บทนำ
“ร้อนมากกก”
เสียงหวานเน้นลากยาวให้รู้ว่าสภาพอากาศช่างทรมานสำหรับตัวเอง ยิ่งร่างอรชรอยู่ในชุดรัดกุมแขนขายาวสีน้ำเงินเข้มสไตล์จอมยุทธ์จีนโบราณ ทั้งยังโพกปิดหน้าตาทั้งหมดเหลือเพียงดวงตาคู่กลมโตหวานยิ่งทำให้อึดอัดจนเหงื่อโทรมกาย
“เหลือกลางวันอีกฉากเดียว ที่เหลือเป็นตอนกลางคืนอดทนหน่อยนะคะพี่เมย์”
ผู้ช่วยคนสนิทรีบเข้ามากางร่มคันใหญ่ให้ ปลอบใจพลางจ่อพัดลมเล็กเข้ามาให้ใกล้ใบหน้า
หญิงสาวหยิบพัดลมมาถือไว้เองขณะเดินโผเผเข้ามาในเต็นท์ชั่วคราวเพื่อนั่งพักด้วยความเหนื่อยล้า แม้อยากถอดผ้าที่โพกเอาไว้ออกแต่ก็เกรงใจคนที่ใส่ให้ ทั้งยังไม่อยากให้เสียเวลาในฉากต่อไปเพราะตนเอง
“ยังดีฉากที่เหลือไม่ต้องขึ้นสลิงอีกแล้ว เป็นซีนต่อสู้ที่โคลสอัปหน้าเท่านั้น”
“เฮ้อ เราก็นึกว่าจะถ่ายในสตู ใช้กรีนสกรีนทำซีจีอย่างเดียว ใครจะไปคิดว่าโฆษณาครีมจะมีฉากจริงจังอย่างนี้”
ดาราสาวถอนหายใจยาว หากก็ไม่ได้บ่นจริงจังนัก ขณะเดียวกันผู้ช่วยก็ยื่นโทรศัพท์เครื่องบางให้อย่างรู้ใจ เธอเปิดดูแล้วเห็นข้อความจากน้องสาวหลายข้อความก็เปิดอ่าน
‘ครั้งนี้ขอยืมห้าแสนนะเจ้’
‘เค้าไม่ไหวจริงๆ อะ ไม่ได้กำไรเลย จะยืมพ่อกับม๊าก็ได้โดนบ่นหูชา’
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ปากอิ่มเม้มอย่างไม่อาจพูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกมาได้ เธอระบายปัญหาภายในบ้านกับใครไม่ได้เลย ไม่แปลกที่น้องสาวจะโดนบ่นหากขอเงินบิดามารดา ในเมื่อมารดาของเธอก็ใช้เงินมือเติบไปกับการช็อปปิ้งกับวงไพ่คุณหญิงคุณนายเช่นกัน ส่วนบิดานั้นมีสังคมในแบบผู้ชายหลังวัยเกษียณ ทั้งกอล์ฟและพระเครื่อง เวลานี้เรียกว่าตนเป็นคนเดียวในบ้านที่หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เลี้ยงคนทั้งบ้าน รวมถึงบรรดาคนงานในบ้านหลังใหญ่ด้วย
แม้จะเป็นลูกหลานคนจีนทางสายมารดา แต่ไม่ได้อยู่ในระบบกงสี ด้วยมารดาของเธอเลือกที่จะแต่งออกมาอยู่กับบิดาที่เป็นเพียงข้าราชการครู ไม่ได้ร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองหรือชาติตระกูล ไม่เป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวมารดา กระนั้นก็ยังได้เงินขวัญถุงมาซื้อบ้านหลังใหญ่โตเพื่อเป็นหลักเป็นฐานของครอบครัว
‘ฉันเป็นอะไรไปสักคน จะอยู่กันยังไง’
เมษาดารานางแบบสาวไทยผู้กำลังเป็นที่นิยมในประเทศจีนด้วยละครที่เธอรับบทนางเอกนั้นได้รับความสนใจอย่างมาก จึงได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงผิวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน โดยโฆษณาจะเผยแพร่ทั้งในไทยและจีนรวมถึงทั่วเอเชียด้วย
แม้จะเหนื่อยใจทว่าเธอก็ตอบตกลงน้องสาวไป
“หน้าเซตพร้อมแล้วค่ะคุณเมย์”
ทีมงานเป็นชาวจีน เพราะเป็นโปรดักชันของทางนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เมษาเข้าใจที่ทีมงานพูด เธอเรียนรู้ภาษาจีนจากมารดาตั้งแต่ยังเด็ก และเรียนจริงจังตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเอกภาษาจีน เพราะเธอเข้าวงการตั้งแต่สมัยมัธยมจึงเลือกเรียนสิ่งที่ตนเองถนัดเอาไว้ก่อนเพื่อทุ่มเทกับงานเป็นหลัก
ร่างอรชรลุกขึ้นไปถ่ายงานอย่างไม่อิดออด เธอเต็มที่แม้ท่าทางจะค่อนข้างยากแต่ก็มีคนสอน ส่วนท่าการต่อสู้ที่อันตรายจะใช้นักแสดงแทนและถ่ายในมุมไกล
การถ่ายทำดำเนินไปหลายมุมอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งท้องฟ้าที่แสงแดดแรงกล้าเริ่มมืดมนดูขมุกขมัวมาจากมุมไกล ทีมงานหลายคนสีหน้าไม่ค่อยดี แล้วผู้กำกับก็สั่งพักกองพร้อมทั้งเร่งรีบเก็บของ
“เร็วเข้า เดี๋ยวไม่ทัน”
เมษาที่ทีมงานเข้ามาบอกให้รีบไปขึ้นรถมีผู้ช่วยประคอง แต่กำลังจะขึ้นรถเธอก็นึกขึ้นมาได้
“มือถือเมย์ล่ะ เก็บมือถือมาหรือยัง”
เธอจำได้ว่าตอบน้องสาวแล้ววางไว้บนโต๊ะ ไม่ได้ส่งให้ผู้ช่วยสาว เมื่อมีคนมาเรียกก็ลุกออกมาเลย ส่วนคนของตนก็ตามมากางร่มให้ เจ้าตัวชะงักแล้วล้วงหาในกระเป๋าที่สะพายติดตัวอยู่ก่อนจะส่ายหน้า
เมษามองไปยังท้องฟ้าที่ราวกับเต็มไปด้วยฝุ่นและเหมือนกำลังเคลื่อนมาทางนี้ด้วยความเร็ว ก่อนจะมองไปยังเต็นท์ที่อยู่ค่อนข้างไกลแล้วก็กัดฟัน
“รอเมย์ก่อนนะ”
“เดี๋ยวพี่เมย์”
ร่างอรชรวิ่งพรวดกลับไปขณะที่ผู้ช่วยสาวคว้าไม่ทัน แล้วก็ได้ยินเสียงคนขับรถที่สตาร์ตรถรอเตรียมพร้อมตะโกนเป็นภาษาจีน ซึ่งเธอพอจะฟังออกเล็กน้อย จึงพูดในสิ่งที่ตนเคยได้ยินดาราสาวพูด
“รอหน่อยนะคะ”
แล้วหันไปมองเมษาด้วยความกังวล ทว่าคนขับรถยังโวยวายก่อนจะลงรถอ้อมมาดันเธอขึ้นรถ
“เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่เมย์ยังไม่มา รอพี่เมย์ก่อน”
“ไม่ทันแล้ว ต้องไปแล้ว”
เธอเหมือนจะพูดกับอีกฝ่ายไม่เข้าใจ และสิ่งที่มองเห็นไกลๆ นั้นก็น่ากลัวมาก มีรถหลายคนเริ่มเคลื่อนออกไปแล้ว ขณะที่เครื่องมือใหญ่บางอย่างที่ไม่อาจเก็บได้ถูกปล่อยไว้ รวมถึงเต็นท์ด้วย
“พี่เมย์!”
เจ้าตัวตะโกนเรียกดาราสาวสุดเสียงขณะประตูเปิดโครมใส่หน้า
ทางด้านเมษานั้นวิ่งสุดฝีเท้า ความมืดฟ้ามัวดินที่อยู่ไกลๆ ก่อนหน้านี้ดูจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมามองว่ารถอยู่ไกลแค่ไหน คิ้วเรียวขมวดเมื่อเห็นประตูปิดแต่ก็เร่งไปให้ถึงเต็นท์โดยเร็ว พร้อมกับเริ่มรู้สึกได้ถึงลมที่พัดโชยแรงขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวใจหายวาบ ทว่าเพราะเป้าหมายอยู่ไม่ไกลนักจึงยังวิ่งต่อ ขณะเดียวกันก็หันมองรอบตัวเห็นว่าแทบไม่มีใครอยู่ในจุดนี้แล้ว
‘อีกนิดเดียว ทันน่า ต้องทัน’
เธอบอกตัวเอง เต็นท์อยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าว หากก็ปลิวสะบัดพะเยิบพะยาบอย่างน่ากลัวไม่น้อย และฝุ่นทรายก็ปลิวคละคลุ้งมากขึ้นยิ่งขึ้น หญิงสาวโผกระโจนเข้าไปในเต็นท์ที่โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด ไล่สายตามองหาโทรศัพท์เครื่องบางของตน เวลาเดียวกับที่ทุกอย่างมืดมิดในชั่วอึดใจต่อมา เธอหันมองออกไปด้านนอกก็แทบไม่เห็นสิ่งใดและรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังลอยขึ้น แม้แต่ตัวเธอเองยังแทบยืนไม่อยู่ ที่สำคัญแทบไม่ได้ลืมตา เมษาพยายามหมอบลงด้วยความหวาดกลัวจับใจ
‘ฉันจะมาตายในทะเลลายที่จีนเหรอเนี่ย ไม่น่างกเสียดายมือถือเลย ให้ตายสิ’
ในช่วงเวลาที่ต้องหรี่ตาลงด้วยรอบกายมีเพียงลมหวีดหวิวเต็มในหูจนอื้อ และทรายปะทะกายแรงราวกับบาดผิวได้ เมษาก็มองเห็นแสงหนึ่งวาบขึ้นในความมืด มันมาจากหน้าจอมืดถือของเธอที่อยู่ๆ ก็ลอยมาตรงหน้า แต่ตอนนี้หญิงสาวทำได้เพียงหลับตาลงซุกหน้าขดตัวเอาไว้ เพราะรู้สึกเหมือนทรายเข้ามาเต็มปากและจมูกของเธอ
‘คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วย’
หญิงภาวนาขณะรับรู้ได้ว่าเต็นท์พังและทุกอย่างถูกหอบสูงด้วยแรงลม ส่วนเธอเหมือนจะอัดอึดจนหายใจไม่ออก แม้จะมีผ้าโพกศีรษะปิดปากกับจมูกอยู่แต่แรงตีของลมที่เต็มไปด้วยทรายทำให้เธอเหมือนมีบางอย่างยัดเข้ามาจนเต็มปอด ร่างกายราวถูกบีบอัดอย่างรุนแรง
ขณะร้องขอคุณพระคุณเจ้าเมษาก็สวดมนต์ในใจไปด้วย กระนั้นก็ทำใจส่วนหนึ่งว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว
หากจากไปก็ขอให้วิญญาณได้กลับบ้านที่ประเทศไทยด้วยเถิด
ทว่าอึดใจต่อมาหญิงสาวกลับรู้สึกเหมือนมีเสียงดังเอะอะโดยรอบพร้อมกับเสียงบางอย่างกระทบกันไม่หยุด แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกลืมตาโพลงเพราะมีบางอย่างล้มมาใส่เธอ
“อ๊ะ...”
“ย้าก!”
เพราะเสียงตะโกนดังโพล่งขึ้นใกล้ๆ ในเวลาเดียวกันเธอจึงชะงักเสียงตัวเอง แต่ที่ทำให้อึ้งตะลึงงันคือภายในเต็นท์ที่แปลกตาไปพร้อมกับความมืดทั้งยังเสียงโหวกเหวกและเงาตะคุ่มด้านนอก
โจรปล้นกองถ่ายอย่างนั้นหรือ?
======