
ผมเดินวนอยู่ในห้องด้วยอาการร้อนใจ เมื่อยัยคีย์นมเล็กออกไปจากห้องร่วมสองชั่วโมงเศษ
ตายแน่ๆ!
ผมจะทำอย่างไรดี?
เพราะไม่รู้ว่าคนใบ้ที่แสนจะเรื่องมากคนนี้มัวไปเดินอวดร่างอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าแต่งตัวยังไง ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับคนอื่นรู้เรื่องไหม ผมไม่น่าปล่อยเธอไปเลยจริงๆ
ถ้าคีย์เป็นอะไร… ผมคงเสียใจที่ทนเธอได้ไม่มากพอ
ต่อไป… ผมจะทนเธอให้มากกว่านี้
‘กลับมาเถอะคีย์’ ผมได้แต่อ้อนวอนในใจ
แกร๊ก!
“ไปไหนมาวะคีย์! หัดดูเวลาบ้างดิ” ผมเดินจ้ำอ้าวเข้าไปซักไซ้ในตอนที่เห็นคีย์หอบของพะรุงพะรังเข้าห้องมาด้วยสีหน้าระรื่น และขณะที่หูกำลังฟังเพลงที่เชื่อมต่อจากโทรศัพท์
“ทีหลังห้ามออกไปคนเดียวอีกเด็ดขาด” ผมดึงหูฟังออกแล้วสั่งเสียงแข็ง
ด้านยัยนมเล็ก… ‘เบะปาก’
“…” ผมขบกรามแน่นเมื่อแสดงความโกรธออกไปไม่ได้
คีย์ติดนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่โอ๋มาโดยตลอด ขี้ฟ้องเป็นที่สุด
และตามป่วนชีวิตผมอยู่เสมอ!
เมื่อก่อนนั้นบ้านเราติดกัน คีย์ทำตัวน่ารำคาญจนผมไม่อยากจะอยู่ใกล้ แต่คีย์ก็คือผู้หญิงที่เอาแต่ใจ ยิ่งผมถอยห่างเท่าไหร่ คีย์ก็ยิ่งอยากจะอยู่ใกล้ๆเพื่อสร้างความวุ่นวาย
จนวันหนึ่งที่พ่อครามพาคีย์ย้ายที่อยู่ ผมจึงได้รู้ว่าความน่ารำคาญที่คีย์ก่อ ‘มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร’
เป็นไปได้… ผมก็อยากจะให้คีย์กลับเข้ามากวนใจกันอีก
แต่ตอนนี้ผมคงคิดผิดไป!
เมื่อคีย์จงใจกลับมาเล่นสงครามประสาทกับผมโดยเจตนา ไม่ใช่ว่าความไร้เดียงสาเหมือนเมื่อก่อนแต่อย่างใด
“เอาคีย์การ์ดมา” ผมแบมือขอคีย์การ์ดคืน เพื่อป้องกันไม่ให้คีย์ออกไปไหนมาไหนคนเดียวอีก ผมวิตกจริตเรื่องความปลอดภัย เพราะถ้าเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามเมื่อไหร่ ผมก็ไม่รู้ว่าคีย์จะเอาเสียงที่ไหนไปร้องขอความช่วยเหลือให้ใครเขาได้ยิน
ปรากฏว่าคีย์… ‘เชิดใส่’
“พูดให้มันรู้เรื่องนะคีย์ เอาคีย์การ์ดคืนมา” ผมคว้าต้นแขนเธอเอาไว้และจ้องไปยังกระเป๋าสะพายที่ติดอยู่ที่ข้างลำตัว
แล้วเราต่างก็มองหน้ากัน...
ตุ้บ!
คีย์ทิ้งของมากมายในมือ แล้วรีบยื้อแย่งกระเป๋ากับผมที่พยายามจะหาสิ่งที่ต้องการอยู่ภายในนั้น
แต่มันก็ไม่ทันความไวของยัยนมเล็กอยู่ดี!
“เอามาคีย์!” ผมทวงถามด้วยความโมโห ขณะที่เธอถือมันโชว์หราต่อหน้าผมเพื่อประกาศว่าตนนั้นชนะ
“ถือว่าเตือนแล้วนะ” ผมชี้หน้าคาดโทษก่อนจะรวบร่างของอีกคนเข้าหาทันที เมื่อจุดมุ่งหมายที่มีคือคีย์การ์ดเจ้าปัญหา ที่คีย์ยื่นมาท้าทายอยู่ตลอด
แต่ทว่ายัยนมเล็กเอาคีย์การ์ดยัดใส่ใน… ‘เสื้อ’
มันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ!
“อย่าคิดว่าไม่กล้านะคีย์” ผมขู่หลังจากที่คลายอ้อมกอด
คีย์ก็ยังมีหน้ามองบนใส่!
“จะให้ดีๆไหม” ผมกอดอกถามไปพลางพยายามระงับสติ
ส่วนคีย์ส่ายหน้าช้าๆ แล้วมองที่หน้าอกของตัวเอง ก่อนจะยักคิ้วให้ผมสองที
คีย์กำลัง ‘ท้าทาย’
ให้ตายเถอะ…
ผมกำลังจะเป็นบ้าเพราะว่าคนใบ้เล่นสงครามประสาท!
(อย่าพูดเยอะ คีย์เหม็นน้ำลาย)
ยัยนมเล็กได้ยื่นสมุดโน้ตให้ผมอ่าน แล้วก็เดินนวยนาดไปนั่งเอนกายที่โซฟา
โดยที่ผมได้แต่ตังหน้าตั้งตาห้ามปรามตัวเองในใจว่า ‘เย็นเข้าไว้ มึงต้องเย็นเข้าไว้’
ผมต้องเย็นแค่ไหนถึงจะพอ!
ผมเดินเข้าไปหาเธออีกครั้ง เพื่อหวังจะต่อรองดีๆ เพราะผมก็มีธุระที่ต้องออกไปทำทุกวัน ผมจึงอยากมั่นใจว่าเธอจะไม่แอบออกไปไหนคนเดียวแบบที่ประชดประชันใส่ผมในวันนี้อีก
“ขอคีย์การ์ดคืนเถอะคีย์ จะไปไหนเดี๋ยวเขมพาไป”
คีย์ตวัดสายตาขึ้นมามองหน้าผมนิ่งๆ
จากนั้นก็วางซองขนมลงที่ตัก แล้วหันไปจับสมุดโน้ตกับปากกา…
(คีย์ไม่ได้เป็นง่อย)
ผมท้อใจสุดๆเมื่อได้อ่าน พลางแอบตั้งคำถามว่ามันต่างจากการเป็นใบ้ตรงไหน เพราะสุดท้ายก็สร้างความลำบากใจให้กับผมอยู่ดี
ทางด้านคีย์ฉีกซองขนมกินหน้าตาเฉย ท่ามกลางความกังวลใจของผมที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
เหนื่อยว่ะ...

