อาจารย์พิเศษ จำเป็น
ก่อนอื่น ผมต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ การันต์ ทรัพย์อนันต์ไพศาล บางคนอาจจะคุ้นชื่อผมมาบ้าง จากเรื่อง กำราบรักยัยจอมดื้อ เพราะผมเป็นน้องชายสุดหล่อของพี่รุจ หรือ อติรุจ ทรัพย์อนันต์ไพศาล ทั้งสองเรื่องเนื้อหาไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจ แต่อาจจะมีการกล่าวถึงตัวละครจากเรื่องที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้บ้างเล็กน้อย
!!! เอาล่ะ ต่อไปนี้ ก็มาเข้าเรื่องของผมกันเลยนะครับ
มีใครเชื่อเรื่องพรหมลิขิต และ ปาฏิหาริย์บ้างมั้ยครับ ที่ผมถามนี่ คือ ผมจะบอกว่า ใครเชื่อก็เชื่อไป ส่วนผม ผมไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลยครับ เพราะตั้งแต่เกิดมา 27 ปี ผมอยู่กับความเป็นปัจจุบัน และ ความทันสมัยของโลกมนุษย์ที่พยายามพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยออกมาให้ผู้คนได้ใช้ และ ปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตไปตามกาลเวลา
ผมเป็นนักเขียน และ นักออกแบบโปรแกรม และ ยังมีอาชีพเสริมเป็นอาจารย์ สอนการเขียน และ การออกแบบโปรแกรมในมหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งอีกด้วย ซึ่งใครที่รู้จักผม ก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หน้าผมมันไม่ให้ เพราะ บุคลิกหน้าตาของผมมันไม่เข้ากับคำนิยามของคำว่า “อาจารย์” เลยสักนิด
เพราะผม คือ หนุ่มหล่อ หน้าหวาน เจ้าเล่ห์ ยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี ช่างพูด ช่างเจรจา ที่ใครๆ เรียกกันว่า เพลย์บอย นักรักเจ้าสำราญ หรือ แม้แต่หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ นั่นแหละ คือ บุคลิก และ ตัวตนที่แท้จริงของผม
แต่จะยังไงก็ช่าง เพราะยังไงผมก็หนีคำขอร้องของเพื่อนรักตัวดีของผมไปเสียมิได้ เพราะในวันหนึ่งเพื่อนรักตัวดีของผมอย่างไอ้เน เนติมา สุนทรพานิชย์ มันเดือดร้อน และ มาขอให้ผมช่วยเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยให้กับมหาลัยของมัน ที่กำลังขาดแคลนบุคลากร และ ด้วยความรักเพื่อน ผมเลยจำเป็นต้องช่วยมันครับ
ที่จริงไอ้เนมันเอง ก็เพิ่งได้รับคำสั่งจากผู้เป็นพ่อของมันให้เข้ามารับช่วงต่อ ดูแล และ บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งนี้มาเหมือนกัน ด้วยความที่มันเป็นลูกสาวคนเดียว และ เมื่อพ่อมันล้มป่วย มันเลยจำเป็นต้องเข้ามาช่วยดูแลมหาลัย แบบขัดเสียมิได้
ซึ่งตอนนี้ที่มหาลัยของมันก็กำลังขาดอาจารย์ผู้สอนวิชาการเขียน และ การออกแบบโปรแกรมแบบพอดิบพอดี มันเลยมาขอร้อง อ้อนวอน กราบกรานให้ผมช่วยม เพราะมันรู้ว่าผมเรียนจบปริญญาโทด้านนี้มาโดยตรง และ ผมยังเป็นหุ้นส่วน และ ผู้บริหารบริษัทออกแบบโปรแกรมชื่อดังอีกด้วย
ตอนแรก ผมก็เคยไปขอให้พี่พราวฟ้า พี่สะใภ้ของผมให้มาช่วย เพราะเธอมีครบทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ บุคลิกที่เหมาะสมกับการเป็นอาจารย์อย่างมาก แต่นั่นแหละครับ ไอ้พี่ชายตัวดีของผมมันไม่อนุญาต เพราะมันอยากให้เมียมันมีเวลาว่างมาอยู่กับมันแค่เพียงคนเดียว จะเรียกง่ายๆว่า ไอ้คนติดเมียก็ได้ครับ ยิ่งตอนนี้ เมียมันกำลังเริ่มตั้งท้องอ่อนๆ อยู่ด้วยแล้ว ไอ้พี่รุจมันก็ยิ่งติดเมียมันไปกันใหญ่เป็นร้อยเท่าพันเท่าเลยก็ว่าได้
และ ความรับผิดชอบทั้งหมด ก็เลยมาตกลงที่ผมเพียงคนเดียว และ ตามที่รู้ๆกันเลยครับ ผมปฏิเสธไอ้เนมันไม่ได้ ผมเลยกลายมาเป็นอาจารย์พิเศษของมหาลัยชื่อดังแห่งนี้ไปโดยปริยาย
(คลาสเรียนการออกแบบโปรแกรม นักศึกษาปี3)
"วันนี้ผมขอจบเรื่อง อัลกอลิทึม และ ระบบโครงสร้างของโปรแกรมไว้เพียงเท่านี้นะครับ นักศึกษาคนไหนที่มีคำถาม สามารถยกมือขึ้นถามได้เลยครับ"
"อาจารย์คะ อัลกอลิทึม ความรักของอาจารย์ เป็นแบบไหนคะ"
ผมรีบชำเลืองตาขึ้นไปมองหน้านักศึกษาใจกล้า ที่กล้ายกมือขึ้นถามเรื่องไร้สาระกับผม และ ถ้าผมจำไม่ผิด เธอคนนี้ชื่อมะปรางครับ เธอกับผม เราเคยเจอกัน และ ชนแก้วด้วยกันที่ผับแห่งหนึ่ง เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ได้มาเป็นอาจารย์ที่มหาลัยแห่งนี้ และ เป็นความโชคดีของผม ที่คืนนั้น ผมไม่หลวมตัวไปนอนกับเธอ ไม่เช่นนั้นผมคงไม่มีหน้ามายืนสอนหนังสือให้เธอในวันนี้แน่ๆ
ฮิ้ว (เสียงร้องโห่แซวดังลั่นตามมาทันทีที่นักศึกษาคนนั้นเอ่ยถามออกมา)
"ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมนักศึกษาที่กล้ายกมือขึ้นถามคำถามกับผมด้วยนะครับ คุณเป็นคนกล้าแสดงออกมากๆ แต่ถ้าคุณจะถามคำถามแบบนั้นกับผม ผมว่าคุณช่วยหัดเกรงใจนักศึกษาท่านอื่น ที่เขามาที่นี่เพื่อตั้งใจมาศึกษาหาความรู้ด้วยนะครับ"
"โห..อาจารย์คะ มะปรางแค่แซวอาจารย์เล่นเองค่ะ เห็นว่าเราเป็นคนกันเอง ไม่เห็นต้องด่ากันแรงขนาดนั้นเลยนี่คะ"
"ถ้าผมจำไม่ผิด ผมไม่เคยแสดงความเป็นกันเองกับนักศึกษาคนไหน เอาเป็นว่า วันนี้ผมขอจบคลาสเรียนไว้เพียงเท่านี้นะครับ เจอกันอีกครั้งสัปดาห์หน้า หวังว่าพวกคุณจะไม่มีใครขาดเรียนคลาสของผมนะครับ เลิกคลาสได้ครับ"
ใบหน้าจริงจัง บวกกับบุคลิกนิ่งๆ และ วาจาเชือดเฉือนของผมตอนที่อยู่ในลุคอาจารย์พิเศษ ทำให้ผมได้รับฉายาจากนักศึกษา และ ขนานนามเรียกผมกันว่า “อาจารย์รันต์ปากร้าย” นั่นเอง ซึ่งผมก็น้อมรับฉายานั้นแต่โดยดี เพราะมันเป็นจริงตามนั้นเลยครับ
หลังจากจบคลาส นักศึกษาต่างก็ทะยอยกันเดินออกจากห้อง ก่อนที่สายตาของผมจะสะดุดเข้ากับนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ผมเหมือนจะคุ้นหน้าเธอ แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไหร่ผมก็นึกไม่ออก และ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้ แต่ตั้งแต่ที่ผมเข้ามาเป็นอาจารย์สอนพิเศษในมหาลัยแห่งนี้ ผมเจอเธอหลายต่อหลายครั้งมากๆ และ แทบทุกครั้งความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธอคนนี้ ก็มักที่จะเกิดขึ้นกับผมเสมอ ทั้งๆที่ผมพยายามนึกเท่าไหร่แต่ก็นึกไม่ออกเลยสักครั้ง
จะว่าไปเธอคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยจนผมต้องสะดุดตา และ จะว่าไปเธอก็ไม่ใช่สเป็คของผมเลยด้วยซ้ำ และ เท่าที่ผมจำความได้ ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาทั่วไปแบบนี้ เพลย์บอยอย่างผม แทบจะไม่เคยเข้าไปทำความรู้จักด้วยเลยสักครั้ง
‘เข้าไปถามดีมั้ยวะ จะได้จบๆ’ คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมตอนนี้
‘ปล่อยไปเหอะ ยังไงเราก็คงไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อนหรอก’
ผมพยายามไล่ความคิด และ ความสงสัยออกจากสมอง และ พยายามทำสมองให้ว่างเพื่อที่จะละความสนใจจากผู้หญิงหน้าตาธรรมดาตรงหน้า
“เอ่อ..อาจารย์คะ” ทันทีที่ผมเก็บเอกสารการสอน และ กำลังจะเตรียมเดินออกจากคลาสเรียน เสียงของเธอคนดังกล่าว ก็ดังขึ้น ทำให้ผมต้องสะดุ้ง และ หยุดหันกลับไปมองเธออีกครั้ง
“ครับ นักศึกษามีอะไรจะถามเหรอครับ”
“ถ้าฉันจะขอถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน ฉันจะไม่โดนอาจารย์ด่า เหมือนเพื่อนผู้หญิงคนเมื่อกี้มั้ยคะ”
ผมผุดยิ้มขึ้นมาทันที เมื่อเธอถามจบ เธอคงกลัวว่าผมจะตำหนิเธอ แบบเดียวกับที่ผมตำหนิมะปรางไปเมื่อสักครู่นั่นเอง
“อาจารย์ขอฟังคำถามของนักศึกษาก่อนก็แล้วกันครับ แล้วอาจารย์จะตัดสินใจว่าควรจะตำหนิหรือตอบคำถามของนักศึกษาดี”
“คือ ฉันรู้สึกคุ้นหน้าอาจารย์ค่ะ เลยอยากจะถามอาจารย์ว่า เราเคยเจอหรือรู้จักกันมาก่อนมั้ยคะ คือนี่ไม่ใช่มุขที่จะสร้างความสัมพันธ์หรืออะไรทั้งสิ้นเลยนะคะอาจารย์ แต่คือ..คือ..แค่ฉันรู้สึก คุ้นหน้าอาจารย์จริงๆก็แค่นั้นค่ะ” คำถามของเธอ ทำเอาผมอึ้งไปเลยทีเดียว พร้อมกับความรู้สึกสับสน และ ความไม่แน่ใจ มันก่อเกิดขึ้นมาในความคิดของผมทันที
เพราะจากที่ผมมั่นใจว่าผมคงจะไม่รู้จักผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ คนนี้ แต่ตอนนี้ ผมเริ่มชักไม่มั่นใจเข้าให้แล้วล่ะครับ
“เอาตรงๆนะครับ คือ ตอนแรก ผมคิดว่าผมมั่นใจว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทันทีที่คุณถามคำถามนี้กับผม ตอนนี้ผมเองก็ชักไม่มั่นใจซะแล้วล่ะครับ”
“แต่อาจารย์ไม่รู้จักฉันใช่มั้ยคะ”
“ครับ ผมคิดว่าผมไม่รู้จักคุณ”
“ใช่ค่ะ ฉันเองก็คิดว่า ฉันไม่รู้จักอาจารย์เหมือนกันค่ะ แต่มันรู้สึกคุ้นหน้า และ ฉันพยายามนึกเท่าไหร่แต่ก็นึกไม่ออก แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันหายสงสัยแล้ว บางทีฉันอาจจะเบลอ และ คิดไปเองก็ได้ว่าเราอาจจะเคยเจอ หรือเคยรู้จักกัน ขอบคุณนะคะอาจารย์ที่ตอบคำถามของฉัน“
”ครับ“ ผมได้แต่ยืนมองเธอเดินออกจากคลาสเรียนไป ด้วยความรู้สึกสับสนมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ทำไมเธอกับผม เราสองคนถึงมีความรู้สึกเดียวกัน!!!