บทที่ 4 ไม่ชอบใจ
คุณปรานต์พาฉันเข้ามาในห้องทำงานของเขาก่อนที่เจ้าของห้องจะออกไปคุยงานกับเหล่าศิลปินที่ได้ทำการติดต่อซื้อขายเพื่อนำภาพมาจัดแสดง ก็ไม่อยากจะอวยหรอกว่ารูปแต่ละรูปที่ถูกจัดแสดงอยู่ในแกลเลอรีของเขาล้วนแล้วมีแต่รูปที่มองแล้วน่าพิศวง บางรูปมีเสน่ห์เย้ายวน บางรูปให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายข้างในรูปภาพว่าตัวศิลปินต้องการที่จะสื่ออะไร เพราะแบบนี้แกลเลอรีของเขาจึงเป็นที่นิยมจากเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม
ฉันสลัดเรื่องอื่น ๆ ทิ้งไปแล้วเดินชมห้องทำงานของคุณปรานต์ไปเรื่อย พูดตามตรงฉันไม่คิดว่าเขาจะทำอาชีพนี้ เพราะบุคลิกเหมือนเป็นนักธุรกิจทำเกี่ยวกับบริษัทหรือเป็นท่านประธานมากกว่า แต่พอมารู้จากปากของเจ้าตัวก็ต้องคิดผิดมหันต์ เห็นหน้าตาเล่ห์ร้ายไม่คิดเลยว่าจะรักในศิลปะถึงขนาดเปิดแกลเลอรีจัดแสดงงาน
แต่แล้วสายตาก็ต้องจับจ้องไปยังรูปหนึ่งซึ่งอยู่ในกรอบตั้งโต๊ะสวยงาม มันเป็นรูปคุ้นตาที่ฉันรู้จักดี เพราะรูปดังกล่าวเป็นรูปวันแต่งงานของฉันกับคุณปรานต์นั่นเอง
“ชอบถึงขนาดเอามาตั้งโต๊ะทำงานไว้เลยเหรอ” หยิบมันขึ้นมาดูด้วยความสงสัย พร้อมตาสอดส่องมองไปรอบ ๆ โต๊ะทำงานของเขาก็จะเห็นรูปของแม่ละไมตั้งวางไว้อีกหนึ่งรูป นอกนั้นก็ไม่มีรูปคนอื่นอีกเลย
ไม่มีกระทั่งรูปพ่อหรือรูปคนในครอบครัวแปลกแฮะ…
“จะขโมยรูปกลับบ้านเหรอวี”
“อุ้ย!” สะดุ้งโหยงตกใจให้กับเสียงทุ้มที่ดังอยู่ใกล้หู รีบหันหน้าไปมองปรากฏว่าเป็นเจ้าของห้องทำงานเจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง
“คุณเข้ามาตอนไหนคะ” ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยปากถาม มือวางกรอบรูปลงเพราะกลัวเขาจะหาว่าฉันมายุ่งวุ่นวายกับโต๊ะทำงานของเขา เดี๋ยวเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะกลายเป็นความผิดของฉันอีก
“เข้ามาเมื่อกี้ เห็นวีกำลังตั้งใจดูรูปแต่งงานของเราอยู่ก็เลยไม่อยากรบกวน”
พยักหน้ารับแต่ปากก็ไม่วายลั่นถามในสิ่งที่สงสัยอีกอย่าง “คุณชอบรูปแต่งงานของเราขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ก็ชอบ” มือหนาหยิบมันขึ้นมาดูบ้าง สีหน้าไม่สื่ออะไรออกมาให้สัมผัสได้ “วีไม่ชอบเหรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่สงสัยเพราะเห็นคุณเอามาวางไว้บนโต๊ะทำงาน”
“แต่งงานกับเมียทั้งทีก็ต้องมีรูปมาโชว์สิจริงไหม”
“…”
“ขืนเอารูปผู้หญิงอื่นมาโชว์มีหวังเมียฆ่าตายพอดี”
“ใครจะทำแบบนั้นกัน” ฉันบ่นอุบอิบให้เขา พยายามที่จะถอยห่างจากโต๊ะทำงานแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะตอนนี้ร่างหนายืนยั้งมือกักเก็บร่างฉันไว้ในอ้อมแขนแล้ว เนื้อตัวในส่วนด้านหน้าเบียดชิดกันไปแทบทุกส่วน โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่กำลังถูไถกับอกแกร่งที่อยู่ภายใต้เสื้อสูทตัวหนา
“คุณปรานต์…”
“ผมเห็นวีตีหน้ายักษ์ใส่ผมตลอดเวลา ก็นึกว่าจะโหดซะอีก” เขาไม่สนใจเสียงเรียกของฉันด้วยซ้ำ
“จะโหดก็ตอนนี้แหละค่ะ” คราวนี้ฉันจ้องหน้าคุณปรานต์เขม็ง “ถอยออกไปเลย ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านจะมาทำรุ่มร่ามไม่ได้”
“งั้นถ้าตอนนี้เป็นที่บ้านทำได้ใช่ไหม” นอกจากจะไม่ถอยแล้วยังยกคิ้วเข้ม ๆ ขึ้นเป็นคำถาม สีหน้าสื่อถึงความฉงนออกมาราวกับเด็กไร้เดียงสา
“ที่บ้านก็ไม่ได้ค่ะ ให้ได้แค่ก่อนนอนหนึ่งจูบเท่านั้น”
“…”
“ถ้าเป็นเวลากลางวันไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน ถ้าฉันยังไม่อนุญาตห้ามทำรุ่มร่ามเด็ดขาด”
จบคำพูดอันยาวเหยียดก็ทำให้คิ้วที่ยกขึ้นสงสัยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นขมวดเข้าหากัน สีหน้าสื่อถึงความไม่ชอบใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
“เหมือนผมเป็นได้แค่ผัวตอนกลางคืน” ใบหน้าหล่อเหลายุ่งเหยิงไม่ชอบใจขั้นสุด “ไม่ยุติธรรมสำหรับผมเลย”
“ไม่ยุติธรรมตรงไหนคะ”
“เราแต่งงานกันเพราะอะไรวีก็รู้ แต่ดูเหมือนว่าวีได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ให้สิ่งที่ผมต้องการไม่ได้”
“…”
“แล้วมันไม่ยุติธรรมตรงไหน”
ฉันคิดตามคำพูดของคุณปรานต์ในขณะที่ตายังคงจ้องมองดวงตาคมที่สบมองฉันในขณะนี้ ไม่ได้โกรธหรือรู้สึกแย่ที่เขาพูดอย่างนั้นเพราะมันคือเรื่องจริง
อย่างที่รู้ว่าบ้านฉันติดหนี้มหาศาลไร้หนทางแก้ไข แต่ผู้ชายคนนี้ดันยื่นมือเข้ามาช่วยพร้อมเงินจำนวนหนึ่งแลกกับตัวของฉัน ไม่รู้หรอกว่าเขาช่วยเหลือเพราะมีจุดประสงค์ใดนอกจากแต่งงาน แต่เมื่อเราทำสัญญาร่วมกันแล้วจึงต้องเป็นไปตามข้อตกลง
เขาให้เงินบ้านฉัน ส่วนฉันแต่งงานเป็นเมียของเขา…
เพราะแบบนี้ฉันจึงไม่ได้มีท่าทีต่อต้านเหมือนครั้งแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงาน ยิ่งเห็นการกระทำของคนเป็นสามีก็คลายใจได้ส่วนหนึ่งเพราะเขาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เท่าที่สืบมาประวัติก็ไม่ได้ด่างพร้อย ฉันจึงไม่ได้พยศเหมือนกับที่คิดในคราแรก
“ฉันเข้าใจถึงข้อตกลงของเราดี แต่เรื่องขึ้นเตียงฉันยังไม่พร้อม” สุดท้ายก็ต้องเอ่ยบอกในสิ่งที่ใจคิด “เราเพิ่งแต่งงานกัน คุณจะไม่ให้เวลาฉันเตรียมใจเลยหรือไง”
“ผมก็ยังไม่ได้จะเอาคุณตอนนี้”
คำพูดคำจา…!!!
“แค่จับจูบกอดหอมภายนอกเท่านั้น แต่คุณก็ยังไม่ให้ผมทำ”
“…”
“แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมพูดว่าตัวเองเสียเปรียบได้ยังไง”
“ไม่ใช่ว่าไม่ให้ทำ ให้ทำค่ะแต่มันไม่ใช่ตอนนี้” ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่ได้จะเอาเปรียบคุณ แค่ขอเวลาเท่านั้น”
“ผมเสียเปรียบอยู่ดี”