ตอนที่ 2

1424 Words
“ เกิดอะไรขึ้นฝัน ทำไมคุณครามเธอถึงเปียกไปทั้งตัวแบบนั้น “ กนกวรรณสะกิดถามลูกสาวที่นั่งหน้านิ่งอยู่ที่พื้นข้างๆโซฟาที่เธอนั่งอยู่ “ ก็ฝันนึกว่าคุณ…ครามเป็นพวกมิจฉาชีพน่ะซิจ๊ะแม่ ถามมาหาใครก็ไม่ตอบ แถมด่าฝันอีก “ ทอฝันพูดเสียงแผ่วอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้คนเป็นแม่ฟัง ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เดินลงมาจากบันไดชั้นสอง แล้วมานั่งทิ้งตัวลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอีกตัว ภายในห้องรับแขกเวลานี้เหมือนมีรังสีอำมหิตจากสายตาของคนตัวใหญ่ มองมาที่ทอฝันราวจะกินเลือดกินเนื้อ “ เอาละ….เรื่องเข้าใจผิดกันเล็กๆน้อยๆ แกก็อย่าไปถือสาน้องเลยนะ “ “ น้อง?…..นี่ผมไม่ยักรู้ว่า ตัวเองไปแค่ 3 ปี มีน้องสาวโตขนาดนี้แล้วเหรอครับเนี่ย …..ว๊าว!!” กวนตีนชะมัด…… ทอฝันอดที่จะสบถในใจไม่ได้ นี่เขาเป็นคนยังไงกันเนี่ย ปากนี่ยิ่งกว่ากรรไกร ใจก็ยิ่งกว่าหมา ไม่รู้โตมายังไง “ ทอฝันเป็นลูกสาวของวรรณเขา” ท่านชัยเดชตอบสั้นๆเพื่อตัดรำคาญ “ อ๋อ…..ที่แท้ก็คนใช้” ชายหนุ่มกอดอกอิงลำตัวหนาลงกับพนักโซฟามุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน “ น้องไม่ได้อยู่ในฐานะคนใช้ ฉันขอล่ะ แกไม่ได้กลับมาบ้านตั้งหลายปี ครั้งนี้ก็ช่วยเป็นผู้ใหญ่ อย่าทำตัวเหมือนเด็กๆให้ฉันปวดหัวดี กว่า….” น้อง….คำก็น้องสองคำก็น้อง กูไม่เคยนับใครหน้าไหนเป็นพี่น้องทั้งนั้น อีเด็กนี่ก็แค่ลูกคนใช้ ส่วนไอ้นั่นก็ลูกเมียน้อย “ ฝัน……ขอโทษคุณครามด้วยลูก “ กนกวรรณเอ่ยขึ้น ยังไงทอฝันก็มีส่วนผิด ไม่ว่ายังไงก็ควรขอโทษคุณครามอยู่ดี “แต่ฝัน……” ทอฝันอิดออด เธอไม่อยากขอโทษคนนิสัยเสียอย่างไอ้คุณครามนี่เลยสักนิด เขาต่างหากที่ดูถูกเธอก่อน เขานั้นแหละที่ สมควรขอโทษเธอ “ฝัน……..” กนกวรรณเสียงเข้มขึ้น เป็นสัญญาณว่าคนเป็นแม่ไม่พอใจจริงๆแล้วเวลานี้ ทอฝันเลยต้องพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยกมือ ขึ้นกระพุ่ม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดๆหายๆ “ ขอ โทษ…..” “ ว่าไงนะ ฉันไม่ได้ยิน” ธีรวัฒน์เหยียดยิ้มมุมปาก ดวงตาสีเข้มจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา ทอฝันเงยหน้าขึ้นสบตาคนเป็นแม่ แล้วกลั้นใจพูดประโยคนั้นซ้ำอีกครั้งดังๆ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม “ ฝัน…..ขอโทษ…..ค่ะคุณคราม” “ เอาละๆ น้องก็ขอโทษแล้ว แกก็จบเรื่องเถอะ อย่าทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้มันใหญ่โต ฉันจะไปพัก……วรรณฝากดูห้องให้ไอ้ครามมัน ด้วย” “ค่ะคุณเดช” เพราะธีรวัฒน์กลับมาแบบที่ไม่ได้บอกได้กล่าวกับใคร เลยไม่มีใครได้เข้าไปทำความสะอาดห้องนอนเดิมของเขาเอาไว้ให้ “ ฝัน….เดี๋ยวแม่จะไปส่งคุณท่านขึ้นห้อง ฝันไปจัดการห้องให้คุณครามหน่อยนะลูก เรียกไข่หวานไปช่วยกัน” “ จ๊ะแม่…..” หลังจากทั้งแม่และท่านชัยเดชออกไปจากห้องรับแขก ทอฝันก็ลุกขึ้นเช่นเดียวกัน เธอกำลังจะหมุนตัวหันหลังออกไปทำตามคำสั่ง “ จะรีบไปไหน?” ทอฝันหันกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเรื่อย “ ก็จะไปดูห้องนอนให้..คุณคราม..ไงคะ เมื่อกี๊แม่สั่งไว้ คุณคราม..ไม่ได้ยินเหรอคะ ?” “ ได้ยิน….แต่ไม่ต้อง ฉันจะให้ป้าเดือนเป็นคนเข้าไปทำ ส่วนเธอกับแม่เธอ ต่อไปนี้อย่าได้เข้าไปวุ่นวายในห้องนอนฉันอีก” เกลียดฉิบหายพวกผู้หญิงสกปรกแบบนี้ นี่คงอยู่บ้านหลังใหญ่ สุขสบายจนคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูจริงๆไปแล้วซิท่า “ ก็ดีค่ะ….ฝันก็ไม่ได้อยากเข้าไปทำให้สักนิด ขอตัวนะคะ” ทอฝันกระตุกยิ้ม เป็นยิ้มแบบที่ทำให้ธีรวัฒน์หัวร้อนขึ้นมาดื้อๆ เขาคว้าข้อ มือเล็กของทอฝันเอาไว้ “ โอ๊ย!!….เจ็บนะ ทำอะไรเนี่ย มาจับฝันไว้ทำไม?” ทอฝันทั้งดิ้น ทั้งสะบัด แต่ก็ไม่หลุดจากมือใหญ่อย่างใจหวัง “ เธอต้องตอบฉันมาก่อนว่าที่หน้าบ้าน เธอพูดคำว่า….ว่า…….ไอ้จ้าดอะไรสักอย่าง เธอพูดอะไรของเธอ” ถึงจะฟังไม่ออกแต่ธีรวัฒน์ก็ เดาได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นคำดีๆแน่ “ อ๋อ...ไอ้…..จ้าด…..ง่าว” ได้ทีทวนคำอีกครั้ง ทอฝันเลยเนียนด่าไอ้คุณครามนี้อีกสักรอบ “ นั่นแหละ เธอด่าฉันว่าอะไร” ธีรวัฒน์ยิ่งกำข้อมือเธอแน่นขึ้นเรื่อยๆ “ ไม่ได้ด่าสักหน่อย มันเป็นแค่คำเมือง เป็นแค่คำอุทาน ใครจะไปกล้าด่าคุณครามล่ะคะ ไม่เชื่อคุณครามก็ลองไปถามคนอื่นดูก็ได้ค่ะ” ทอฝันพูดพลางกะพริบตาปริบๆ แต่ดวงหน้าสวย แววตาใส่ซื่อของทอฝันไม่ได้มีประโยชน์กับธีรวัฒน์สักนิด เขาบดกรามจนขึ้นสันนูน เพราะต่อให้เค้นถามก็คงไม่ได้ ความจริงแน่ “ หมดธุระแล้วก็ปล่อยแขนฝันด้วยค่ะ ถ้าคุณครามไม่ปล่อย ฝันจะร้องให้คุณท่านมาช่วย” ทอฝันเตรียมจะอ้าปากร้องจริงๆ ธีรวัฒน์เลยปล่อยมือออกจากข้อมือของเธอ ที่เวลานี้ขึ้นรอยแดงเป็นริ้วๆ “ต่อจากนี้ไปแม่เธอและเธอก็หมดเวลาสูบเลือดสูบเนื้อพ่อฉันแล้ว เตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่กันรอไว้ได้เลย หรือถ้ากลัวว่าออกจากแสนภัก ดีไปจะจนตรอกไม่มีงานทำ เข้ามาของานฉันทำที่บริษัทสิ ฉันจะสงเคราะห์งานที่เหมาะกับเธอให้เอง” แววตาและสีหน้าของธีรวัฒน์บ่ง บอกว่าเขารังเกียจเธอกับแม่เข้าไส้ เกลียดเหมือนพวกเราเป็นพวกกิ้งกือไส้เดือนยังไงยังงั้น “รับทราบค่ะ แต่....รอชาติหน้านะคะ” พูดจบทอฝันก็โค้งรับคำบัญชาจากสรวงสวรรค์ ไม่ซิ คนแบบนี้น่าจะขึ้นสวรรค์ได้ยาก ถ้ามาจากนร กล่ะก็ไม่แน่ ธีรวัฒน์เหยียดยิ้มยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองแผ่นหลังเล็กๆเดินขึ้นบันไดจนลับสายตา นี่ถึงขนาดให้เด็กนี่ไปนอนชั้นสอง? พ่อเขาต้องบ้าไปแล้ว นอกจากตัวแม่มาสูบเงินคนเดียวไม่พอ เวลานี้ยังมีอีตัวลูกสาวมาช่วยกันสูบมาช่วยกันปอกลอกอีกคน เขารังเกียจ สองแม่ลูกนั้นจนอยากจะอ้วก พวกปลิงไม่เจียมตัว เขาให้เวลาพวกมันสูบมานานเกินไปแล้ว ป่านนี้คงโกยไปเป็นร้อยล้าน หลังจากป้าเดือนเข้าไปจัดการทำความสะอาดห้อง เปลี่ยนผ้าปูที่นอนชุดใหม่จนเรียบร้อย ชายหนุ่มถึงได้มีเวลาทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง หลังเดิม เกือบจะคล้อยหลับเพราะความเพลีย ทว่าประโยคไม่คุ้นหูจากทอฝัน ทำเอาเขาต้องต่อสายไปหากฤษฎากลางดึก “ ว่าไงไอ้คราม ถึงไทยเรียบร้อยดีป่ะ?” “ ก็ดี…..แต่ที่บ้านมีขยะให้จัดการเยอะกว่าที่คิด” “ ขยะอะไรของมึงวะ” กฤษฎาไม่เข้าใจว่าไอ้ครามมันหมายความว่ายังไงกันแน่ “ ช่างแม่งเรื่องขยะเถอะ ที่โทรมาหามึง กูมีอะไรจะถาม” “ เออ….ก็ว่ามาดิ “ “ แม่มึงเป็นคนเชียงรายใช่ไหมถ้ากูจำไม่ผิด มึงต้องรู้จักภาษาเหนือที่เรียกว่าคำ…คำ….” “คำเมือง…..?” “เอ่อคำเมือง….” “ ก็รู้…..ถึงกูจะพูดไม่ได้ แต่รับรองฟังออกทุกคำ สรุปมึงโทรมาปลุกกูแต่เช้าด้วยเรื่องไร้สาระอะไรกันแน่วะครับไอ้คุณคราม” กฤษฎา ชักจะหงุดหงิด “ ถ้ามีคนพูดว่า ไอ้…..ไอ้จาดงาว มันหมายความว่ายังไงวะ?” ธีรวัฒน์พูดออกไปตามที่ตัวเองพอจำคำได้ ถูกผิดรึเปล่าไม่รู้ ที่แน่ ๆสำเนียงไม่ได้สักนิด “ มึงหมายถึง ไอ้จ้าดง่าว…..” “ เอ่อใช่ คำนี้เลย มันหมายความว่ายังไงวะ” กฤษฎาคำพรืด ก่อนจะตอบ “ มันก็ประมาณว่า ไอ้โง่ โง่ฉิบหาย หรือถ้าแปลเป็นคำด่าที่เข้าใจง่ายๆก็ประมาณ ไอ้ควาย!!ไงละเพื่อน …..ว่าแต่ใครกันวะกล้าด่าคุณคราม”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD