่เคยจูบใครเลยด้วยซ้ำ เราจูบกันมาได้สักพักจนฉันหายใจแทบไม่ไหวเขาเลยถอนจูบออกมา เขาก้มหน้าซุกไซร้ซอกคอของฉันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือขึ้นมาบีบเคล้นเนินอกฉันเบาๆ จากนั้นจึงเลิกชายเสื้อขึ้นอีกครั้งและใช้ลิ้นเลียยอดอกอวบโดยที่หน้าเขาเงยมามองหน้าฉันพอดี “จ๊วบๆ” เขาเริ่มดูดหน้าอกฉันแรงขึ้น ดูดบ้างขบบ้าง ฉันได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองแน่นๆ แล้วหายใจแรงถี่ๆ เขาขบเข้ามาอย่างแรงแต่กลับทำให้รู้สึกเสียวมากกว่าจะเจ็บ “อ๊ะ” ฉันเผลอหลุดปากครางออกไปทั้งที่พยายามกัดปากตัวเองไม่ให้เสียงเล็ดลอดไปได้ เมื่อนักรบได้ยินเหมือนกับไปกระตุ้นให้เขาทำแรงเข้าไปอีก เขาค่อยๆถลกกระโปรงของฉันขึ้นก่อนจะค่อยดึงแพนตี้ตัวจิ๋วลงช้าๆ ฝ่ามือใหญ่จับเรียวขาของฉันให้อ้าออกจากกันแล้วใช้มือลูบไล้เข้ามาตรงกลาง เขาปาดนิ้วลูบไล้ครั้งแล้วครั้งเล่า “นะ...นักรบ หยุดเถอะ!!” พยายามทำเสียงอ้อนวอนให้เขาเห็นใจมากที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD