bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

book_age16+
468
FOLLOW
3.4K
READ
HE
badboy
drama
sweet
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

"จี้หวนเฟิง" นักพิสูจน์อักษรที่ทำตัวเหมือนปลาเค็มตากแห้งคนหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุตกบันได เมื่อเธอฟื้นอีกทีก็พบว่าตัวเองกลายเป็นฮูหยินของแม่ทัพที่ดุกว่าเสือ และปัญหาใหญ่ที่สุด คือ เขาไม่ชอบเธอ...ดังนั้นหญิงสาวจำเป็นต้องเอาตัวรอดในยุคที่ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและหาปมเงื่อนของการถูกปองร้ายในอดีตของตัวเอง

chap-preview
Free preview
Intro
ในปี 2024 ณ มหานครปักกิ่งที่แสนจะวุ่นวาย หญิงสาวคนหนึ่งในชุดทะมัดทแมงกำลังวิ่งสับเท้าลงบันไดแข่งกับเวลา “08.45 แล้ว หากวันนี้ฉันเข้าสายล่ะก็ ตาบ้าจูได้ฆ่าฉันทิ้งแน่” หญิงสาวบ่นพึมพำไปด้วย ในอาคารที่สูงถึง 30 ชั้นนี้ ใครจะไปรู้ว่าวันนี้ไฟดับ เธอเลยต้องวิ่งจากชั้น 8 ลงไปที่ชั้นล่างซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศตัวเองด้วย ที่พักติดออฟฟิศน่ะดี แต่ที่พักอยู่ในอาคารเดียวกับออฟฟิศไม่ดีหรอก “อ๊ะ!” หญิงสาวอุทานเบา ๆ พร้อมกับที่ร่างของเธอร่วงลงจากบันไดและกลิ้งลงไปหลายครั้งจนไม่สามารถนับขั้นได้พร้อมกับสติที่หลุดลอยไปแล้ว “ฮูหยิน! ท่านฟื้นแล้ว” เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นรอบตัวนางจนเปลือกตาที่เพิ่งเปิดมาเมื่อสักครู่นั้นปิดลงไปอีก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเสียงของใครบางคนดังขึ้น “ยังไม่ตายก็ดีแล้ว ใครใช้ให้นางใจกล้า” เสียงทุ้มนั้นคงจะน่าฟังไม่น้อยถ้าไม่ห้วนจัดจนนางที่เพิ่งได้ยินครั้งแรกก็รับรู้ถึงความเกลียดชังนั้นได้เป็นอย่างดี “อวี่โหว” หรือ “อวี่เหิงสุ่ย” แม่ทัพดำแห่งกองทัพตะวันออกปรายตามองสตรีผู้นั้นด้วยความรังเกียจ “จี้หวนเฟิง” บุตรีของราชครูจี้เผย บุคคลที่เขารังเกียจยิ่งนัก กล้าใช้โอกาสที่เขารบชนะชนกลุ่มน้อยมาขอพระราชทานสมรสยัดเยียดสตรีน่าชังผู้นี้มาให้ ทั้งยังใจกล้าวางยาเขาในคืนเข้าหอไปเสียอีก พอเขารู้ทันเล่ห์กลของนางกลับทำร้ายตัวเองโดยการเอาหัวโขกเสาเตียงจนสลบไป ดียิ่ง! คืนเข้าหอของอวี่เหิงสุ่ยแม่ทัพดำผู้เก่งกาจกลับกลายเป็นคืนสีเลือด เจ้าสาวจงใจฆ่าตัวตาย จงใจให้เขาอับอายใช่หรือไม่ สตรีเช่นนี้หรือที่ได้รับการดูแลอบรมมาจากจวนราชครูผู้สูงส่ง ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก สายตาของบุรุษที่อยู่ตรงหน้านั้นทำให้จี้หวนเฟิงรับรู้ได้ดีเลยทีเดียวว่าเขามิได้มีใจผูกสมัครรักใคร่นางเช่นที่สามีภรรยาควรจะเป็น แต่เหตุใดเล่าบิดาของนางจึงได้จับลูกสาวโยนเข้าบ้านของสามีเช่นนี้ได้ “ใจกล้า! ภรรยาที่ร่วมหอกับสามีในคืนเข้าหอต้องใช้ความใจกล้าด้วยอย่างนั้นหรือ?” เสียงแผ่วเบาคล้ายพูดกับตนเองก่อนที่ใบหน้างดงามที่ยังคงมีรอยฟกช้ำนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ที่เป็นสามีของนางเมื่อวานนี้ด้วยดวงตาที่ใสกระจ่าง “นับจากนี้ท่านวางใจได้เลย ข้าไม่มีความกล้าเช่นนั้นอีกเด็ดขาด” จี้หวนเฟิงคลี่ยิ้มเบิกบานทั้งที่นางกำลังปวดหัวแทบตาย “เดินซุ่มซ่ามตกบันได้บ้านไม่พอ ยังตายแล้วมาเกิดในยุคโบราณที่มีผัวเป็นทหารปากสุนัขอีก” หลังจากนั้นอวี่เหิงสุ่ยก็ไม่ได้โผล่หน้าเข้ามาให้นางพิสูจน์ความกล้าอีก กลับเป็นจี้หวนเฟิงแทนที่ต้องรับภาระการฝึกใช้ชีวิตในยุคจีนพีเรียดนี้ให้รอด ใครใช้ให้นางเอาแต่ทำงานจนแทบไม่แตะนิยายจำพวกทะลุมิติหรือแนวพระเอกปากมอมหรือแนวนางเอกบอบบางไว้เลยเล่า ดูท่าอวี่เหิงสุ่ยผู้นี้จะเกลียดชังตระกูลเดิมของภรรยาเข้าไส้ แต่หญิงสาวเองก็อดแปลกใจทีท่าของสกุลเดิมของตัวนางไม่ได้เช่นกัน ลูกสาวแต่งงานมาสามวันยังไม่กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แล้วพ่อตาก็ไม่ถูกกับลูกเขย ไม่ห่วงว่าเขาจะจับนางฆ่าทิ้งไปแล้วหรือ แล้วนางเอกทะลุมิติคนอื่น ๆ เขามีความจำร่างเดิมไว้บ้างหรือไม่? เหตุใดในสมองของจี้หวนเฟิงผู้นี้มันถึงได้ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลยเล่า “เจ้าทำอะไรอยู่หรือ?” เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยถามเบา ๆ พอนางหันกลับไปเจอเข้าถึงกับสะดุ้งโหยงลุกขึ้นจากที่นั่งไปยืนตัวลีบอยู่มุมศาลาริมน้ำแทน “ทำไมกลัวข้าล่ะ? ข้าไม่ได้จะแกล้งเจ้านะ” ชายผู้นั้นสวมชุดลำลองของบุรุษเนื้อดี กลิ่นอายของเขาต่างจากวันเกิดเรื่องเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นก็น่าฟังมากขึ้น แต่จี้หวนเฟิงไม่มีวันที่จะไว้ใจพยัคฆ์แปรปรวนผู้นี้อย่างแน่นอน “สามี...ท่านมีธุระอะไรกับภรรยาเช่นข้าอย่างนั้นหรือ?” “สามี..เจ้าเรียกใคร? ข้าหรือ?” คนผู้นั้นเอ่ยถามนางด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะเบะปากแล้วเปลี่ยนเป็นร้องไห้ดังลั่น “ข้าชื่ออาเป่า ไม่ใช่สามี ไม่เอาชื่อนี้ ฮึก!” เมื่ออีกคนเริ่ม อีกคนก็ตามอย่างไม่ให้เสียเปรียบซึ่งกันและกัน ดังนั้นจี้หวนเฟิงจึงเริ่มเลียนแบบการกระทำของสามีบ้าง “ข้ากลัวแล้ว อย่าหาเรื่องข้าเลยนะ..ฮือ!” ทั้งคู่ร้องไห้แข่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กลายเป็นว่าสองเสียงแผดประสานกันดังลั่นจนนกที่ทำรังอยู่บนต้นไม้พากันบินขึ้นสูงด้วยความตกใจ ที่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่งไม่ห่างจากจวนสกุลอวี่นัก หลงหลวนจื่อถงยืนกอดอกมองดูภาพนั้นด้วยความขบขันในขณะที่องครักษ์หน้านิ่งข้างกายของเขายังคงมองภาพความวุ่นวายนั้นด้วยสายตาที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าจี้หวนเฟิงผู้นี้จะสติไม่ดีดังที่คนในเมืองหลวงโจษจัน” ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยกับองครักษ์คู่ใจด้วยสีหน้ายิ้มละมัยในขณะที่อี้จูจ้านอดที่จะสงสารสหายของตนไม่ได้ เป็นถึงแม่ทัพอนาคตไกลแต่กลับมีฮูหยินเอกเป็นคนสติไม่สมประกอบเสียได้ “แต่เหิงสุ่ยยืนยันว่านางจงใจวางยาเขา แล้วยังฆ่าตัวตายเมื่อถูกจับได้อีก คนที่คิดได้แบบนั้นไม่น่าจะเป็นคนบ้าหรอกกระมังพ่ะย่ะค่ะ” สหายสนิทที่รับรู้เรื่องความโกลาหลในคืนเข้าหอเอ่ย เขาที่ยืนแอบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ข้างเรือนของสหายด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะโง่เขลาทำสิ่งเลวร้ายลงไป แต่ทว่ากลับได้ยินเสียงเหมือนคนต่อสู้กันมากกว่าร่วมอภิรมย์ นับว่ายังโชคดีที่จี้หวนเฟิงฟื้นคืนสติมาได้ ไม่อย่างนั้นอวี่เหิงสุ่ยคงจะกลายเป็นคนร้ายที่ฆ่าภรรยาในคืนแต่งงานของตัวเองเป็นแน่แท้ “วางยาเขาหรือ? แต่เหตุใดเมื่อนางฟื้นขึ้นมาจึงจงใจไม่สานต่อเล่า เมื่อคืนก่อนข้าได้ข่าวจากหอบุปผาภิรมย์ว่าแม่ทัพอวี่ผู้น่าสงสารเมาเหล้าจนแทบทรงกายไม่ไหว พอกลับมาถึงแค่เท้าเหยียบประตูจวน ฮูหยินของเขาก็รีบวิ่งหนีเข้าไปซ่อนในห้องเก็บของเสียอย่างนั้น” หลงหลวนจื่อถงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่เขาเป็นคนจัดการเสียอย่างนั้น ฮ่องเต้หนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพลิ้วกายทะยานกลับวังหลวงนึกขบขันท่าทีของสองสามีภรรยา ดูเหมือนว่าเขายังจะต้องรับบทชมดูละครเรื่องนี้ต่อไป หลังจากร้องไห้จนเหนื่อยแล้ว จี้หวนเฟิงจึงเป็นฝ่ายยอมสงบศึกเสียก่อน ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนละคนกับอวี่เหิงสุ่ยจริง ๆ ด้วย แล้วเขาเป็นใครกันเล่า “พอก่อน ข้าเจ็บคอแล้ว” หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นห้ามส่งผลให้ชายหนุ่มที่ยังสะอึกสะอื้นเงียบเสียงไปบ้าง เขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัย ทำให้จี้หวนเฟิงคลี่ยิ้มปะเหลาะอีกฝ่าย “กินขนมมั้ย?” “เจ้าจะใส่ยาพิษให้ข้ากินล่ะสิ” ดวงตาคมคู่นั้นจ้องหน้านางอย่างระมัดระวังก่อนจะถอยไปซุกตัวอยู่ข้างต้นเสาจนจี้หวนเฟิงส่ายหน้าอย่างเพลียใจ เธอเรียนจบอักษรศาสตร์ก็จริงแต่ไม่ได้โบราณคดีจ๋าจนสามารถจดจำยุคต่าง ๆ ได้แม่ยำ และวิชาจิตวิทยาก็ไม่ใช่วิชาที่จำเป็นสำหรับสายพิสูจน์อักษรคร่ำครึเช่นเธอด้วย ไม่รู้ว่าสลบไปวูบเดียวมาโผล่ในยุคไหนแล้ว ดูท่าเหมือนจะเป็นนิยายเล่มหนึ่งมากกว่า มันไม่เมคเซนส์เลยนะ เจ้าสาววางยาเจ้าบ่าวแล้วฆ่าตัวตายโดยไม่หลงเหลือความทรงจำอะไรไว้ให้เลยเนี่ย มันไม่ได้หรือเปล่า!? หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าชายหนุ่มคนนั้นอย่างอ่อนใจก่อนจะหยิบจานขนมที่วางไว้นานแล้วเพราะเธอไม่คิดจะกินมันขึ้นมายื่นให้อีกฝ่ายดู “เจ้านี่ระแวงไม่เข้าเรื่อง ตามใจเถิด ขนมนี้อร่อยเสียด้วยสิ” พูดจบก็หยิบใส่ปากกัดให้ดูคำหนึ่งแล้วยังเคี้ยวตุ้ย ๆ แสดงให้เห็นว่ามันไม่มีพิษ ทำให้อาเป่าเบาใจแล้วหยิบมากินบ้าง “ขนมแบบนี้หากินยากนะนี่” หญิงสาวบ่นพึมพำ เวลาเพื่อนของนางไปเที่ยวพระราชวังกู้กง เอะอะก็ขนมหนวดมังกร เดินเลยมาหน่อยก็ถังหูลู่ นางเอกทุกเรื่องต้องเคยกินนะ แต่มันก็ยังมีขายเยอะแยะกว่าขนมหน้าตาสวย ๆ นี่ ดูเหมือนจะแปะทองคำเสียด้วย แล้วมันฟู้ดเกรดหรือเปล่าหว่า? “ยากที่ไหน แม่ครัวบ้านข้าทำทุกวัน” อาเป่าบ่นก่อนจะหยิบอีกชิ้นในจานมากินต่อ จะว่าไปแล้วเมื่อครู่เขาร้องไห้ดังมากจริง ๆ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อย่างไรเสียขนมนี้ก็เป็นของที่บ้านเขา จะกินเท่าไหร่ก็ได้กระมัง “แกะเอาไอ้แผ่นแปะนี่ออกก่อน ดูเหมือนไม่ค่อยสะอาดน่ะ” หญิงสาวแกะเอาแผ่นทองนั้นออกมาก่อนจะนิ่วหน้านิดหน่อย แผ่นทองนี่เบาและบางมากเลย ดูละเอียดเหมาะสำหรับทำให้คนกินจริง ๆ ด้วยแฮะ หญิงสาวเลยล้มเลิกความคิดว่ามันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เอาแผ่นทองคำบาง ๆ ที่ตั้งใจจะทิ้งใส่ปากของตัวเองหน้าตาเฉย ก็อร่อยดีแหละ “จะเอาไปกินคนเดียวน่ะสิ ขี้โกง” อาเป่าบ่นก่อนจะขยับจานขนมหนีนาง แล้วยังเอาไปกอดคนเดียวเสียอีก ลืมไปเสียสนิทว่านางคือเจ้าของจานขนมนั้น “เจ้าเป็นอะไรกับคนน่ากลัวนั่น?” จี้หวนเฟิงเอ่ยถามขึ้นในที่สุด นางกระเถิบออกมานั่งด้านนอกศาลา ปล่อยให้คนขี้หวงเอร็ดอร่อยกับขนมหน้าตาสวยงามนั้นจนหมดทั้งที่ตัวเองก็เสียดายเหมือนกัน “คนน่ากลัว? ใคร?” อาเป่าถามก่อนที่จะเอียงคออย่างสงสัย นั่นจึงทำให้จี้หวนเฟิงนึกได้ว่านางไม่น่าลืมไปเลยว่าเจ้านี่สติไม่ดีอย่างแน่นอน แต่หน้าตาเหมือนกันอย่างนี้คงไม่ใช่ว่าเป็นฝาแฝดหรอกหรือ? “หรือว่า...?” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างนึกได้ก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น มือน้อย ๆ เช็ดมุมปากให้เขาอย่างอ่อนโยน “ไม่รู้จักก็ช่างเถิด กินให้ดี ๆ หน่อยสิ” บางที่เขาอาจจะเป็นจุดด่างของคนบ้านนี้ บางทีการที่ไม่รู้ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด รอยยิ้มของหญิงสาวทำให้อาเป่าเผลอมองอย่างครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะก้มลงกินขนมในจานต่อโดยไม่สนใจคนอื่นเช่นเดิม ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าแล้วจี้หวนเฟิงจึงกลับเข้าไปในเรือนของนาง หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นกับข้าวที่วางบนโต๊ะมีเพียงผักกาดดองไม่กี้ชิ้น ซุปที่เย็นชืดและมีแต่น้ำ และเต้าหู้เหม็น สาวใช้ที่ติดตามนางมากำลังเอาแผ่นเนื้อแห้งแกะออกมาย่างไฟ “เจ้าไปเอาเตามาจากไหนน่ะ” จี้หวนเฟิงมองตาปริบ ๆ สมัยนี้เขาปิ้งอาหารกันในห้องนอนเลยเรอะ แล้วมันจะไม่เผามุ้งเผาผ้าหรืออย่างไรกันเล่า “เอามาจากห้องครัวเจ้าค่ะ แม่ครัวฝูนั่นบอกว่า หากจะให้ร้อนก็เชิญเอาเตามาอุ่นเอง ข้าก็เลยหิ้วเตามันมา” เหมือนเสี่ยวชุ่ยคนดีของนางจะโมโหมากจริง ๆ ใบหน้านั้นเปื้อนเขม่าเล็กน้อย แต่จมูกที่แดงก่ำนั้นแสดงว่ามีคนรังแกคนของนางแน่นอน “เสี่ยวชุ่ย เรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง พวกเขาจะเกลียดก็ไม่แปลกหรอก แต่เราต้องให้เวลาพวกเขาหน่อย” “ให้เวลาเรื่องอะไรเจ้าคะ?” เสี่ยวชุ่ยสูดน้ำมูกแต่มือก็ยังคงสาละวนกับปิ้งเนื้อแห้งนั้นอยู่จนจี้หวนเฟิงกลัวว่านางจะเผลอวางมือลงไปบนเตานั้นเสียเอง จึงดึงร่างของสาวใช้คนสนิทออกมาห่างจากเตาเล็กน้อย “ให้เวลาพวกเขาทำความรู้จักกับข้าและให้ให้ข้าทำความรู้จักตัวเอง” จี้หวนเฟิงอธิบายด้วยสีหน้าอ่อนโยนก่อนจะเดินไปหยิบตะเกียบจากจานมาคีบเนื้อแห้งและพลิกอีกด้านหนึ่งแทน ถนัดจริงเรื่องปิ้งย่าง เดี๋ยวรู้เรื่องแน่ ที่ด้านหน้าห้องอวี่เหิงสุ่ยยืนมีพ่อบ้านยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลัง พวกเขาคิดว่านายท่านไม่ไยดีฮูหยินเสียสติผู้นี้จึงพากันลงมือกับนางลับหลัง ใครจะไปคิดว่านายท่านกลับมาเร็วจึงเดินไปที่ครัวเพื่อดูสำรับด้วยตนเอง และบอกว่าจะมากินข้าวกับฮูหยินเล่า “เปิดประตูหน่อย!” เสียงทุ้มเรียกไม่ดังนัก แต่คนที่ขวัญผวาอยู่แล้วถึงกับทิ้งตะเกียบออกกอดเสี่ยวชุ่ยไว้แน่น ชามซุปที่เย็นชืดนั้นจึงหกใส่เตา ควันจึงโขมงขึ้นมา “ไฟไหม้ ๆๆ” เสี่ยวชุ่ยบ้าจี้จึงตะโกนดังลั่น ในขณะที่จี้หวนเฟิงละล้าละลัง ก่อนที่นางจะคิดอ่านทำการใดต่อ อวี่เหิงสุ่ยก็พรวดพราดเข้ามา ชายหนุ่มโยนผ้าห่มลงบนเตาและเตะคว่ำ “........” ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง คราวนี้จี้หวนเฟิงถึงได้สติ นางกินอาหารเย็นชืดพวกนั้นได้ แต่ห้องเละเทะขนาดนี้จะทำอย่างไรได้เล่า “เจ้า...เจ้าคนร้ายกาจ” ฝ่ามือข้างหนึ่งตวัดฟาดใส่หน้าท่านแม่ทัพจนหน้าหันท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่อยู่ในนั้น แต่จี้หวนเฟิงในตอนนี้เห็นช้างตัวเท่ามดไปแล้ว ถ้าจะเห็นเสือร้ายเป็นหนูก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก อวี่เหิงสุ่ยยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เขาก็โดนผู้หญิงเสียสตินั้นคว้าคอเสื้อและยกเข่าขึ้นกระแทกหน้าท้องไปหนึ่งทีจนเซไปยืนตัวงอ “เจ้าจะว่าข้าอย่างไรก็ได้ แต่ห้ามให้ข้าอดข้าวเข้าใจหรือไม่? แม่ทัพอวี่”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook