“ เกิดอะไรขึ้นฝัน ทำไมคุณครามเธอถึงเปียกไปทั้งตัวแบบนั้น “ กนกวรรณสะกิดถามลูกสาวที่นั่งหน้านิ่งอยู่ที่พื้นข้างๆโซฟาที่เธอนั่งอยู่
“ ก็ฝันนึกว่าคุณ…ครามเป็นพวกมิจฉาชีพน่ะซิจ๊ะแม่ ถามมาหาใครก็ไม่ตอบ แถมด่าฝันอีก “ ทอฝันพูดเสียงแผ่วอธิบายเรื่องราวต่างๆ
ให้คนเป็นแม่ฟัง
ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เดินลงมาจากบันไดชั้นสอง แล้วมานั่งทิ้งตัวลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอีกตัว
ภายในห้องรับแขกเวลานี้เหมือนมีรังสีอำมหิตจากสายตาของคนตัวใหญ่ มองมาที่ทอฝันราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“ เอาละ….เรื่องเข้าใจผิดกันเล็กๆน้อยๆ แกก็อย่าไปถือสาน้องเลยนะ “
“ น้อง?…..นี่ผมไม่ยักรู้ว่า ตัวเองไปแค่ 3 ปี มีน้องสาวโตขนาดนี้แล้วเหรอครับเนี่ย …..ว๊าว!!”
กวนตีนชะมัด……
ทอฝันอดที่จะสบถในใจไม่ได้ นี่เขาเป็นคนยังไงกันเนี่ย ปากนี่ยิ่งกว่ากรรไกร ใจก็ยิ่งกว่าหมา ไม่รู้โตมายังไง
“ ทอฝันเป็นลูกสาวของวรรณเขา” ท่านชัยเดชตอบสั้นๆเพื่อตัดรำคาญ
“ อ๋อ…..ที่แท้ก็คนใช้” ชายหนุ่มกอดอกอิงลำตัวหนาลงกับพนักโซฟามุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน
“ น้องไม่ได้อยู่ในฐานะคนใช้ ฉันขอล่ะ แกไม่ได้กลับมาบ้านตั้งหลายปี ครั้งนี้ก็ช่วยเป็นผู้ใหญ่ อย่าทำตัวเหมือนเด็กๆให้ฉันปวดหัวดี
กว่า….”
น้อง….คำก็น้องสองคำก็น้อง กูไม่เคยนับใครหน้าไหนเป็นพี่น้องทั้งนั้น อีเด็กนี่ก็แค่ลูกคนใช้ ส่วนไอ้นั่นก็ลูกเมียน้อย
“ ฝัน……ขอโทษคุณครามด้วยลูก “
กนกวรรณเอ่ยขึ้น ยังไงทอฝันก็มีส่วนผิด ไม่ว่ายังไงก็ควรขอโทษคุณครามอยู่ดี
“แต่ฝัน……” ทอฝันอิดออด เธอไม่อยากขอโทษคนนิสัยเสียอย่างไอ้คุณครามนี่เลยสักนิด เขาต่างหากที่ดูถูกเธอก่อน เขานั้นแหละที่
สมควรขอโทษเธอ
“ฝัน……..” กนกวรรณเสียงเข้มขึ้น เป็นสัญญาณว่าคนเป็นแม่ไม่พอใจจริงๆแล้วเวลานี้ ทอฝันเลยต้องพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยกมือ
ขึ้นกระพุ่ม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดๆหายๆ
“ ขอ โทษ…..”
“ ว่าไงนะ ฉันไม่ได้ยิน” ธีรวัฒน์เหยียดยิ้มมุมปาก ดวงตาสีเข้มจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา
ทอฝันเงยหน้าขึ้นสบตาคนเป็นแม่ แล้วกลั้นใจพูดประโยคนั้นซ้ำอีกครั้งดังๆ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
“ ฝัน…..ขอโทษ…..ค่ะคุณคราม”
“ เอาละๆ น้องก็ขอโทษแล้ว แกก็จบเรื่องเถอะ อย่าทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้มันใหญ่โต ฉันจะไปพัก……วรรณฝากดูห้องให้ไอ้ครามมัน
ด้วย”
“ค่ะคุณเดช”
เพราะธีรวัฒน์กลับมาแบบที่ไม่ได้บอกได้กล่าวกับใคร เลยไม่มีใครได้เข้าไปทำความสะอาดห้องนอนเดิมของเขาเอาไว้ให้
“ ฝัน….เดี๋ยวแม่จะไปส่งคุณท่านขึ้นห้อง ฝันไปจัดการห้องให้คุณครามหน่อยนะลูก เรียกไข่หวานไปช่วยกัน”
“ จ๊ะแม่…..”
