ความไม่ทันคิดของฉัน...
เรื่องไม่ทันได้คิดของฉันที่ไม่รู้ว่าเขาคือท่านประธานบริษัทคือคนนั้นที่ตัวเองยืนคุยตอนอยู่โต๊ะเลขา เรื่องนี้มันได้ฝังเข้าไปในหัวแล้วคิดว่ามันจะยังไงต่อนะไม่กล้าเจอหน้าท่านประธานเลยทีนี้ ทำไงดี?
ตอนนี้ท่านประธานประชุมมาเสร็จแล้ว กำลังเดินเข้ามากับเลขา มุ่งไปยังห้องเขาทันที ที่ทีเขาไม่ทักทายลูกน้องที่ทำงานอย่างเป็นมิตรหน่อยหรอ ดูเกรงจัง
!!!!!!!
“รุ่นพี่คะ” ฉันที่หันไปคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานโต๊ะข้างๆแล้วถาม “นี้คือปกติใช่ไหม ปกติผู้จักการเป็นแบบนี้หรอคะ”
“หมายถึง นิ่งๆหนะหรอ ใช่นะเขาเป็นแบบนี้แหละ”
“ดูเกรงจัง”
“แต่ถึงเขาจะดูนิ่งๆเงียบๆอีกมุมของท่านในเวลาที่เขาเลี้ยงลูกน้องก็มีนะ แล้วเขาก็จำชื่อทุกคนได้หมดที่เป็นลูกน้องเขาแล้วก็ใส่ใจทุกคนแต่แค่ไม่พูด แต่จะแสดงให้ก็ตอนที่กินเลี้ยง และวันสำคัญของลูกน้องเช่นวันเกิด สมมุติวันนี้วันเกิดพี่ พี่ก็จะได้รับของขวัญจากเขา สิ่งที่เขาเลือกซื้อให้ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พี่กำลังอยากได้อยู่ เลยทำให้รู้ว่าเขาใส่ใจพวกเราอยู่เหมือนกันนะ”
รุ่นพี่อธิบายชะยาวเลยนี้เข้าใจเลยนะเรา “หนูเข้าใจละ ก็ดีอยู่นะแบบนี้ ดีเลย แต่จะไม่ค่อยชอบตอนเขานิ่งๆขืมๆ มันดูเกรงๆ”
“วันแรกก็แบบนี้แหละ ทำงานไปเรื่อยๆหลายวันเข้าเดียวก็ชินไปเองอะเรา”
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” ฉันที่พูดแล้วก็ยิ้มเล็กน้อย
“เอ่าๆตั้งใจทำงานต่อเลย”
“เคค่ะ”
หลังจากนั่งทำงานที่โต๊ะได้ชักพักพี่เลขาเราก็เลือกให้ไปหาที่โต๊ะ
“มีอะไรหรือเปล่าค่ะ” ฉันยกมือไหว้แล้วก็ถามเขา
“พอดีฉันจะให้เธอมาทำหน้าที่แทนฉันสัปดาห์นึงได้ไหม”
“ยังไงคะ”
“ก็จะให้เธอมาเป็เลขาแทนฉันแค่7วัน เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้”
“ทำไมต้องเป็นดิฉันคะ คนอื่นดีกว่าไหม”
“ก็คนอื่นเขาก็มีงานของเขาท่วมหัวแล้ว ส่วนเธอพึ่งมายังไม่ได้งานมากฉันก็เลยจะให้เธอทำแทนฉันไปก่อน 7วันเอง พอดีคุณตาฉันไม่ค่อยสบายฉันเลยจะลากลับไปหาท่านที่ต่างจังหวัดหน่อย”
“ได้ค่ะแล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”
“เดี๋ยววันนี้ฉันจะสอนเธอก่อนเอง ไม่ได้มีอะไรมากมาน เริ่มเดี่ยวนี้เลย”
“เอ้อออ!! ค่ะ”
“ตอนเช้า ถ้าเธอเห็นท่านเดินเข้ามาในห้องของท่านแล้ว ให้ชงกาแฟไปให้เขาที่ห้อง ส่วนจากนั้นถ้าเขาต้องการอะไรเดี๋ยวเขาเรียกเอง และแต่ละวันต้องเช็คดูตารางงานด้วย อะนี้สมมุติวันนี้ที่มีประชุม เธอก็ต้องเตรียมตัวเข้าไปพร้อมเขาด้วย แต่เธอพึ่งมาใหม่เขาจะให้เธอเขาห้องประชุมด้วยหรือให้เธอรอหน้าห้องประชุมไหมฉันฉันไปแน่ใจ ต้องรอดูเอง แล้วช่วงเย็นช่วงเลิกงานของทุกวันต้องกลับไปที่บ้านเขาก่อนเพื่อที่จะเอาตารางงานวันต่อไปให้เขาเช็คดูอีกทีก่อน”
“ทำไมต้องเอาไปให้ที่บ้านเขาคะ ให้เขาที่นี้ไม่ได้หรอคะ”
“เพราะเขาจะกลับก่อนพนักงานทุกคน 1 ชั่วโมง หนะสิ แล้วงานก็เข้ามาตอนเย็นๆเธอก็ค่อยรับสายแล้วดูเวลาว่าเขาว่างเวลาไหนไม่ว่างเวลาไหน เพราะบางที่เขาจะโทรมานัดเรื่องคุยงานเพิ่มเรื่อยๆ อีกอย่างเขาไม่ให้ส่งผ่านไลน์ให้เขาดูหรอกนะ เพราะถ้าจะคุยก็คุยต่อหน้า ตอนออกไปคุยงานเธอก็ต้องไปด้วย”
“อ๋อ เข้าใจแล้วคะ”
“มีเท่านี้แหละ ไปได้ เริ่มพรุ่งนี้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“เดี๋ยวฉันกลับมาจะเลี้ยงเลยถ้าทำหน้าที่ฉันได้ดี”
“ค่ะ”ฉันพูดแล้วยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
กลับมานั่งคิดที่โต๊ะ ดูกลัวๆยังไงไม่รู้ ขนาดเราเห็นแค่นี้เขาก็ดูไม่เป็นมิตด้วยแล้วนี้ต้องตามติดทำงานกับเขาเราจะรอดไหมเนี่ย คิดไปคิดมาก็รู้สึกอยากหนีจัง แต่เพื่อเงิน เราทำได้ด้าเราทำได้อยู่แล้ว
วันแรกของการรับหน้าที่เป็นเลขาชั่วคราว
นั่งรอท่านเขามา วันนี้เราเปลี่ยนมานั่งตรงโต๊ะของเลขา รอไปเรื่อยๆ แล้วก็เห็นเขาเดินมาเข้าห้องไป เราก็รีบไปเตรียมกาแฟไปให้เขา เคาะประตูห้องเขาแล้วก็เดินเข้าไป ไปวางกาแฟไว้บนโต๊ะเขาแล้ว ก็ค่อยๆเดินตัวลีบเล็กๆเพื่อที่จะรีบๆออกไป แต่ไม่ทันได้ออก เขาก็เรียก
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ”
“นี้หรอที่เลขาจางให้มาทำหน้าที่แทน”
“ใช่ค่ะ”
“ทำไมกล้าที่จะทำหน้าที่แทนเลขาจาง หนักนะ แล้วก็พึ่งมาทำงานได้แค่วันเดียวเองไม่ใช่หรอ จะทำไมหรอหน้าที่เลขา”
“ต้องได้ค่ะ ในเมื่อพี่เลขาเขาสั่งมาฉันก็ต้องทำให้เต็มที่ค่ะ”
“ก็ดี สู้ๆหระ”
“ค่ะ”
แล้วฉันก็เดินออกไปจากห้องนั้น เห้อแค่พูดกับเขาก็เกือบจะไม่รอดแล้วนะ
เช็ดดูตารางชะหน่อย วันนี้มีทานข้าวเที่ยงที่ร้าน... แล้วมีคุยงานข้างนอกตอนบ่าย2 อีก
ตอนนี้เที่ยงแล้ว เธอกับท่านประธานได้ออกไปที่ร้านอาหารนเพื่อทานข้าวเที่ยง แล้วพอถึงร้านอาหาร ท่านประธานนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวกับอาหารที่เตรียมไว้ให้พร้อมเรียบร้อยแล้ว
“นั่งสิ”
“ค่ะ”
“เธอแหละนั่งลง ทานข้าวเป็นเพื่อนฉัน”
“มันจะไม่ดีมั่งคะ”
“ฉันบอกให้นั่งไง ทานข้าวด้วยกัน”
ฉันเลยทำตามที่เขาบอกนั่งลงทานข้าวกับเขา แล้วก็คิดในใจไปเรื่อย ว่าเขาก็อายุยังไม่มากแต่ทำไม่ได้มาเป็นเจ้าของบริษัทได้เร็วขนาดนี้ ไม่เข้าใจเลย ถ้าให้เดาอายุนะ คงอายุมากกว่าฉันแค่ 7 ปีอะ ตอนนี้ฉัน 22 เขาก็คง 29 เพราะยังมีความดูหนุ่มๆอยู่
นั่งทานข้าวไปแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย เงียบตลอดจนกะทั่งท่านเสร็จ
กลับมาที่บริษัท ตอนนี้บ่ายโมงครึ่ง บ่าย 2 ต้องไปคุยงานของนอกต่อ ไม่ได้พักเลยทีนี้เข้ามาเตรียมของแปปเดียวแล้วก็ออกไปกันต่อกับเขาเลย
เสร็จจากคุยงาน ตอนนี้ 16:50น. จะ 5โมงเย็นแล้ว นี้ที่บริษัทคงเลิกงานกันแล้ว เพราะบริษัทเลิกงานกัน 5 โมงเย็น
กลับไปที่บริษัทไม่ได้ แล้วแต่ดีที่ทุกอย่างอยู่กับเราหมดแล้วไม่ได้เอาไว้ที่บริษัท ตอนนี้เราเลยบอกให้ท่านประธานเช็คตารางงานบนรถเลย เราจะได้แยกย้ายกันเลย
“ท่านคะ นี้ตาราง”
“นี้เธอไม่ดูเวลาเลยนะ นี้มันบนรถ ถึงบ้านฉันก่อน ค่อยให้ดู”
เอ้าก็เกูอยากแยกกับห้องพักแล้วนะ เหนื่อยหมดแล้วเนี่ย อยากโวยวายก็ไม่ได้ตอนนี้ แซง
พอมาถึงบ้านเขา คือใหญ่มาก และเงียบมาก เขาพาเดินไปตรงสวนหลังบ้านแล้วบอกให้เอาตารางงานออกมาให้ดู
“โอเค จัดเวลาได้ดี ตามนั้นแหละ แต่ละวันห้ามรับเกิน3งาน ดีนะที่วันนี้มีแค่งานเดียวที่ออกไปคุยงาน ปกตินี้เลขาจางกับฉันไม่ค่อยได้อยู่บริษัทด้วยซ้ำ ไปคุยงานต่อที่นั้นที่นี้จนค่ำ เลยขอ 3 งานในหนึ่งวันพอแล้ว”
“ค่ะ”
“จะกลับเลยใช่ไหม เดี๋ยวบอกคนขับรถฉันไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเรียงแท็กซี่ก็ได้ เพราะต้องไปเอารถที่จดไว้บริษัทอีก”
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวบอกคนขับรถไปส่งที่บริษัทเอง”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ”