อวิ่นซงถิงไม่เอ่ยถาม ไม่แสดงท่าทีกดดันฝ่ายตรงข้าม นางเพียงเฝ้ามอง และยืนรออยู่เงียบ ๆ แล้วเมื่อเห็นว่า ใต้ต้นท้อเหลือเพียงเจ้าตัวกับนาง ผู้เป็นน้องชายก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “พี่รองขอรับ ท่านรู้เรื่องที่พี่ใหญ่ขอออกจากจวน และขอเอานามออกจากตระกูลอวิ่นแล้วใช่ไหมขอรับ?” “อืม...ข้าเพิ่งรู้วันนี้” อวิ่นซงซ่านเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่สาว เขานึกว่า อีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้เป็นคนแรกเสียอีก ทว่าเหตุใด...? ยามนี้อวิ่นซงซ่านรู้สึกลังเลใจเพิ่มขึ้น แต่...เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถิด! “พี่รอง ท่านรู้เหตุผลที่พี่ใหญ่ทำเช่นนี้หรือไม่?” “ข้าไม่รู้” “แล้วพี่ใหญ่ได้ติดต่อ ได้ส่งข่าว หรือได้เขียนจดหมายกลับมาหาท่านบ้างหรือไม่ขอรับ?” “ไม่เลย เจ้าสาม สองปีที่ผ่านมาเจ้าก็เห็นไม่ใช่หรือว่า พี่ใหญ่ทั้งเฉยชา ทำตัวเหินห่าง หลบหน้า แล้วก็แทบจะไม่ยอมพูดคุยโต้ตอบกับข้าเลย” “เห็นขอรับ” อวิ่นซงซ่านเอ่ยรับคำ ช่วงสองปีที่ผ

