CHAPTER 3

1541 Words
CHAPTER 3 ไม่เลือกใครอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแยมหรือว่าดาวฉะนั้นควรเลิกมโนและเลิกคาดหวังจะได้สถานะอะไรจากผู้ชายอย่างผมไปเลย ก็แค่คนเลวๆ คนหนึ่งไม่เคยคิดจริงจังรับผิดชอบอะไรทั้งนั้นไม่ว่ากับใคร ข้อตกลงก่อนขึ้นเตียงหรือว่าก่อนไปด้วยกันผมย้ำเสมอและมันก็ชัดเจนมากด้วย บอกแล้วว่าไม่กลับไปกินของเก่า บอกแล้วว่าไม่ต้องกลับมาอีกยังไงก็ไม่สนใจ ถ้าไม่ใช่... ก็ไม่สนใจ วุ่นวายว่ะ “พี่กันต์” “เธอชื่อแยมใช่มั้ยตอนนั้นอยากได้โทรศัพท์ใหม่ก็ซื้อให้แล้ว” ถ้าจำไม่ผิดพลาดนี่คือข้อแลกเปลี่ยนไม่ผูกมัดกับผู้หญิงที่เข้ามา “ส่วนเธอชื่อดาวตอนนั้นอยากได้กระเป๋าก็ซื้อใหม่ให้เช่นกันแล้วตอนนี้มาเรียกร้องอะไรไม่ทราบอีกอย่างมันจบๆ ไปแล้วด้วย จะพูดอีกครั้งมาทางไหนกลับไปซะ!” แค่นี้ที่ผมจะพูด แค่นี้ที่ผมจะเอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย และไม่สนใจอีกเพราะจากนั้นการที่ผมหันหลังให้พวกเธอทั้งสองสายตาก็จับจ้องอยู่ที่ของเหลวสีแดงกร่ำในแก้วทรงสูงเท่านั้น ทุกครั้งที่เคลื่อนแก้วนิดหน่อยพวกมันก็ขยับไปทางซ้ายทีขยับไปทางขวาทีตามการบังคับของตัวเองทำให้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ผมต้องการนั่นคือจุดบนสุดของห่วงโซ่อาหาร จุดที่ใครต่อใครต้องยอมให้และก็เป็นจุดที่ใครต่อใครต้องการ ถึงแม้จะบูชาผมเพียงเพราะอยากได้เงินก็ตาม วงจรชีวิตมันก็น่าสนใจแค่นี้แหละ ‘ความน่าสนใจ’ สำหรับคนอย่างผมมันก็คือสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด มันมีอะไรซุกซ่อนมากกว่านั้นเยอะแยะเมื่อมองแตกแยะออกไปของแต่ละคนแค่ใช้สายตามองปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่าใครเข้ามาด้วยความจริงใจหรือว่าเข้ามาด้วยการหวังผลประโยชน์ เอาเป็นว่าถ้าจะพูดให้กระจ่างผมค่อนข้างเจอเยอะสุดคงเป็นอย่างหลังมากกว่าแต่ก็ไม่เคยปิดกั้นนะ ไม่เคยคิดว่าเสียเวลาด้วยซ้ำ อยากเข้ามาลองก็เข้ามาแต่จะเป็นขยะออกไปมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ผมเปิดโอกาสให้เสมอ “ไม่สารเลวจริงๆ ทำไม่ได้นะเฮียกันต์” “งั้นก็สบายใจเพราะถึงกูตกนรกไปรับรองเจอมึงแช่กระทะทองแดงโดนกรอกปากด้วยน้ำกรดอยู่ไอ้กานต์” “ปากคอเราะร้ายเหี้ยๆ แต่มันก็จริง” มันยังมีหน้ายกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วผมอีกนะทุกคน “เอาเป็นว่าเราแชร์ๆ กันดีกว่าเฮียกันต์จะได้ไม่แช่กระทะทองแดงนานเกินไป ผมกลัวร้อนบอกตรงๆ” “ค*ย” “ก็มีเหมือนกันเฮีย แฟร์ๆ” “แฟร์ที่หน้ามึงดิ กูไม่มีอะไรจะพูดกับมึงแล้วนะ ด้านเหี้ยๆ” “แม่งโดนด่าอีกแล้ว เก็บทุกดอกฟาดได้ฟาดฟันได้คงฟันอ่ะ” “มึงฝันเหรอกานต์” “คนละฟันมั้ยเฮีย เห็นแบบนี้ผมก็เลือกนะ” เหอะ... ให้ตายเถอะแล้วมันคิดว่าผมไม่เลือกเหรอไงเอากับไอ้กานต์ยอมอดตลอดจนตายห่าดีกว่า มั่วได้มั่วแต่ก็เลือกได้เช่นกันนะนอกจากใช้สายตาประเมินดูไอ้กานต์แล้วบอกตรงๆ แม่งไม่ได้ว่ะ “โหดเลือดสาดอย่างเฮียกันต์จอมฟันคิดว่าอยากเตะต้องหรือไงครับ” “เอาตามที่มึงมโนเลย” ปวดหัวชิบหายเมื่อได้สนทนากับมัน แค่นี้ผมก็ยกแก้วไวน์ขึ้นลิ้มรสหวานปนฝาดแผ่ซ่านไปทั่วปากพร้อมสอดส่ายสายตาไปทั้งซ้ายและก็ขวา นักท่องเที่ยวราตรีลดน้อยลงมากกว่าเมื่อก่อนเยอะมากพอสมควร “จะส่องสาวลากพาเข้าถ้ำหรือจะว่ากิจการผมอีกอ่ะ” “ทั้งสอง” การสนทนาที่ไม่มองหน้ากันเนื่องจากสายตาของผมหยุดตรงที่โซนระเบียงติดขอบถนน มีโต๊ะหนึ่งเด่นออกมาเรียกสายตาพอประมาณ เมื่อเห็นแล้วไม่นานสายตาผมก็หลีกเลี่ยงกลับมามองที่อื่นไปเรื่อยๆ ท้ายสุดแล้วก็หยุดที่ไอ้กานต์ตามเคย “แต่คืนนี้กูพอแล้ว” “ง่ายขนาดนี้เลย?” “อืม มันไม่ยากอะไร” “แปลก” ไอ้กานต์หรี่สายตาลงเพื่อจับผิดผมแต่มันก็ได้เพียงแค่ความว่างเปล่าแทน ทั้งกลุ่มอย่าลืมว่าผมเก็บความรู้สึกเก่งสุดไม่มีใครเก่งเกินแล้ว “ได้แต่จิบๆ ไวน์ยังไม่หมดก็กลับ” “...” “หนีใครกันเฮียหรือว่าผู้หญิงโต๊ะนั้น” “มึงอย่ามอง” ผมห้ามปรามเพราะไม่อยากทำอะไรเกินไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้วุ่นวายฉะนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงมากกว่ายังไงโต๊ะนั้นก็พึ่งมาไม่ได้เห็นฉากตบตีก่อนหน้า “พูดให้รู้เรื่อง” “สีผมเฮียนี่แหละจุดสร้างความสนใจเลยโว้ย” สีเขียวออกฟ้าๆ มันเด่นขนาดนั้นเลย? “ไปแล้ว” “ไม่ทันอ่ะเฮีย มาแล้วเดินตรงมาแล้ว” ไม่ยังไงก็ไม่ ไม่มีทางที่ผมจะเจอกับเธออีก ทุกความรู้สึกสั่งให้ผมหลีกเลี่ยงหนีให้รอดจากนั้นพอให้พร้อมก็ค่อยเผชิญทีเดียว “เฮียๆ” ปึก! รู้ไหมสุดท้ายผมก็หันหน้าซุกลงตรงอกไอ้กานต์ราวกับว่าเมานักหนาเหมือนหมาไม่มีผิดแล้วยิ่งไปกว่านั้นไอ้กานต์ก็เล่นด้วย มันโอบกอดผมแล้วสร้างสถานการณ์ขึ้น “พากูออกไปให้ไกลที่สุด” เสียงกระซิบจากผม “อ่อนว่ะ แค่นี้เมา มึงโดนกูล้อยันลูกบวชแน่ไอ้กุน!” เออดี ท้ายสุดผมก็เปลี่ยนชื่อเป็นไอ้กุนซะ ให้ตายเถอะ... “เอ้าหนักฉิบหาย ไม่เมาก็ไม่ต้องทิ้งตัวเฮียลงมาให้ผมทั้งลากทั้งแบกขนาดนี้ก็ได้” “...” ไอ้น้องเวร “แล้วถ้าไม่อยากเด่นอยากทำผมสีนี้อีก ห่าเอ้ยโคตรหนัก” “เอ้า” ท้ายสุดพอผมเห็นว่าปลอดภัยจึงล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาก่อนหยิบใบสีเทาส่งๆ ออกมา 4-5 ใบส่งให้ไอ้กานต์ที่ออกมาเอาแต่บ่นห่าเหวอะไรไม่รู้ “แล้วก็หุบปากมึงซะ” “ชอบจังผู้ชายนิสัยรวย” “เออ ปากบอกชอบกูกระทำโคตรต่างเห็นหน้าเป็นธนาคารเหรอ” “ก็เฮียรวยโว้ย” “รวยแต่กูก็ใช้เงินเป็น คนแรกที่อย่าหวังก็คือมึงไอ้สัส” “เหยด... ด่าน้องด่านุ้งอีกแล้วรู้แบบนี้ไม่ช่วยดีกว่าว่ะ” กวนตีนสุดๆ กวนจนผมยกเท้าขึ้นมาเตรียมถีบถ้ามันไม่ไหวตัวออกห่างก่อน “อย่าใช้กำลังเลยมีอะไรคุยๆ กันได้มั้ยเฮีย” “หึ” “แล้วจะหนีไปตลอดเลยหรือไง” “ยังไม่อยากเจอมากกว่าไม่ได้คิดหนีตลอดหน่า แค่ระหว่างนี้เฉยๆ” ทำไมทุกคนถึงคิดว่าผมขี้ขลาดขนาดนั้นกันอีกอย่างผมขอตั้งตัวนิดๆ หน่อยๆ พออะไรมันลงตัวกว่านี้ก็กลับมาสู้แล้ว “ต่อจากนี้ถ้าเห็นก็เลี่ยงก่อน มึงต้องช่วยกูด้วย” “ดีลถ้าช่วยแล้วได้เงิน ผมเต็มที่” “แบบนี้ทุกทีงั้นแยกย้าย” แค่นี้ทั้งผมและมันแยกย้ายกันไปตามทางของใครของมัน ผมขับรถกดเปิดประทุนเพื่อรับอากาศเย็นในตอนกลางคืนกระทบใบหน้าของตัวเองไปเรื่อยๆ ไร้จุดมุ่งหมายเพราะว่ามันเป็นตอนกลางคืนเป็นเวลาที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ กลางคืนที่เป็นเวลาของจันทราไม่ใช่ดวงอาทิตย์เหมือนที่ชื่อตะวันของผมชอบนักหนาแปลกนะมันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยตั้งแต่แรก เลยเลี่ยงไม่ใช้ดีกว่าตั้งแต่แรก ไม่ชอบดวงอาทิตย์ ไม่ชอบดอกไม้ ไม่ชอบความหวานและก็ไม่ชอบความรัก แต่ชอบดวงจันทร์ ชอบความแข็งแกร่ง ชอบความขม ชอบความเยือกเย็น ตรงกันข้ามกับแม่หมดเลย ไงละ... ลูกที่ไม่เหมือนแม่ เป็นผมคนเดียวเลย ท้ายสุดผมก็เหยียบเบรกจอดริมแม่น้ำใหญ่ในที่หนึ่งก่อนลงจากรถมองผู้คนที่เดินสวนกันไปมาตามความมุ่งหมายของแต่ละคนที่ปรารถนาจะไปก่อนก้าวเท้าเดินไปตามเส้นทางหนึ่ง เส้นทางนี้ขึ้นสู่สะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ของเมืองท่ามกลางความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นยังมีที่สงบแบบนี้อยู่จริง การยืนนิ่งให้ลมตีใบหน้าอยู่แบบนั้นพักหนึ่งเพื่อให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านไม่นานสายตาผมก็เงยขึ้นไปค้างตรึงไว้ที่ดวงจันทร์โตส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดทั้งหลาย แสงของมันกลบหมู่ดาวดวงเล็กดวงน้อยไปหมดดูแล้วโคตรเย็นชาไม่มีใครเทียบเทียมได้แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็เถอะ อย่าเทียบกันเลยเพราะต่างคนต่างเป็นใหญ่ในที่ของตัวเอง พอเงยหน้ามองดวงจันทร์แบบเต็มที่ก็ก้มทอดมองแสงจันทร์ที่ส่องลงมากระทบกับผิวน้ำพลิ้วไปตามแรงของคลื่นที่เกิดจากเรือแล่นบนน้ำขนาดใหญ่พึ่งพาไปไม่นาน สีสันเมืองไทยไม่แพ้เมืองนอกสักนิด 
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD