bc

เหตุไฉนตัวร้ายถึงตกหลุมรักข้า

book_age18+
716
FOLLOW
5.1K
READ
time-travel
second chance
drama
sweet
mythology
ancient
like
intro-logo
Blurb

เหลียงเสวี่ยหนิงเคยชินกับการถูกทอดทิ้งมากกว่าได้รับความรัก

นางเป็นเพียงหมากที่ครอบครัวใช้สร้างอำนาจ

ตั้งแต่เล็กจนโตหน้าที่ของนางมีเพียงเก่งให้มากที่สุด งดงามให้มากที่สุด

เพื่อที่จะได้ถูกขายออกไปในตระกูลที่ดีที่สุด

ทว่าในความโชคร้ายเหล่านั้น นางกลับยังโชคดีที่ได้แต่งงานกับคนที่รัก

เขาเป็นสหายวัยเยาว์ เป็นบุรุษที่นางยินดีที่จะอยู่ข้างกาย

หากทว่าสุดท้ายแล้วความโชคดีก็อยู่กับนางได้ไม่นานนัก

เหลียงเสวี่ยหนิงถูกทอดทิ้งอีกครา

ทว่าครั้งนี้กลับเจ็บปวดเสียจนกลายเป็นความเคียดแค้นซึมลึกถึงกระดูก

ผู้คนหันหลังให้นาง ร่วมมือกันผลักนางสู่ลานประหาร

ยามถูกบั่นคอลงอาญา นางลั่นสัตย์วาจาขอทวงแค้น

ราวกับว่าสวรรค์เมตตานางอีกครั้ง

ชีวิตที่เคยถูกพรากไปได้รับกลับคืนมา เบื้องบนคืนลมหายใจให้นางอีกครั้ง

หากแต่สิ่งที่สวรรค์มอบให้นางมิได้มีเพียงแค่นั้น

แต่พวกเขายังมอบสิ่งที่ยากจะอธิบายให้นางมาด้วย

“บุรุษใต้หล้านี้ยังมีผู้อื่นเหมาะสมกับเจ้ามากกว่าเปิ่นหวางอีกหรือ เช่นนั้นเจ้าอย่าได้กังวลใจ ต่อให้มี เปิ่นหวางก็จะทำให้ไม่มีเอง”

“...”

chap-preview
Free preview
สตรีผู้ถูกทอดทิ้ง 1/1
วันต้าเสวี่ยกลางเหมันต์ฤดู เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ถนนด้านนอกถูกหิมะทับถมจนกลายเป็นสีขาวโพลน การสัญจรภายในเมืองหลวงหยุดชะงัก บรรดาชนชั้นสูงล้วนแต่พากันเก็บตัวเงียบหลบหนีจากลมหนาวอยู่ภายในจวน พวกเขาไม่นิยมพาตัวเองออกมาเผชิญความยากลำบากในช่วงฤดูกาลอันหนาวเหน็บเช่นนี้ ยกเว้นเพียงสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งจากตระกูลขุนนางใหญ่ที่กำลังเผชิญกับความลำบากอย่างถึงที่สุด ภายในคุกเหม็นอับชื้นของกรมอาญา มีดรุณีนางหนึ่งนั่งคุดคู้กอดตัวเองเพื่อหวังคลายความหนาวอยู่ตรงมุมห้อง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความอิดโรย เส้นผมที่เคยดำขลับสละสลวยกลายเป็นหยาบกร้าน ร่างกายซูบผอมจนเริ่มมองไม่เห็นเค้าความงามเช่นกาลก่อน อีกทั้งด้วยสภาพตอนนี้หากบอกผู้อื่นว่าเพิ่งมีอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปีคงยากที่จะทำใจให้เชื่อ ระยะเวลาที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกอย่างยากลำบากกลืนกินความเยาว์วัยของนางไปจนสิ้น เหลียงเสวี่ยหนิงใช้ชีวิตอยู่ที่คุกกรมอาญาในฐานะนักโทษร้ายแรงมากว่าสองเดือนแล้ว ทว่าแม้เวลาจะผ่านมาสักพักแต่เรื่องที่นางก่อไว้ก็ยังเป็นที่เรื่องเล่าที่สนุกปากของผู้คนอยู่เช่นเดิม เรื่องอื้อฉาวที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงและน่าจับตามองมากที่สุด ก็คือเรื่องที่บุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายซ้ายวางแผนสังหารภรรยาเอกของสามีอย่างเลือดเย็น คนที่ได้ยินข่าวนี้พากันก่นด่าสาปแช่งเหลียงเสวี่ยหนิงไม่ขาดสาย หนึ่งเพราะการที่ภรรยารองสังหารบุตรในครรภ์ของภรรยาเอกเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง สองคือเมื่อมองดูฐานะที่แตกต่างกันแล้ว เหลียงเสวี่ยหนิงยิ่งไม่ควรล่วงเกินภริยาเอกที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแห่งราชสำนัก และสามคือเหลียงเสวี่ยหนิงไม่ควรริษยาจนทำร้ายลูกของผู้อื่นทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ พวกเขาสรรหาคำด่าสารพัดมาต่อว่าเหลียงเสวี่ยหนิง โดยเหมือนทุกคนจะลืมไปหมดแล้วว่าแท้จริงแล้วสตรีที่ควรเป็นฮูหยินเอกที่แท้จริงคือเหลียงเสวี่ยหนิงหาใช่เซี่ยซูหลาน ผู้อื่นปล้นชิงตำแหน่งฮูหยินเอกออกไปจากมือของนางอย่างหน้าไม่อาย แต่สุดท้ายนางกลับเป็นคนเดียวที่ต้องแบกรับเรื่องอัปยศไว้กับตัว เรื่องนี้ชนชั้นสูงล้วนเข้าใจกันดี ทั้งบางคนก็ยังมองเล่ห์กลครั้งนี้ออกอย่างแจ่มแจ้ง จะมีก็แต่ชาวบ้านทั่วไปเท่านั้นที่ให้ความสนใจมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องการวิวาทของเหล่าภรรยาในเรือนหลังของขุนนาง ส่วนทางด้านเหลียงเสวี่ยหนิง เพราะถูกคุมขังอยู่ในคุกทำให้นางไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก ตลอดสองเดือนมานี้เกิดอะไรขึ้นบ้างนางไม่อาจทราบได้ “แม่นาง กินอะไรสักหน่อยเถอะ” ผู้คุมที่มีท่าทางเป็นมิตรมักที่สุดยื่นหมั่นโถวร้อน ๆ เข้าไปในห้องขัง ทว่าจนแล้วจนรอดนักโทษหญิงก็ยังไม่ขยับตัวจากที่เดิม เขาจึงพูดเสริมไปอีกหนึ่งประโยค “ขืนแม่นางยังไม่ยอมกินอะไรเช่นนี้ ร่างกายคงจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่” ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใยทำให้เหลียงเสวี่ยหนิงหัวเราะออกมาเบา ๆ นางเงยหน้ามองไปทางประตูห้องขังแล้วยิ้มหยัน “อีกไม่กี่วันก็จะถูกนำขึ้นสู่ลานประหารอยู่แล้ว ข้ายังต้องกังวลว่าร่างกายจะแย่ไปกว่านี้อีกหรือ วาจาประชดประชันที่แฝงไปด้วยความจริงทำให้เขาจำต้องเก็บมือที่ถือหมั่นโถวกลับคืนมา “ใต้เท้าไม่จำเป็นต้องเห็นใจข้าหรอก” “ข้าไม่ได้ทำไปเพราะเห็นใจแม่นางหรอก ก็แค่ทำในสิ่งที่สมควรทำเท่านั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจเสียจนทำให้เหลียงเสวี่ยหนิงยิ่งรู้สึกเจ็บปวด “หากกล่าวถึงสิ่งที่สมควรทำก็ควรทารุณข้าเหมือนที่คนอื่นทำสิ ใต้เท้าไม่รู้หรือว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นไร ข้าทำร้ายองค์หญิงแห่งราชสำนัก แต่กลับถูกขังคุกมาถึงสองเดือนแทนที่จะรีบประหารชีวิต ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพวกเขาต้องการให้ข้าเผชิญความลำบากจนถึงที่สุด” “เรื่องที่สมควรทำที่ข้าพูด ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ถูกสั่งการลงมา หากเป็นเรื่องของน้ำใจเพื่อนมนุษย์ต่างหาก แค่หมั่นโถวหนึ่งลูกกับน้ำไม่กี่อึกไม่ได้ทำให้ข้าลำบาก” “เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณใต้เท้ามาก ทว่าท่านอย่าได้ทำเรื่องที่อาจจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนในภายหน้าจะดีกว่า การเป็นมิตรกับนักโทษร้ายแรงคงไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก” เหลียงเสวี่ยหนิงมองว่าความหวังดีที่คนตรงหน้าหยิบยื่นให้ ช่างเป็นเรื่องที่แสนโง่งมชวนน่าหัวร่อ เมื่อเทียบกันตามความจริงแล้ว ฐานะของเหลียงเสวี่ยหนิงสูงกว่าขุนนางผู้นี้ไม่รู้ตั้งเท่าไร นางเป็นถึงบุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจกว่าครึ่งในราชสำนัก แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังถูกทอดทิ้ง สำหรับคนที่ครอบครัวยังเมินหน้าหนี นางไม่เข้าใจว่าผู้อื่นจะเห็นใจนางไปเพื่ออันใด เหลียงเสวี่ยหนิงไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น “เช่นนั้นแม่นางอยากพบใครเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยกับนาง เมื่อเหลียงเสวี่ยหนิงยังคงยืนกรานไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ขุนนางวัยกลางคนจึงละความพยายาม เพราะเห็นว่านางเป็นนักโทษอายุน้อยทั้งยังเป็นสตรี เขาจึงรู้สึกเห็นใจนางไม่น้อย ดังนั้นขอแค่นางบอกว่าต้องการเอ่ยคำร่ำลากับผู้ใด เขาจะยอมเป็นธุระส่งจดหมายติดต่อไปให้ ทว่าคำตอบที่ได้รับก็ต้องทำให้ชายหนุ่มผิดหวังอีกครั้ง เหลียงเสวี่ยหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่มี” เหลียงเสวี่ยหนิงแทบไม่ต้องครุ่นคิดก่อนตอบ ยามนี้ชีวิตของนางเหลือนับว่าเหลือตัวคนเดียวแล้ว หากเอ่ยถึงคนสกุลเหลียง ยามที่นางเป็นคนในครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็ไม่เคยไยดี ดังนั้นในยามที่เป็นนักโทษประหาร นางก็เป็นได้แค่ขยะที่พวกเขาโยนทิ้งอย่างไม่เสียดายเท่านั้น และหากจะกล่าวถึงอดีตสามี แรกเริ่มเขาก็เป็นฝ่ายพาคนมาจับกุมนางด้วยตัวเอง ฉะนั้นจึงไม่เหลือความรู้สึกดี ๆ ไว้ให้กันอีก นางเคยหวังว่าเวลาวันเวลาที่ร่วมหอกันมาจะทำให้เซียวจางหย่งเชื่อคำพูดของนางบ้าง แต่พอนางเห็นสายตาเกลียดชังที่เขามองมาและฟังคำด่าที่เขาตะคอกใส่ นางถึงเพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเวลาที่นางเป็นฮูหยินรองของเขา และตลอดเวลาที่นางกับเขาเป็นสหายกัน ช่วงเวลายาวนานเหล่านั้นกลับสู้อำนาจเกียรติยศที่เซี่ยซูหลานปรนเปรอให้เขาไม่ได้ เมื่อเห็นว่าคำตอบเด็ดเดี่ยวของนางทำให้ผู้คุมคนเดิมชะงักไป นางจึงเอ่ยบางอย่างออกมาแทน “ที่ผ่านมาเสวี่ยหนิง ขอบคุณน้ำใจที่ใต้เท้าคอยหยิบยื่นให้ เป็นเพราะใต้เท้าคอยช่วยเหลือชีวิตของเสวี่ยหนิง ในคุกแห่งนี้จึงพอสุขสบายขึ้นมาได้บ้าง ขอบคุณมากนะเจ้าคะ” คำพูดที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินทำให้ชายวัยกลางคนเบิกตากว้าง เขาเม้มริมฝีปากด้วยความอึดอัดใจ เขานิ่งอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “หากข้ามีอำนาจมากพอคงสามารถช่วยเหลือแม่นางได้มากกว่านี้” เหตุผลที่เขารู้สึกเห็นใจเหลียงเสวี่ยหนิงมากกว่าผู้คุมคนอื่น เป็นเพราะนางอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรสาวของเขา ดังนั้นเขาจึงคอยลอบดูแลนางเท่าที่จะทำได้ เพียงหวังแค่ว่าหากภายหน้าบุตรีต้องเผชิญความลำบาก จะมีใครสักคนคอยยื่นมือช่วยเหลือบุตรสาวของเขาเช่นนี้บ้าง แม้ว่าจะเป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อยก็ตาม เหลียงเสวี่ยหนิงฟังจบแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีก สักพักผู้คุมวัยกลางคนก็จากไป ทิ้งให้ภายในคุกเหลือเพียงนางคนเดียวเช่นที่เคย เมื่ออยู่ตามลำพังนางพลันนึกถึงคำพูดเมื่อสักครู่ หากมีอำนาจมาจพออย่างนั้นหรือ นางเหยียดยิ้มหยัน หากกล่าวถึงอำนาจครอบครัวของนางก็มีมากมายไม่แพ้ผู้ใด บิดาผู้ให้กำเนิดเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจเกินครึ่งในราชสำนัก มารดาที่จากไปแล้วเป็นบุตรสาวราชครูผู้เป็นอาจารย์ของฮ่องเต้มาถึงสามพระองค์ พี่ชายร่วมอุทรคือจอหงวนคนล่าสุด ยามนี้รั้งตำแหน่งขุนนางขั้นสี่บนรับหน้าที่เป็นรองผู้พิพากษาศาลต้าหลี่ และพี่สาวก็ยังเป็นถึงพระสนมกุ้ยเฟย สกุลเหลียงมีอำนาจล้นมือ แต่เหลียงเสวี่ยหนิงเป็นเพียงส่วนเกินที่ระคายสายตาของพวกเขา นางเป็นหมากที่หมดประโยชน์ และพวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะโยนนางออกจากกระดาน ก่อนที่นางจะกลายเป็นภัยทำให้ทั้งกระดานหมากคว่ำลง ขณะที่เหลียงเสวี่ยหนิงกำลังทบทวนเรื่องที่ผ่านมาเพียงลำพัง เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากไม่ไกล ทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงอย่างเสียไม่ได้

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

สงครามรักในเงามืด

read
1K
bc

เก็บขยะจนรวย ด้วยระบบรักษ์โลก

read
1K
bc

ข้าก็แค่ภูตน้อยจอมเกียจคร้านคนหนึ่ง

read
1.5K
bc

เกิดใหม่มีสามีตาบอด

read
2.4K
bc

สร้างเนื้อสร้างตัวในยุคจีนโบราณ

read
19.5K
bc

เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง

read
1K
bc

เสมือนหนึ่งใจเคยรัก

read
2.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook