"หลังจากคืนนี้มึงเรียกกูว่าลูกเขยได้เลย"
ตุ๊ดๆๆ
พอพูดจบคนเจ้าอารมณ์ก็ตัดสายทิ้ง ไม่คิดจะรอให้คนปลายทางได้มีโอกาสพ่นคำด่าทอให้ต้องอารมณ์เสีย
..
..
ปัจจุบัน
"ปล่อยนะโว้ย!"
รังสิมันต์มองคนที่แหกปากร้องโวยวายด้วยดวงตาคมฉายแววประหลาดล้ำอย่างที่ไม่มีใครเดาถูกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ริมฝีปากคล้ำกระตุกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์เมื่อมองเด็กหนุ่มที่โวยวายลั่นเกาะ อีกใจก็อยากจะจับฟาดมันลงพื้นทรายแรงๆแล้วกระทืบซ้ำๆให้มันจมหายไปกับชายหาดแต่ก็ได้แต่คิด
ก็อย่างที่รู้เจ้าขุนหลงรักเด็กคนนี้มากถึงขั้นรับมาเป็นลูกบุญธรรมด้วยการประมูลมาจากบาร์โฮสต์ซึ่งก็เขาเองนั่นแหละที่เป็นคนประมูลมันออกมา หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือการที่มันได้ออกมายืนหัวโด่ด่าเขาปาวๆอยู่ตรงนี้ก็เงินเขาทั้งนั้น...แล้วดูสิสิ่งที่มันทำกับเขา กลับมายืนชี้หน้าด่าอย่างกับหมูกับหมาทั้งที่เขาเป็นคนช่วยมันไว้แท้ๆ เขาเป็นใครมันก็น่าจะรู้ดีว่ามีอำนาจมากแค่ไหน ลูกน้องที่ยืนอยู่ยังไม่มีใครกล้าเงยขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ
แต่ไอ้มาเฟียนอกไส้! มันกล้าดียังไงถึงได้มาด่าปาวๆ หากจะเก่งก็เก่งให้ตลอด แล้วอย่ามาว่าเขาทีหลังได้แล้วกันว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก!!
รังสิมันต์ลากคนโวยวายขึ้นเรือสปีดโบ๊ทอย่างทุลักทุเลเมื่อเด็กตัวผอมสูงเมื่อสิบปีก่อนบัดนี้โตเป็นหนุ่มตัวสูงใหญ่พอกัน เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรที่ต้องใช้กำลังเพื่อจะเอาชนะ กว่าจะลากขึ้นเรือได้สำเร็จก็ลุ้นกันจนเหงื่อท่วมตัว
"พวกมึงไม่ต้องตามมา เดี๋ยวกูขับเอง" หันไปออกคำสั่งกับลูกน้องเมื่อพวกมันกำลังจะก้าวขึ้นเรือตามมาด้วย
"ครับนาย"
พอสั่งเสร็จรังสิมันต์ก็โอบเอวเวย์ไว้แน่นไม่ให้ขัดขืน ส่วนมืออีกข้างก็ขับเรือออกจากเกาะส่วนตัวทันทีเพื่อไปขึ้นฝั่งเขามีเรื่องที่ต้องสะสางกับไอ้หลานนอกไส้!
"บอกว่าปล่อยไงวะ!"
มือหนาเกี่ยวกระชับร่างของเวย์ขึ้นมานั่งบนขาข้างหนี่ง คนโดนจับมาด้วยความไม่เต็มสะบัดตัวเต็มแรง แต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้สบตาคมดุกับคนอายุมากกว่า
เวย์ก้มมองมือหนาที่เกี่ยวเอวไว้ไม่ยอมปล่อยก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยนั่งอยู่นิ่งๆยอมให้เขายกขึ้นมานั่งบนขาอีกข้างอย่างเอาแต่ใจ เวย์ยังจำได้ดีไม่เคยลืมว่ามือคู่นี้เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อหลายปีก่อน จากจะดิ้นขัดขืนก็เลือกที่จะนั่งนิ่งๆบนตักเขาเงียบๆไม่ได้ต่อว่าอะไรอีก
"ทำตัวเป็นเด็กดีก็เป็นนี่" เหมือนคำชมแต่คนฟังรู้ว่าไม่ใช่
"จะพาไปไหน แล้วนี่ก็ปล่อยลงได้แล้วมั่ง"
เวย์ก้มมองแขนแกร่งแล้วหันไปถามเจ้าของตักที่ตีเนียนโอบเอวเขาไว้ไม่ยอมปล่อยทั้งที่เขาก็ไม่คิดจะหนี แล่นเรือออกมากลางทะเลซะขนาดนี้จะหนียังไงไหว อีกอย่างก็ขี้เกียจจะเล่นแง่เพราะไม่เคยเอาชนะผู้ชายบ้าพลังอย่างอาโรมได้เลยสักครั้ง ทั้งที่หุ่นอย่างเขาก็น่าจะสู้แรงไหว
คนอายุมากกว่าทำหน้าเลิ่กลั่กแต่ก็ยอมปล่อยเวย์ให้เป็นอิสระทั้งที่รู้สึกดีเพียงใดที่ได้สัมผัสและโอบกระชับคนที่เขาพยายามจะลืมตลอดสิบปีเต็ม
สายตาลึกล้ำมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เขาเคยเรียกว่าไอ้ลูกหมา แต่ทว่ามาวันนี้โตเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวท่าทางเป็นหนุ่มเพลย์บอยหน้าตาออกร้ายๆกว่าตอนที่เป็นเด็กเสียอีก หล่อมากจนเขาแทบเกือบจะจำไม่ได้หากอีกฝ่ายไม่โผล่เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ส่วนคนบนตักเองก็เอาแต่เบี่ยงหน้าหลบไม่ยอมสบตาเช่นกัน
พอนึกถึงคืนนั้นร่างกายที่เหมือนท้องทะเลยามสงบกลับร้อนรุุมขึ้นมาทันที ตั้งแต่ค้างด้วยกันที่โรงแรมในคืนวันประมูล มีบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเขาและเวย์ มันยังเป็นความลับจนถึงทุกวันนี้ พอมาเจอหน้ามันอีกทีความรู้สึกที่เก็บกดไว้มาตลอดสิบปีก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
"สบายดีใช่ไหม"
ประโยคแรกหลังจากที่เงียบกันมาตลอดที่ขับมาถึงกลางทาง ทำให้เวย์ถอนหายใจอีกครั้งไม่ใช่แค่รังสิมันต์ที่รู้สึกแปลกๆตัวเวย์เองก็เช่นกัน
ชีวิตเขาเหมือนเจอฝันร้ายมาตลอด แล้วจู่ๆก็ตื่นขึ้นมาบนกองเงินกองทองมีอำนาจและเงินทองที่ใช้ยังไงก็ไม่หมด รวมถึงลูกน้องมากมายอยู่ล้อมรอบกลายเป็นมาเฟียตัวน้อย เป็นเจ้าชายชั่วในพริบตา
เวย์พยายามเรียนอย่างหนักและฝึกฝนตัวเองให้ดีขึ้นและเก่งขึ้นแต่ไม่ใช่ในแบบที่เจ้าขุนต้องการ จุดประสงค์เดียวที่อยู่ในหัวคือเขาเพียงต้องการกวาดล้างกลุ่มคนที่เคยทำร้ายเขาเมื่อตอนเป็นเด็กจนพวกมันสิ้นอำนาจ ใช้เงินและอำนาจของวนารมย์และตระกูลมาเฟียใหญ่อย่างอิซักเซ่นกวาดล้างพวกมันจนสาแก่ใจ แล้วจึงกลับมาเมืองไทยเพราะถูกคำสั่งฟ้าผ่าจากเจ้าขุนผู้เป็นพ่อบุญธรรม
เมื่อชำระความแค้นกับพวกเดนมนุษย์จนสิ้นซากและทุกอย่างก็ได้จบลงแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นที่จะอยู่ที่นั่นต่อไปอีก...
"จะตอบแต่ละคำนี่มันยากนักหรือไง มันจะตายไหม ใช่สินะตอนนี้มีอำนาจมีเงิน อวดเก่งไม่เห็นหัวกูแล้วนี่" ประโยคหลังดูกวนใจ จนคนฟังอยากตีรวน
อาโรมพูดถูกเขาอาจจะมีอำนาจ มีเงิน มีลูกน้องมากมายล้อมรอบแต่สิ่งที่เขาไม่มีก็คือความสุขในวัยเด็กวัยรุ่นมันขาดหายไป ถึงแม้เจ้าขุนจะรักและตามใจเขามากแต่มันก็ไม่ได้เติมเต็มกับสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตได้ทั้งหมด
ส่วนเรื่องความอวดเก่งเขาไม่เถียง ยอมรับว่าเก่งจริงแต่ก็เก่งแต่เรื่องร้ายๆ ตั้งแต่โตมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยทำให้พ่อบุญธรรมภูมิใจในตัวเองเลยสักครั้ง เรียนก็ไม่จบไม่มีความรู้พอที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระช่วยบริหารกิจการของพ่อได้เลยสักนิด
"แล้วที่ถามอาอยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ"
"มึงอย่ามากวนตีนกู แต่อย่างว่ามีเงินใช้ไม่ขาดมือไม่สบายก็คงแปลกแหละ ใช้ไปสิเงินนะไอ้ขุนมันหาไว้ให้มึงผลาญอยู่แล้วนี่" ปากหยักยกยิ้มเหยียดพูดประชดออกไปด้วยความไม่ชอบใจ ทำให้เวย์นึกน้อยใจอีกฝ่ายพิกล
รังสิมันต์รู้ว่าเวย์เริ่มใช้ชีวิตบนโลกใบใหม่ที่เจ้าขุนเนรมิตให้ ถูกตามใจสารพัด เจ้าขุนพยายามเติมเต็มสิ่งที่เวย์ขาดหายไปจนกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง สิบปีผ่านไปกลายเป็นหนุ่มเพลย์บอยเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แล้วที่กลับเมืองไทยมานี่ก็เพราะกลับมาตามคำสั่งฟ้าผ่าของพ่อมัน...
แต่เรื่องนั้นเขาไม่สนใจยังไงเจ้าขุนก็คงหาวิธีจัดการเรื่องไว้แล้ว แต่สิ่งที่เขาสนใจก็คือเรื่องอัสวิส
"เลิกยุ่งกับไอ้อัสซะ!!"
"ไม่!" คนตอบเหมือนไม่หยุดไตร่ตรองเลยสักนิด ตอบทันควันเหมือนอยากจะตีรวนกับเขามากกว่า
"คนอื่นมีเยอะแยะ มึงจะมายุ่งกับมันทำไม ไอ้อัสมันมีเมียแล้วมึงก็เห็น"
ตอนแรกคิดว่าจะปล่อยผ่านเรื่องระหว่างเขากับมันไป แต่ดันเสือกเข้ามาวุ่นวายเป็นมือที่สามให้ผัวเมียเขาทะเลาะกันทำให้รังสิมันต์ไม่อาจนิ่งเฉย ใครๆก็รู้ว่าเขารักหลานชายมาก ไม่ว่าใครหน้าไหนมาแตะความสุขแม้เพียงเล็กน้อยเขาก็ไม่ยอมปล่อยไว้แน่ ถึงแม้ว่าเวย์กับอัสวิสจะเคยใช้ชีวิตในต่างแดนด้วยกันมีความสนิทสนมกันมากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาไม่ชอบใจที่เวย์จะมาวุ่นวายกับชีวิตของอัสวิสแบบนี้ หลานของเขามีคนรักที่ชื่อภูผาอยู่แล้วทั้งคน
"แล้วไง? ผมไม่ได้จะเอาเมียพี่อัส" คนพูดลอยหน้าลอยตาไม่ได้สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำเลยสักนิด
"กูจะถามมึงอีกครั้งแค่ครั้งเดียวว่าจะ เลิก ยุ่งกับมันไหม"
ประโยคเน้นย้ำทำให้คนดื้อรั้นอย่างเวย์อยากจะเอาชนะ ทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดกับพี่อัสมากไปกว่าพี่ชาย แต่ในเมื่ออยากยัดเยียดให้ดีนักก็จะปล่อยให้คิดไปละกัน และก็ไม่คิดที่จะแก้ต่างให้กับตัวเองด้วย
อยากรู้นักว่าคนรักหลานจะเป็นจะตายอย่างอาโรมจะเดือดดาลแค่ไหน ถ้าหากได้ยินคำตอบว่าตนจะไม่ยอมเลิกความตั้งใจเข้าไปเป็นมือที่สามในชีวิตอัสวิส
"จะถามอีกกี่ครั้งผมก็จะตอบเหมือนเดิมว่า ไม่ " พอได้ยินคำตอบจากหลานนอกไส้! รังสิมันต์ก็ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ
ได้! อยากดื้อดีนักใช่ไหมเขานี่แหละจะเป็นคนหยุดและปราบพยศมันเอง
รังสิมันต์หันไปมองคนที่เดินไปนั่งหน้าตึงอย่างไม่พอใจอยู่ตรงท้ายเรือ ทุกอย่างบนตัวมันยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นหน้าตาสีผมหรือแม้แต่รอยสักที่เขาชอบมอง ทั้งที่แต่ก่อนเคยบอกว่าไม่เหมาะกับมันเลยสักนิด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่สักหน่อยมันเหมาะกับตัวตนของมันมากที่สุด
เวย์เหลือบตามองมาทั้งคู่จึงได้สบสายตากันพักใหญ่ก่อนจะเป็นรังสิมันต์ที่ถอนหายใจแล้วหันกลับไปสนใจเส้นทางกลับเข้าฝั่งอย่างครุ่นคิดกับสิ่งที่เขากำลังจะตัดสินใจทำ จึงไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายตะโกนถาม
"แก่แล้วยังจะหูตึงอีก ผมถามว่าจะพาผมไปไหน"
คำถามไม่เข้าหูยังไม่พอแต่น้ำเสียงของคนที่ตะโกนมายังตีรวนทำเอามุมปากหนุ่มใหญ่กระตุกหัวเราะในลำคอเบาๆให้กับตัวเอง ชีวิตที่แสนสงบและเงียบเฉาคงจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะจะมีมันอีกคนเข้ามาในชีวิตจริงๆแล้วสินะ
"ก็กูบอกพ่อมึงไปแล้วไง หรือว่าจะให้พูดซ้ำ"
"ตาเฒ่าวิปริต!"
เวย์ว่าอย่างเหลืออด ใครจะไม่ได้ยินในเมื่ออาโรมเล่นป่าวประกาศตะคอกเสียงดังใส่โทรศัพท์ว่าจะเอาเขาเป็นเมียดังมากซะขนาดนั้น นั่งฟังจากดาวอังคารยังได้ยิน
"หยุดปากของมึงซะ! ถ้าไม่อยากให้กูตบปากแล้วลากหมาออกมา"
"ผมเลี้ยงของผมไว้ตั้งนานเรื่องอะไรจะให้อาเอามันออกมาง่ายๆล่ะ"
"เด็กนิสัยเสียอย่างมึงไอ้ขุนมันคงรับมือไม่ไหว อย่างมึงนี่คงต้องเจอกูซะละมั่ง"
เขาคงต้องขอยืมตัวเจ้าเด็กตาสวยนี่มาไว้ที่บ้านสักปีสองปีแล้วจะสอนเรื่องมารยาทรวมถึงสอนหน้าที่หลานที่ดีต้องทำกันยังไง! แต่ถ้ามันยังเข้าไม่เข้าใจก็คงต้องรั้งไว้ตลอดชีวิต
"พ่อยังไม่เคยว่าสักคำ แล้วอามีสิทธิ์อะไร"
"ทำไมกูจะไม่สิทธิ์ในเมื่อชีวิตของมึงก็เป็นของกูเหมือนกัน ที่มึงมายืนด่ากูปาวๆได้ใช้ชีวิตสุขสบายเพราะใคร หรือมึงลืมไปแล้วไอ้ลูกหมา ไอ้เด็กเนรคุณ!"
คนโดนด่านิ่งไม่ได้โต้ตอบ
พอขับเรือมาเทียบฝั่งลูกน้องของรังสิมันต์ก็มายืนรอรับคนทั้งสอง ร่างสูงของเวย์ก็กระโดดลงจากเรือแล้วเดินตัวปลิวออกมาทันที รังสิมันต์เดินก้าวยาวๆตามหลังแล้วกระชากอีกฝ่ายไว้
"หยุด!! มึงจะไปไหน"
"ผมก็กลับกรุงเทพไง..ถามแปลก"
"ใครให้มึงกลับ กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่ามึงต้องอยู่กับกูก่อน" ไม่พูดเปล่าแต่คนเป็นอาเข้าไปจับข้อมือเวย์เพื่อไปที่ลานจอดรถ
"ไม่ไป! ปล่อยผมนะ ปล่อยสิวะ!"
เวย์สะบัดข้อมืออย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกคน แต่สักพักคนตัวโตกว่าก็ยอมปล่อยอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย จนทำให้คนเป็นหลานหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ
"ตามไปกับกูดีๆ"
"ไม่!!"
"แน่ใจนะว่ามึงจะดื้อกับกูจริงๆ รู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง"