Nice to meet love EP.2

1708 Words
“เมื่อวานไปไหนมากานต์” “ไปหาลูกค้ามาค่ะ” “แล้วได้ยอดรึเปล่า” “ลูกค้าขอเวลาตัดสินใจก่อนค่ะ หูย...ผู้จัดการก็ ช่วงนี้ขายยากจะตาย อะไรๆ ก็ขายไม่ดีทั้งนั้นผู้จัดการก็น่าจะรู้นี่ค่ะ” เซลล์สาวบ่น เหตุผลเพราะเมื่อวานเบี้ยวงานไม่ยอมเข้ามาประจำที่สถาบันอ้างว่าออกไปหาลูกค้า ทุกคราวก็ได้ยอดกลับมาแต่วันนี้ไม่ได้จึงโดนผู้จัดการสถาบันความงามตำหนิเข้า ไม่พอ...ยังมีสายจากลูกค้าโทรมาคอมแพลนด้วย กล้าด่าแต่ไม่กล้าออกนามและรายละเอียดว่าอติกานต์บริการไม่ดีอย่างไร เมื่อมูลไม่พอเธอจึงไม่โดนใบเตือน “ผู้จัดการคะขออนุญาตค่ะ” “ว่าไง” “กานต์ มีลูกค้ามาหาน่ะ” “ขอบคุณค่ะพี่ดาว” ดาวคือพนักงานต้อนรับของสถาบันทำหน้าที่คัดกรองและประสานงานกับแผนกและพนักงานคนอื่นๆ เซลล์สาวยิ้มแป้นที่มีลูกค้ามาหาเพราะกำลังขาดยอดขายอยู่พอดีเลย “จะคุยกันที่นี่ให้คนอื่นได้ยินหรือจะออกไปคุยข้างนอก” “จะคุยอะไรกับฉันเหรอคะ คนที่คุณควรจะคุยควรเป็นสามีของคุณต่างหาก” “อย่ามาปากดี ถ้าไม่อายคนอื่นที่ตัวเองเป็นเมียน้อยละก็...//ไปก็ไปค่ะ อยากคุยอะไรก็ให้มันจบวันนี้เลยแล้วกัน” อติกานต์พูดขัดเพราะเมียหลวงเริ่มเสียงดังลั่นออกนอกห้องรับรอง ตำแหน่งมือที่สามต่อให้พูดว่าไม่รู้ไม่ตั้งใจยังไงก็ถูกด่าไม่มีทางได้รับความเห็นใจจากใครๆ “ดิฉันต้องทำงานต่อค่ะ คุยกันตรงนี้ก็พอ” ณ ลานจอดรถหน้าสถาบัน คนไม่มาก แค่สัญจรไปมาแต่ไม่มีใครหยุดดูหรือสนใจ “ถามจริง ตรงนี้อะนะ แต่ก็ถึงว่าแหละ คนมันหน้าด้านไม่อายฟ้าอายดินจะกินจะขี้ตรงไหนก็ไม่รู้จักอาย” “คุณค่ะ ถ้าจะคุยก็รีบๆ พูดมาเลย” อติกานต์รู้ว่าป่วยการที่จะมานั่งอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ ก็เล่นใหญ่และตราหน้าว่าเธอเป็นเมียน้อยซะขนาดนั้น “เลิกยุ่งกับสามีของฉันสักที” “ตอนนี้ดิฉันเลิกไม่ได้หรอกค่ะ” “หน้าด้าน” “ช่วยฟังให้จบก่อนค่ะ สามีคุณเอาเงินฉันไปห้าแสนบาท เอาเงินของฉันคืนมาก่อนสิคะแล้วฉันจะเลิกติดต่อกับสามีคุณทันทีเลย” อติกานต์กระดิกมือขอเงิน ถูกหลอกให้รัก ถูกหลอกให้ลงทุน ถูกหลอกให้ทำธุรกิจเพื่อสร้างอนาคตร่วมกันแต่ทั้งหมดมันมาจากปากคนไม่จริงใจ “หน้าอย่างเธอเหรอมีเงินให้ชลห้าแสน” “หน้านี้ทำมามากกว่านั้นอีกค่ะ” “หน้าปลอมแต่สันดานนี้ของจริงใช่มั้ย” “เอ๊ะ! ถ้าด่าดิฉันอีกคำคุณโดนข้อหาหมิ่นประมาทแน่ๆ” “กล้าฟ้องข้อหากระจอกๆ แค่นั้นก็เอาสิ คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวรึไง คิดว่าทะเบียนสมรสมันแค่กระดาษธรรมดาๆ งั้นเหรอ” “ไม่แปลกหรอกที่ชลนอกใจคุณไปมีคนอื่น ก็ปากเป็นแบบนี้ไง” อติกานต์มองคนตรงหน้าแล้วถอนใจ อายุก็คาดว่าพอๆ กันแต่เธอคนนี้ไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าไรนักอาจเพราะแต่งงานแล้ว แต่แล้วยังไงล่ะ...ขนาดเธอไม่ใช่คนรู้จักยังคิดว่าแม่นี้ไม่น่าคบหาแล้วสามีที่อยู่ด้วยกันทุกวันจะเบื่อหน่ายขนาดไหน เธอมองคนตรงหน้าหัวจรดเท้าแล้วทอดถอนลมหายใจเสียงดังพร้อมกับหันหลังเดินกลับเข้าที่ทำงานแต่การกระทำแบบนั้นยิ่งทำให้อีกคนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “อีหน้าด้านแกจะหนีฉันไปไหน” ว๊ายยยย ท่อนแขนถูกคว้าเพื่อรั้งไว้แต่อติกานต์สะบัดมือหนี คนที่หมายจะจับก็เลยเสียหลักล้ม “คุณ” “ฉันจะฟ้องแกให้หมดตัวเลยคอยดู” “ฉันไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ” “ผิดแล้วยังไม่รู้ตัว ผิดแล้วยังไม่สำนึก อีหน้าด้าน สันดานเมียน้อยแบบนี้ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีทางเจอคนดีๆ หรอกแก” “เฮ้ย” อติกานต์ชักจะเหลืออดเช่นกัน สิบนาทีที่เจอหน้ากันเธอถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียวมันก็เกินไปแล้ว “ฉันจะประจานแกให้คนทั้งโลกรู้ความหน้าด้านของแก ดูสิว่าจะมีหน้าชูคออยู่ในสังคมได้อีกมั้ย” คนพูดพ่นวาจาออกมาที่เต็มไปด้วยความโกรธ แน่นอนว่าเธอพร้อมทำลายอติกานต์ให้แหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผง “คนผิดคือสามีคุณต่างหาก ไอ้ชลมันก็หลอกฉันนะ” “จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ตั้งใจงั้นสิ ผู้ชายพูดอะไรก็เชื่อง่ายๆ งั้นสิ” “มันก็ไม่ใช่แบบนั้น...” เจ้าตัวไม่มีอะไรจะอธิบาย เพราะความหล่อมันบังตาและคารมมันชวนให้หลงใหล ความสุภาพพูดเพราะและวางตัวดีไม่รุ่มร่ามแบบผู้ชายทั่วไป สายชลจึงทะลุผ่านทุกข้อสงสัย หรืออาจเป็นเพราะอติกานต์หูหนวกตาบอดคิดเข้าข้างไปเอง “สันดานพวกเมียน้อยก็มีข้ออ้างไปเรื่อย ใจจริงอยากได้ผัวคนอื่นจนไม่สนสี่สนแปด ร่านจน...//นี้คุณ! ถ้าด่าฉันอีกคำได้เห็นดีกันแน่” และเสียงเอะอะมะเทิ่งนั้นก็ทำให้คนอื่นๆ เข้ามาแยกตัวอติกานต์กับคู่กรณีออกจากกัน บ้างถ่ายคลิปแล้วส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดที่เผยแพร่ลงโซเชียล “ยังไงไหนเล่า” “ก็แบบที่เห็นในคลิปแหละ” “แกจะไม่อธิบายอะไรหน่อยเหรอ” “พี่รักษ์ก็รู้อยู่แล้วว่ากานต์เป็นคนแบบไหนจะให้กานต์อธิบายอะไรอีก” “แต่ในคลิป” มันถูกถ่ายได้ตอนที่อติกานต์ฟีลขาด เธอตะโกนเสียงชัดว่าผัวชาวบ้านที่ชื่อสายชลรักและหลงเธอมากแค่ไหน วางแผนธุรกิจหวังจะสร้างอนาคตด้วยกันยังไงและคนที่ควรตาสว่างคือฝั่งเมียหลวง คนที่ควรรู้ตัวว่าผัวไม่ต้องการอีกแล้ว “โอ๊ยพี่รักษ์” มือหนาหยิกเข้าที่ท้องแขนของอติกานต์พอให้เจ็บ รักษ์ชอบทำเหมือนแม่ของตัวเอง ถ้าไม่ตีก็จะหยิกแบบนี้แหละ “แกนะแก” “อย่าซ้ำเติมได้มั้ย” “เตือนแล้วเตือนเรื่องผู้ชายว่าให้ดูดีๆ” “ก็ดูดีแล้วไง ก็ถูกใจคนนี้” “เพราะมันหล่อน่ะสิ” “ก็ใช่” หล่อวัวตายควายล้ม หล่อจนไม่คู่ควรกับอีเมียหลวงปากปลาร้า ทำไมคนหล่อๆ ถึงเหลือมาไม่ถึงอติกานต์บ้าง ทำไมมีแต่วาสนาของคนอื่น “แล้วเป็นไงล่ะ ถูกใบเตือน ถูกพักงาน แล้วเดี๋ยวโดนเมียเขาฟ้องแน่ๆ แกเอ๊ย เตรียมหาเงินเยอะๆ มาจ้างทนายได้เลย” “ตอกย้ำกันอยู่ได้อะ...ฮื้อ!” อติกานต์ร้องไห้ไม่จริงจังแกล้งก้มหน้าลงกับโต๊ะ โป้ก! โอ๊ย! หน้าผากโหนกนูนกระแทกเข้าให้ หญิงสาวลูบส่วนที่เจ็บปรอย ดูท่าวันนี้อะไรๆ ก็ไม่เข้าข้างกันเลย “โต๊ะฉันเป็นรอยหมด นางนี่!” รักษ์เดินไปหยิบน้ำแข็งตอนไหนไม่รู้แล้วก็เชยคางเล็กของอติกานต์ขึ้น นางเด็กนี้ก๋ากั่นก็จริงแต่จริงๆ แล้วก็ไม่ประสีประสาอะไรเลย ถ้ายังไม่มีคู่ชีวิตจริงจังก็คงต้องดูแลกันไปเรื่อยๆ “ห่วงโต๊ะมากกว่าหัวกานต์อีกเหรอ” อติกานต์ช้อนตามองคนตรงหน้า รักษ์เป็นผู้ชายสูง หน้าหล่อ หุ่นบางผิวพรรณขาวกลิ่นสะอาดสะอ้าน ถ้าเขาไม่ตุ้งติ้งออกสาวก็คงจะดีออกไม่น้อย แต่พี่รักษ์ก็คือพี่รักษ์ เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เราสองคนพบกัน แต้เพราะเขาเป็นแบบนี้เธอถึงชอบอยู่ใกล้ๆ เขา “ก็แกมันซื่อบื้อไง” “อย่าด่ากานต์ได้มั้ย” “ไม่ด่าก็ได้ ด่าไปก็ไม่ทำให้สมองบื้อๆ ของแกฉลาดขึ้น” “โหย...” อติกานต์งอแง เธอเก่งทำงาน เก่งหาเงินและดูแลตัวเองดีทุกอย่างแต่มาตกม้าตายเพราะผู้ชายหล่อๆ “ถ้าเจอคนไม่ดีแกก็อยู่คนเดียวก็ได้นะกานต์” “พี่รักษ์ยังไม่ยอมอยู่คนเดียวเลย” “เพราะฉันเจอคนดีไง” “ดีแล้วเลิกกันทำไมล่ะ” “เอ๊ะนางนี้! ไม่ทำให้แล้ว เอาไปทำเองเลย” รักษ์โยนถุงพลาสติกห่อน้ำแข็งในมือทิ้งด้วยความหมั่นไส้ อุตส่าห์เป็นห่วงไม่อยากให้น้องสาวหัวโนและมีรอยช้ำแต่ถ้าพูดไม่เข้าหูก็เชิญเอาไปประคบเองเลย “จะว่าไปแล้ว ถ้าเกิดเป็นคดีความขึ้นมาแล้วต้องขึ้นศาล กานต์ขอให้พี่โฬมมาว่าความให้ได้มั้ย” ทนายคนเก่งมีชื่อในด้านรับว่าความคดีครอบครัว อัตราการแพ้เป็นศูนย์ดูท่าศึกนี้ชนะแน่นอนถ้าเป็นทนายคนที่พูดถึง “มีปัญญาจ้างเขามั้ยล่ะ” “ก็ขอราคาคนกันเองไง” “กันเองกับใคร แกหรือฉัน” ทนายโฬมอดีตคนเคยคบหา เลิกรากันไปไม่นานและจบลงด้วยไม่ค่อยสวย “พี่รักษ์ช่วย...” “โน่ว! ถ้าจะจ้างเขาก็ลองไปคุยเองนะ เรื่องนี้ฉันไม่ยุ่ง” “เขาจะจำกานต์ได้รึเปล่าเถอะ” “ได้หรือไม่ได้ก็ไม่เกี่ยว เผลอๆ จำแกไม่ได้ยังจะดีซะกว่า” “เลิกกันไม่ดีเหรอ” “ยุ่ง ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” สำหรับรักษ์แล้วการเลิกราครั้งนี้ถือว่าจบบริบูรณ์แบบไม่มีอะไรค้างคา แต่กับอีกฝ่ายเขาจะคิดแบบเดียวกันไหม “อย่างน้อยก็เกริ่นให้ฟังหน่อยสิกานต์จะได้เข้าถูกทาง” “ไปติดต่อเขาด้วยเรื่องของตัวแกเอง ไม่ต้องอ้างชื่อฉันเพราะจริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง พี่โฬมเขาเป็นทนายที่ค่อนข้างเที่ยงตรง เขาไม่ชอบเส้นสาย เขาไม่ใช่พวกทำดีหวังผลเกื้อผลประโยชน์กัน อะไรผิดก็ว่าไม่ตามผิดเขาไม่ใช่พวกที่จะฟอกดำให้กลายเป็นขาว” อย่างที่บอกว่ารักษ์เลือกคบแต่คนดีจริงๆ ทนายคนเก่งฝีปากกล้าไม่ใช่ว่าเงินมาแล้วจะรับว่าความให้กับทุกคน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD