เวย์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววตาฉายแววประหลาดล้ำ ใครจะกล้าลืมไอ้วิธีลงโทษเด็กดื้อของเขาว่ามันเป็นยังไงแต่นั่นมันเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้เขาโตแล้วไม่จำเป็นต้องก้มหัวยอมให้คนตรงหน้าทำโทษแบบนั้นอีก
เวย์หมุนตัวเพื่อจะหนีไปอีกทางเพราะยังไงเขาก็ไม่ยอมไปกับอาโรมแน่...
พรึ่บ!
เวย์ซะงักกึก เมื่อการ์ดสองคนของรังสิมันต์มาจากไหนไม่รู้เดินเข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไปอีกทาง โดยมีเจ้านายยืนกอดอกนิ่งมองมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
"ถอยไป! กูบอกให้ถอยอย่ามาขวาง อ๊ะ!!"
ผ้าสีขาวผืนเล็กถูกโปะเข้าที่จมูกโด่งของเวย์อย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัวร่างโปร่งดิ้นขลุกขลักพยายามกลั้นหายใจ แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงการ์ดรูปร่างใหญ่ยักษ์สองคนได้ จนในที่สุดเวย์ก็เผลอสูดกลิ่นเหม็นฉุนกึกเข้ามาเต็มปอด ไม่นาน ดวงตาทั้งสองข้างก็เริ่มพล่าเบลอ สติค่อยๆเลือนลาง
เวย์กำลังจะล้มลงกับพื้นพร้อมกับสติที่ดับวูบ แต่รังสิมันต์เข้ามาช้อนรับได้ทันก่อนที่หัวของของอีกฝ่ายจะกระแทกกับฟุตบาท
"หึ..ไหนบอกว่าเก่ง แค่นี้ยังเอาตัวเองไม่รอด"
เวย์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกมึนงง สัมผัสจากแอร์เย็นๆกับเตียงกว้างนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าให้ความสบายและสดชื่นทำให้ร่างโปร่งอยากซุกหน้าเข้ากับหมอนนอนต่อไป แต่พอหลับตาได้ไม่นานคนที่คิดว่าจะนอนต่อก็ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อภาพลำดับเหตุการณ์ความทรงจำสุดท้ายแล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง
"ที่ไหนว่ะเนี่ย!" กวาดสายตามองไปรอบห้อง คิ้วเข้มขมวดแน่นเมื่อสายตาไปหยุดอยู่ที่ภาพวาดขนาดใหญ่บนฝาผนังซึ่งเป็นคำตอบให้กับตัวเองทันที
"อาโรม ไอ้ปู่โรม ไอ้@#$"
แอ๊ดดด!!!
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้เวย์หันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทางใจเย็น หลังจากที่ได้ยินเสียงด่าทอลั่นบ้าน ในมือยังถือแก้วกาแฟยกขึ้นจิบช้าๆมองคนอยู่บนเตียงไปด้วยอย่างสบายใจ ก่อนจะเดินไปวางแก้วไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนแล้วหันมายืนมองคนที่อยู่กลางเตียงด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"ไอ้!!"
เวย์ยกมือขึ้นชี้หน้าเมื่ออาโรมเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำเลยสักนิด
"ชู่ววว" รังสิมันต์ยกมือเชิงห้าม นิ้วชี้ส่ายไปมาเล็กน้อยอย่างกวนประสาท
"ถ้ามึงด่ากูอีกคำ กูจับมึงทำเมียตอนนี้แน่"
"ปล่อยผมไปเถอะนะ"
เวย์ลุกพรวดขึ้นมายืนข้างเตียง แต่ด้วยความที่ลุกเร็วเกินไปหน่อยทำให้ร่างโปร่งเซถลาไปด้านหน้า เวย์รีบเกาะไหล่หนาของคนตรงหน้าเอาไว้แน่น พร้อมกับแขนแกร่งของเขาก็ตวัดโอบเอวเวย์ไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายล้มลงไป ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดอยู่ที่หน้าผากทำเอาเวย์หน้าร้อนวูบวาบจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคม เขาเองก็กำลังจ้องมองมาอยู่เช่นกัน ต่างคนต่างเงียบแล้วใบหน้าคมคายก็ค่อยๆเลื่อนลงเข้ามาใกล้จนปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน
"ปะ..ปล่อย!"
เวย์ผลักคนตรงหน้าออกอย่างแรงเมื่อได้สติ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงเสียหลักแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน จนกระทั่งคนเป็นหลานต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน เพราะดันรู้สึกสั่นไหวในใจขึ้นมาแปลกๆยามสบดวงตาคมปลาบที่มีความหมายเป็นนัยบางอย่างอยู่ในสายตาคู่นั้น
"ถอยไป!"
เวย์ผลักร่างสูงตรงหน้าให้หลบไปให้พ้นทาง ขาเรียวก้าวยาวๆไปยังประตูห้องแต่พอเปิดประตูออกไปก็ถึงกับชะงัก เมื่อพบชายชุดดำยืนขวางอยู่เต็มหน้าห้อง
"20 ล้าน"
เวย์หันกลับมาตามเสียง นิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่พอหันกลับก็พบว่าใบหน้าคนของตรงหน้าอยู่ในระยะประชันชิดจนปลายจมูกปัดไปโดนแก้มอีกฝ่าย คนเป็นหลานรีบผงะหน้าหนีไม่อย่างนั้นจมูกโด่งเป็นสันคงได้สัมผัสแก้มขาวไปแบบเต็มๆ
"อาโรมพูดว่าอะไรนะ"
"มึงคิดว่ากูเสียเงินตั้ง 20 ล้าน แล้วจะไม่เรียกร้องอะไรจากมึงเลยหรือไง อย่างน้อยมึงก็น่าจะตอบแทนกูบ้าง หรือมึงอยากขึ้นชื่อว่าเป็นคนเนรคุณ"
"แค่ 20 ล้าน เดี๋ยวผมจะหามาคืนให้เอง"
คนพูดท่าทางอวดดีเงินแค่นี้สำหรับเวย์ไม่ใช่เรื่องยากในบัญชีของเขามีมากกว่านี้หลายร้อยเท่า แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมอาโรมจะมาทวงบุญคุณเอาตอนนี้ทั้งที่เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว
"กูไม่เอาเงิน แต่กูจะเอามึง"
ถึงแม้ตอนนี้เงิน20ล้านจะเป็นเพียงแค่เศษเงินของมันก็ตาม แต่ตอนนั้นเงินที่มันใช้คำว่า แค่ 20 ล้าน มันมีค่ามากมายมหาศาลเดิมพันมาด้วยชีวิตของมัน
"......"
"เพราะเงินที่มึงหามาให้กูก็เงินของวนารมย์ ตอนนี้เงินแค่นี้มันขี้ปะติ๋วสำหรับมึงอยู่แล้วนี่ กูไม่ได้ต้องการเงินของมึง เพราะฉะนั้นมึงก็อย่าคิดจะลำเลิกบุญคุณเด็ดขาด"
"อื้อออ!"
พูดจบริมฝีปากร้อนของอีกคนก็ประกบจูบลงมาอย่างรวดเร็ว รังสิมันต์ไล้เลียดูดดึงริมฝีปากของอีกคนอย่างรุนแรง ราวกับหื่นกระหายมานานแสนนาน ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปลิ้มชิมความหวานที่เขายังจำมันได้แม่นว่าหวานล้ำมากแค่ไหน ลิ้นร้อนไล่ต้อนลิ้นเล็กอย่างเมามันส์จนเวย์เหมือนคนขาดสติไปชั่วขณะ กระทั่งร่างโปร่งเริ่มหายใจไม่ทัน ถึงได้พยายามผลักไสคนตรงหน้าออก
"อึ่ก...อื้ออออ!"
ร่างสูงผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่ววินาทีก็ประกบเรียวปากลงไปใหม่อีกครั้ง คราวนี้เวย์เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่นไม่ยอมให้อีกฝ่ายล่วงล้ำเข้ามารังแก แต่มีหรือรังสิมันต์จะยอมโดยง่าย มือแกร่งเลื่อนขึ้นมาบีบคางของอย่างแรงจนเวย์เจ็บร้าวไปทั่วสันกราม ในที่สุดก็ต้องยอมเปิดปากรับเรียวลิ้นของอีกฝ่ายเข้ามาต้อนหาความหวานภายในจนได้
"ถ้ากูยังใช้งานมึงไม่คุ้มกับเงิน 20 ล้าน ก็อย่าหวังว่ามึงจะได้ออกไปจากที่นี่ แม้แต่พ่อของมึงก็ช่วยไม่ได้"
ร่างสูงผละออกจากเวย์ที่ยกมือขยี้ปากตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความรังเกียจสัมผัสวาบหวามของอีกคนที่ยัดเยียดให้ จนตอนนี้ริมฝึปากสีแดงสดบวมเจ่อไปหมด รังสิมันต์มองเห็นอีกฝ่ายรังเกียจสัมผัสตนก็ยิ่งชอบใจแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาติดใจไปแล้ว
ติดใจ...เขาชะงักไปกับความรู้สึกนี้
ใช่! เขายังติดใจรสจูบที่หอมหวานไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนเขาก็ยังโหยหาสัมผัสนี้ จะนอนกับใครมากี่สิบกี่ร้อยคนก็ไม่เคยลืมรสจูบจากเด็กคนนั้น จนกระทั่งได้สัมผัสอีกครั้งและมันก็ใช่
มันคือคำตอบที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดสิบปี ยอมรับเลยว่าเขาติดใจริมฝีปากบางๆนุ่มๆของคนตรงหน้า และอยากครอบครองไว้เพียงคนเดียว
เขายอมรับว่าเขาอยากลองกับเวย์ ...
ไม่ใช่ไม่เคยลองกับผู้ชายคนอื่นแต่มันไม่ใช่คำตอบที่เขาตามหา รสรักที่ได้รับการปรนเปรอจากคู่ขาไม่เคยทำให้เขาอิ่มในกามารมย์ ตั้งแต่ได้สัมผัสกับเวย์เขาก็ไม่เคยลืมมาจนถึงตอนนี้
ในระหว่างที่ตกอยู่ในภวังค์ หมัดหนักๆของเจ้าลูกหมาก็เหวี่ยงเข้ามาที่ใบหน้าของรังสิมันต์เต็มแรง แต่ร่างสูงก็หลบได้แบบเฉียดฉิว มือหนาจับแขนเรียวของเวย์ไว้แน่น แล้วพลิกตัวดันอีกคนให้ติดกับผนังกำแพงห้องอย่างรวดเร็ว อีกมือก็บีบคางมนเอาไว้แน่น
"โอ๊ย!!"
เวย์ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อมือหนาเพิ่มแรงดันจนแก้มของคนแรงน้อยกว่าแนบชิดไปกับกำแพงจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ตุ้บ!
ร่างสูงปล่อยมือออกจากคางของเวย์ ที่ขึ้นสีแดงเป็นรอยนิ้วมือ ร่างโปร่งทรุดฮวบลงไปเพราะแข้งขาอยู่ๆก็หมดแรงลงไป
"อย่าอวดดีกับกูอีก!"
รังสิมันต์มองคนอวดดี ยกยิ้มมุมปากนิดๆก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่ลืมล็อคประตูเอาไว้ด้วยรหัสผ่านของระบบอัตโนมัติ เวย์ได้แต่มองตามด้วยความคับแค้นใจยกมือลูบคางของตัวเองไปมาด้วยความรู้สึกเจ็บจนหูอื้อตาลาย
"แรงช้างหรือไง บีบทีแทบกรามหัก" เวย์พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูพยายามใส่รหัสผ่าน และบิดลูกบิดประตูอยู่สักพักแต่ก็ไม่เป็นผล
"ประตูอะไรของแม่งอีกวะ"
ชายหนุ่มเดินมานั่งที่เตียงกว้างด้วยความหงุดหงิด ในหัวก็พยายามคิดหาวิธีออกไปจากห้องสารพัด แต่ก็คิดอะไรไม่ออกได้แต่สำรวจไปมองรอบๆห้องด้วยความหมั่นไส้กับความรวยของคนที่เป็นเจ้าของ ข้างในตกแต่งไว้อย่างเรียบหรูของแต่ละชิ้นมีราคาแพงลิ่ว บางอย่างแทบประเมินราคาไม่ได้ด้วยซ้ำ คนที่เคยเป็นหัวขโมยอย่างเขารู้จักราคาของล้ำค่าพวกนี้เป็นอย่างดี
แล้วความคิดร้ายๆก็ผุดขึ้นมาทันทีเมื่อหมั่นไส้ความรวยของเขา ใบหน้าหล่อยกยิ้มร้ายๆในเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ก็คงจะต้องทำลายข้าวของพวกนี้แทน แค่คิดเวย์ก็ยิ้มออกมาอย่างสะใจ
"รวยนักใช่ไหมเจอรันเวย์หน่อยปะไร" ร่างสูงเด้งขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว
"อยากให้อยู่ในนี้มากนักใช่ไหม ได้! เดี๋ยวไอ้รันเวย์คนนี้จะจัดให้นะครับอาโรม"