ปฐมบทของความรัก
“ขอบคุณเจมส์ คุณเกษ น้องธามกับน้องธีม ที่มางานเลี้ยงส่งน้องช่านะครับ” ลูคัสในวัยใกล้ห้าสิบซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะกล่าวขึ้นหลังจากที่สมาชิกของทั้งสองบ้านนั่งลงอย่างพร้อมหน้า
ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่สองครอบครัวไปมาหาสู่กันอยู่เนืองนิตย์ทำให้ต่างรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือญาติสนิทมากกว่าอย่างอื่น เหตุผลสองข้อของความแน่นแฟ้นของสองครอบครัวนอกเหนือจากที่ว่าลูคัสกับเจมส์เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน คือลูซีเฟอร์ลูกชายของลูคัส กับธามลูกชายของเจมส์เกิดวันเดียว เดือนเดียวและปีเดียวกัน และอีกข้อคือการรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจการลงทุนเข้าด้วยกันมาสิบห้าปีจนเกิดอาณาจักร J&L CORPORATIONS อันประกอบด้วย J&L Investments กับ J&L Builders ซึ่งหลักฐานความสำเร็จคือตึกแฝดสูงกว่ายี่สิบชั้นในย่านธุรกิจกลางใจกรุงเทพฯ
“งานเลี้ยงส่งลูกสาวทั้งที ใครจะกล้าพลาดเล่า ความจริงพ่ออยากไปส่งน้องช่าถึงอังกฤษนะ แต่งานมันยุ่งเหลือเกินพักนี้ ไว้บินไปอังกฤษเมื่อไหร่พ่อกับแม่เกษจะหอบของไปฝากเยอะๆ นะครับ” เจมส์มองลูกสาวของเพื่อนสนิทด้วยประกายตารักใคร่ เขารักอลิชาเหมือนลูกสาว ยิ่งไม่มีลูกสาวเป็นของตัวเองด้วยแล้วก็ยิ่งเอ็นดู และคอยห่วงและหวงสาวน้อยผู้นี้ไม่ต่างจากพ่อแท้ๆ
อลิชาถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมเหมือนไข่ในหิน ไม่ว่าเธออยากได้อะไร ทุกคนเป็นต้องแย่งกันหามาประเคนให้ แถมนอกจากสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผู้นี้จะไม่เคยสร้างปัญหาให้บิดามารดาปวดใจแล้ว ยังเรียนเก่งอย่างหาตัวจับยาก เขากับทุกคนถึงไม่แปลกใจเลยที่เธอสามารถสอบเข้าเรียนปริญญาตรีที่แคมบริดจ์ได้ด้วยคะแนนสูงลิ่ว สมแล้วที่เป็นลูกของดุจน้ำเพชรกับลูคัสซึ่งเรียนเก่งและฉลาดเป็นกรดด้วยกันทั้งคู่
“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องหอบอะไรไปฝากหรอกค่ะ แค่แวะไปให้ช่ากอดให้หายคิดถึงก็พอแล้ว” สาวน้อยยิ้มหวานฉอเลาะจนตาหยี เธอเรียกเจมส์ว่าคุณพ่อ และเรียกเกษกัญญาว่าคุณแม่มาตั้งแต่หัดพูดแล้ว ในขณะเรียกบุพการีจริงๆ ว่าป๊ากับม้าเพื่อไม่ให้ทุกคนสับสน
“โตเป็นสาวแล้วยังจะอ้อนอีกนะเรา เมื่อไหร่จะทำตัวเหมือนสาวๆ ทั่วไปเสียทีหืม” ดุจน้ำเพชรเลื่อนมือมายีผมนุ่มสลวยของบุตรสาวด้วยความรักใคร่ แม้ปากจะเหมือนดุแต่สายตากลับเต็มเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
“ฮื้อ น้ำเพชรจะรีบให้ลูกเป็นสาวไปทำไมนะ เป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้แหละดีแล้ว อย่าเพิ่งให้ไอ้หนุ่มหน้าไหนมาแย่งความสนใจของน้องช่าไปจากป๊าเลย จริงไหมลูก” ลูคัสไม่วายจะถือหางซึ่งนั่นเรียกคะแนนพิศวาสของลูกสาวเพียงคนเดียวเหมือนเคย “สัญญากับป๊ามาซะดีๆ ว่าเราจะไม่ชายตามองหนุ่มที่โน่นระหว่างสี่ปีนี้”
“สัญญาและสาบานเลยเจ้าค่ะว่าช่าจะไม่เจ้าชู้เหมือนป๊า” นิ้วเรียวเล็กสามนิ้วยกขึ้นในท่าเหมือนลูกเสือนารี ผู้เป็นแม่ลูบผมยาวสลวยด้วยความเอ็นดู
“อย่าดื้อกับคุณลุงคุณป้ามากนะลูก หัดช่วยงานบ้านงานเรือนด้วย และก็ห้ามสร้างปัญหาให้พวกเขาหนักใจเป็นอันขาด ไม่งั้นม้าจะย้ายให้เรากลับมาเรียนกรุงเทพฯ ทันที จำไว้ว่าหน้าที่ของน้องช่าคือ…”
“ตั้ง-ใจ-เรียน” สิ้นการต่อท้ายประโยคที่จงใจลากเสียงยาวตามวิสัยคนขี้เล่นคือ ลูซิเฟอร์ หรือน้องซี น้องชายเพียงคนเดียวของอลิชาซึ่งอายุเกือบสิบห้าปีเต็ม ทุกคนบนโต๊ะอาหารก็หัวเราะร่วน ขณะที่ดุจน้ำเพชรค้อนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเสียวงใหญ่
“ไม่ต้องมาล้อม้าเลยนะตาซี เกรดเทอมนี้เรายังไม่ยอมเอามาให้ดูเลยนะ คอยดูเถอะ ถ้าต่ำกว่า 3.5 อีก ม้าจะตัดค่ากินค่าเที่ยวของเราให้หมด” คุณผู้หญิงแห่งบ้านลูซานตาร์เอ็ดลูกคนเล็กเสียงเขียวซึ่งนั่นทำให้ลูซิเฟอร์ลอบสบตากับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้าม พอเห็นธามอมยิ้มขบขันก็เหยียดขายาวๆ ออกไปถีบหน้าแข้งของเพื่อนแก้เซ็งทันที
“พูดเรื่องเกรด คงไม่มีใครได้น้อยเท่ากับตาธีมแล้วล่ะค่ะคุณน้ำเพชร ตั้งแต่เรียนมาหาเกรดเอยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ไม่รู้ว่าโง่เหมือนใคร” ปลายเสียงเหมือนหลอกด่าคนข้างกายทำให้เจมส์หันไปมองหน้าภรรยาคู่กัดอย่างเอาเรื่อง
“พูดงี้ก็สวยสิคุณ ถึงผมจะโง่แต่ก็งมลงเรียนเทอมละตัวสองตัวจนจบปริญญาโทนะจะบอกให้” คนพูดทำหน้าเหมือนภูมิใจในตัวเอง คนอื่นๆ ต่างกลั้นยิ้มเพราะรู้ดีกว่าการมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันแบบนี้คือเอกลักษณ์การครองคู่ของคนทั้งสอง
“แล้วพี่ช่าจะกลับมาช่วงปิดเทอมไหมครับ” ธีมซึ่งอายุน้อยที่สุดบนโต๊ะอาหารถามคนที่เขารักและนับถือว่าคือพี่สาวเหมือนชวนคุยมากกว่าอย่างอื่น
“พี่คงต้องดูก่อนค่ะเพราะใจจริงพี่อยากเรียนให้จบก่อนกำหนด ถ้าลงเรียนช่วงซัมเมอร์ได้พี่ก็จะลง จะได้กลับมาหาทุกคนเร็วๆ” ศีรษะเล็กเอนซบต้นแขนของบิดาอย่างประจบประแจง
“ไม่ใช่ว่าอยู่แล้วจะติดใจจนขอต่อโทกับเอกที่โน่นหรอกนะ” ลูคัสหันมาสบตาใสแป๋วเหมือนจะมองให้รู้ว่าบุตรสาวคนสวยคิดอะไรอยู่
“โธ่ป๊าคะ ถ้าช่าอยากเรียนโทกับเอกที่โน่นเพื่อเจริญรอยตามป๊าบ้างจะไม่ได้เชียวเหรอคะ ช่าอยากให้ป๊าภูมิใจว่าช่าเก่งเหมือนป๊าค่ะ” รอยยิ้มออดอ้อนทำให้คนเป็นพ่อหน้าหงอย
“เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องที่ยังมาไม่ถึงดีกว่านะจ๊ะ เหลือเวลาอีกตั้งหลายปีให้คิดและตัดสินใจ ทานข้าวกันดีกว่านะคะ” ดุจน้ำเพชรปลอบคนหวงลูกสาวและชวนเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะรู้ดีว่าแค่การให้ลูกไปเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ ผู้เป็นสามีซึ่งแรกเริ่มดีใจมากมายว่าบุตรสาวจะไปเรียนสถาบันเดียวกับตน ก็นอนกระสับกระส่ายและบ่นให้ได้ยินหลายต่อหลายครั้งว่าเป็นห่วงลูกสาวเพียงคนเดียวมากแค่ไหน
อลิชาทานข้าวต่อไปได้ไม่นานก็รวบช้อนส้อมและบอกทุกคนว่าขอตัวขึ้นไปเก็บของสองสามชิ้นสุดท้ายและหันไปขอให้น้องชายทั้งสามขึ้นไปช่วยยกกระเป๋าหากว่าทานข้าวเสร็จ คล้อยหลังของเธอไม่ถึงสามนาที…คนที่รอจังหวะอยู่ก็ลุกออกจากโต๊ะอาหารและบอกคนอื่นๆ ว่าจะขึ้นไปช่วยพี่ช่ายกกระเป๋าลงมา ไม่มีใครทักท้วงเพราะเห็นว่าหนุ่มน้อยเข้านอกออกในบ้านลูซานตาร์เป็นว่าเล่น และพักหลังก็แวะมานอนกับคู่ซี้อย่างลูซิเฟอร์บ่อย
หลังจากขึ้นชั้นบนและเดินไปยังปีกซ้ายของบ้านหนุ่มน้อยก็เคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อเสียงหวานใสของคนด้านในอนุญาต
“อ้าวน้องธาม โดนสองคนนั่นกินแรงอีกแล้วเหรอคะ” อลิชาซึ่งกำลังก้มเลือกหนังสือที่จะนำขึ้นไปอ่านบนเครื่องทักด้วยรอยยิ้มอ่อนเหมือนเคย
“เปล่าครับ พอดีผมทานข้าวเสร็จแล้วก็เลยขอขึ้นมาหาพี่ช่าก่อน” เจ้าของร่างสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรใช้มือผลักประตูหน้าห้องนอนของเธอให้ปิดลงเบาๆ และดูเหมือนสาวรุ่นพี่จะไม่เอะใจอะไรเสียด้วยเพราะยังยิ้มสดใสดังเดิม
“อืม” ร่างบอบบางของอลิชายืดตัวขึ้นเต็มความสูง เซนติเมตรและเหลือบมองกระเป๋าเดินทางสีชมพูสี่ใบของตนอย่างใช้ความคิดก่อนจะชี้ไปยังสองใบที่เล็กสุด “เอาสองใบเล็กสุดลงไปข้างล่างก่อนก็ได้จ้ะ อีกสองใบพี่จะให้สองตัวขี้เกียจนั่นขึ้นมาเอาลงไปเองค่ะ”
“เอ่อ ผมมีของอยากให้พี่ช่าด้วยครับ” พูดพลางหนุ่มน้อยที่ในความรู้สึกของคนมองคิดว่าเป็นคนสุภาพและพูดน้อยสุดก็ล้วงเข้าไปดึงของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีน
“อะไรเอ่ย” ตาสีน้ำตาลวิบวับอย่างดีใจขณะยื่นมือออกไปรับถุงกำมะหยี่สีขาวที่ถูกผูกโบอย่างน่ารัก เมื่อเห็นชื่อที่อยู่อีกด้านของถุงนั้นก็ยิ้มจนตาหยี “แพนดอร่า”
เสียงหวานอุทานอย่างดีใจเพราะรู้ว่ามันเป็นยี่ห้อของกำไลข้อมือที่เอกลักษณ์พิเศษคือ สามารถเสริมจี้ใส่เข้าไปได้เรื่อยๆ บางคนสะสมจี้เสริมเหล่านั้นเป็นแฟชั่นกันเลยทีเดียว และตามตลาดไนท์บาซาร์แถบกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าหัวใสที่ทำเลียนแบบของจริงออกมาวางขายให้พวกฝรั่งที่ตาโตหลงซื้อเพราะคิดว่าเป็นของจริงที่ราคาถูก
“ผมไม่ได้เอากล่องของมันมาด้วยเพราะใส่กระเป๋ากางเกงไม่ได้ครับ” ธามบอกเสียงแผ่วเพราะกลัวสาวรุ่นพี่จะคิดว่าเขาไปซื้อของถูกๆ มาให้
“แหม…ถึงไม่มีกล่องมาด้วย พี่ก็เชื่อค่ะว่าน้องธามไม่ซื้อของปลอมให้พี่แน่” อลิชาก้าวมาหยุดตรงหน้าก่อนจะเขย่งปลายเท้าและฝังจูบลงบนแก้มของคนให้เหมือนทุกครั้ง “ขอบคุณค่ะ”
สัมผัสจากปากนุ่มๆ นั้นทำให้แก้มของหนุ่มน้อยอายุเกือบ 15 ถึงกับร้อนผ่าว ความอดทนอดกลั้น ความยับยั้งชั่งใจ ผสมกับความ(แอบ)รักและความกลัวระยะทางที่ต้องห่างกันทำให้ธามตัดสินใจทำในสิ่งที่หวาดกลัวมาตลอดตั้งแต่รู้ใจตัวเองด้วยการวาดมือทั้งสองข้างไปแตะแผ่นหลังบางของคนที่เขย่งเท้าขึ้นมาหมายจะจูบแก้มอีกข้างของตน
“อุ๊ย! น้องธา... ” เสียงอุทานเหมือนคนตกใจดังขึ้นเมื่อถูกกระตุกเข้าไปปะทะร่างสูง ก่อนจะกลายเป็นเสียงเรียกชื่อของหนุ่มรุ่นน้องอย่างตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วใบหน้าของอีกฝ่ายก้มลงมาแบบสายฟ้าแลบ หัวใจของอลิชาเหมือนจะกระเด็นกระดอนออกจากทรวงอกเมื่อปากนุ่มของเขาบดเคล้าลงบนปากของเธอถนัดถนี่ ถึงจะไม่ได้ล่วงล้ำเข้ามาในโพรงปากแต่อำนาจประหลาดบางอย่างก็ทำให้เธอร้อนวูบวาบไปถึงปลายเท้า
“ผมรักช่า” คนปล้นจูบแรกในชีวิตของอลิชาไปสดๆ ร้อนๆ ก้มลงมากระซิบบอกด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“น้องธาม!” กลีบปากอิ่มซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นแดงจัดเพราะอำนาจจุมพิตอุทานด้วยอาการหน้าตื่นตาโต แต่ยังไม่ทันที่เธอจะขยับปากพูดอะไรอีก ปากร้อนรุ่มของหนุ่มรุ่นน้องก็ฝากฝังจุมพิตลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ปากกับปาก... เพราะลิ้นอุ่นจัดล่วงล้ำเข้ามาหาควานไปทั่วโพรงปากและตวัดเข้าหาลิ้นของเธอเหมือนเด็กอยากรู้อยากลอง มันเป็นการรุกคืบแบบที่คนรับการโจมตีถึงกับหัวหมุน ทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนตัวสั่นงันงกให้อีกฝ่ายจูบจนพอใจ
“นี่คือครั้งสุดท้ายที่ผมยอมให้ช่าเรียกว่าน้องธาม เพราะเมื่อไหร่ที่ช่ากลับจากลอนดอนและยังเรียกผมแบบนี้อีก ผมจะลงโทษช่าทุกครั้งไป เพราะผมไม่เคยอยากเป็นน้องชายของช่าเลยสักครั้ง” เสียงที่เพิ่งเปลี่ยนเป็นแหบห้าวได้แค่ปีเดียวดูเครียดขรึมไม่ต่างจากใบหน้าของธาม ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจัดจะทาบทับลงมาหากลีบปากหวานฉ่ำของคนฟังอีกครั้งเหมือนนั่นคือของหวานชนิดใหม่ที่ตนเพิ่งค้นพบและก็ไม่อยากผละออกห่างเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ทว่าหนึ่งนาทีหลังจากนั้นก็ต้องดีดตัวออกจากกันโดยอัตโนมัติเมื่อประตูห้องนอนของอลิชาถูกเปิดเข้ามาแบบไม่มีการเคาะตามด้วยเสียงอุทานด้วยความตกใจของสองวายร้ายอย่างลูซิเฟอร์กับธีม
“ธาม/ช่า!”