หลังจากทั้งแม่และท่านชัยเดชออกไปจากห้องรับแขก ทอฝันก็ลุกขึ้นเช่นเดียวกัน เธอกำลังจะหมุนตัวหันหลังออกไปทำตามคำสั่ง
“ จะรีบไปไหน?”
ทอฝันหันกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเรื่อย “ ก็จะไปดูห้องนอนให้..คุณคราม..ไงคะ เมื่อกี๊แม่สั่งไว้ คุณคราม..ไม่ได้ยินเหรอคะ ?”
“ ได้ยิน….แต่ไม่ต้อง ฉันจะให้ป้าเดือนเป็นคนเข้าไปทำ ส่วนเธอกับแม่เธอ ต่อไปนี้อย่าได้เข้าไปวุ่นวายในห้องนอนฉันอีก”
เกลียดฉิบหายพวกผู้หญิงสกปรกแบบนี้ นี่คงอยู่บ้านหลังใหญ่ สุขสบายจนคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูจริงๆไปแล้วซิท่า
“ ก็ดีค่ะ….ฝันก็ไม่ได้อยากเข้าไปทำให้สักนิด ขอตัวนะคะ” ทอฝันกระตุกยิ้ม เป็นยิ้มแบบที่ทำให้ธีรวัฒน์หัวร้อนขึ้นมาดื้อๆ เขาคว้าข้อ
มือเล็กของทอฝันเอาไว้
“ โอ๊ย!!….เจ็บนะ ทำอะไรเนี่ย มาจับฝันไว้ทำไม?”
ทอฝันทั้งดิ้น ทั้งสะบัด แต่ก็ไม่หลุดจากมือใหญ่อย่างใจหวัง
“ เธอต้องตอบฉันมาก่อนว่าที่หน้าบ้าน เธอพูดคำว่า….ว่า…….ไอ้จ้าดอะไรสักอย่าง เธอพูดอะไรของเธอ” ถึงจะฟังไม่ออกแต่ธีรวัฒน์ก็
เดาได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นคำดีๆแน่
“ อ๋อ...ไอ้…..จ้าด…..ง่าว”
ได้ทีทวนคำอีกครั้ง ทอฝันเลยเนียนด่าไอ้คุณครามนี้อีกสักรอบ
“ นั่นแหละ เธอด่าฉันว่าอะไร” ธีรวัฒน์ยิ่งกำข้อมือเธอแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ ไม่ได้ด่าสักหน่อย มันเป็นแค่คำเมือง เป็นแค่คำอุทาน ใครจะไปกล้าด่าคุณครามล่ะคะ ไม่เชื่อคุณครามก็ลองไปถามคนอื่นดูก็ได้ค่ะ”
ทอฝันพูดพลางกะพริบตาปริบๆ
แต่ดวงหน้าสวย แววตาใส่ซื่อของทอฝันไม่ได้มีประโยชน์กับธีรวัฒน์สักนิด เขาบดกรามจนขึ้นสันนูน เพราะต่อให้เค้นถามก็คงไม่ได้
ความจริงแน่
“ หมดธุระแล้วก็ปล่อยแขนฝันด้วยค่ะ ถ้าคุณครามไม่ปล่อย ฝันจะร้องให้คุณท่านมาช่วย”
ทอฝันเตรียมจะอ้าปากร้องจริงๆ ธีรวัฒน์เลยปล่อยมือออกจากข้อมือของเธอ ที่เวลานี้ขึ้นรอยแดงเป็นริ้วๆ
“ต่อจากนี้ไปแม่เธอและเธอก็หมดเวลาสูบเลือดสูบเนื้อพ่อฉันแล้ว เตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่กันรอไว้ได้เลย หรือถ้ากลัวว่าออกจากแสนภัก
ดีไปจะจนตรอกไม่มีงานทำ เข้ามาของานฉันทำที่บริษัทสิ ฉันจะสงเคราะห์งานที่เหมาะกับเธอให้เอง” แววตาและสีหน้าของธีรวัฒน์บ่ง
บอกว่าเขารังเกียจเธอกับแม่เข้าไส้ เกลียดเหมือนพวกเราเป็นพวกกิ้งกือไส้เดือนยังไงยังงั้น
“รับทราบค่ะ แต่....รอชาติหน้านะคะ” พูดจบทอฝันก็โค้งรับคำบัญชาจากสรวงสวรรค์ ไม่ซิ คนแบบนี้น่าจะขึ้นสวรรค์ได้ยาก ถ้ามาจากนร
กล่ะก็ไม่แน่
ธีรวัฒน์เหยียดยิ้มยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองแผ่นหลังเล็กๆเดินขึ้นบันไดจนลับสายตา
นี่ถึงขนาดให้เด็กนี่ไปนอนชั้นสอง?
พ่อเขาต้องบ้าไปแล้ว นอกจากตัวแม่มาสูบเงินคนเดียวไม่พอ เวลานี้ยังมีอีตัวลูกสาวมาช่วยกันสูบมาช่วยกันปอกลอกอีกคน เขารังเกียจ
สองแม่ลูกนั้นจนอยากจะอ้วก พวกปลิงไม่เจียมตัว เขาให้เวลาพวกมันสูบมานานเกินไปแล้ว ป่านนี้คงโกยไปเป็นร้อยล้าน
หลังจากป้าเดือนเข้าไปจัดการทำความสะอาดห้อง เปลี่ยนผ้าปูที่นอนชุดใหม่จนเรียบร้อย ชายหนุ่มถึงได้มีเวลาทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง
หลังเดิม เกือบจะคล้อยหลับเพราะความเพลีย ทว่าประโยคไม่คุ้นหูจากทอฝัน ทำเอาเขาต้องต่อสายไปหากฤษฎากลางดึก
“ ว่าไงไอ้คราม ถึงไทยเรียบร้อยดีป่ะ?”
“ ก็ดี…..แต่ที่บ้านมีขยะให้จัดการเยอะกว่าที่คิด”
“ ขยะอะไรของมึงวะ” กฤษฎาไม่เข้าใจว่าไอ้ครามมันหมายความว่ายังไงกันแน่
“ ช่างแม่งเรื่องขยะเถอะ ที่โทรมาหามึง กูมีอะไรจะถาม”
“ เออ….ก็ว่ามาดิ “
“ แม่มึงเป็นคนเชียงรายใช่ไหมถ้ากูจำไม่ผิด มึงต้องรู้จักภาษาเหนือที่เรียกว่าคำ…คำ….”
“คำเมือง…..?”
“เอ่อคำเมือง….”
“ ก็รู้…..ถึงกูจะพูดไม่ได้ แต่รับรองฟังออกทุกคำ สรุปมึงโทรมาปลุกกูแต่เช้าด้วยเรื่องไร้สาระอะไรกันแน่วะครับไอ้คุณคราม” กฤษฎา
ชักจะหงุดหงิด
“ ถ้ามีคนพูดว่า ไอ้…..ไอ้จาดงาว มันหมายความว่ายังไงวะ?” ธีรวัฒน์พูดออกไปตามที่ตัวเองพอจำคำได้ ถูกผิดรึเปล่าไม่รู้ ที่แน่
ๆสำเนียงไม่ได้สักนิด
“ มึงหมายถึง ไอ้จ้าดง่าว…..”
“ เอ่อใช่ คำนี้เลย มันหมายความว่ายังไงวะ”
กฤษฎาคำพรืด ก่อนจะตอบ “ มันก็ประมาณว่า ไอ้โง่ โง่ฉิบหาย หรือถ้าแปลเป็นคำด่าที่เข้าใจง่ายๆก็ประมาณ ไอ้ควาย!!ไงละเพื่อน
…..ว่าแต่ใครกันวะกล้าด่าคุณคราม”