bc

บังเอิญรัก...ก็แค่นั้น

book_age18+
578
FOLLOW
4.3K
READ
HE
teacherxstudent
boss
sweet
bxg
campus
office/work place
secrets
like
intro-logo
Blurb

เมื่อ 'บัว' ต้องมาเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนที่ 'ปีย์' เรียนอยู่ หนุ่มสาวต่างวัยต้องมาเจอกัน เขาต้องซวยซ้ำซ้อนเพราะเธอ...ส่วนเธอก็ได้เขาคอยปกป้อง...ทว่าเหตุใดสาวเฉิ่มอย่างบัวถึงได้ดึงดูดปีย์เข้าเต็มเปา...

chap-preview
Free preview
EP.1
1 เท้ายาวก้าวสับเร็ว หญิงสาวผมยาวดัดลอนในชุดนักศึกษากำลังวิ่งหน้าตั้งเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง สถานที่ซึ่งเธอจะต้องมาฝึกงาน และวันนี้เป็นแรกของการฝึกงาน แน่นอนเธอกำลังสาย อันที่จริงเธอควรจะมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อเตรียมตัวกับอะไรหลายๆ ก่อนจะเริ่มการเป็นอาจารย์ฝึกสอนในโรงเรียนแห่งนี้ แต่เพราะฝนตกหนักในตอนเช้าเลยทำให้เธอออกจากบ้านไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีร่ม ไม่ใช่เพราะฝนที่ตกหนักจนหลังคนบ้านปลิว แต่เพราะเธอเป็นโรคกลัวฝน… และตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะเก้าโมง “อาจารย์! หนูมาแล้วค่ะ!!!” หญิงสาววิ่งเข้ามาในห้องพักอาจารย์ที่ซึ่งมี… ใบหน้ากลมหันขวับซ้ายขวาแต่เธอไม่เห็นใคร… ไม่มีใครอยู่ในห้อง… เธอมาสายไปเกือบสองชั่วโมง แล้วใครเขาจะมานั่งรอ เธอคิด คิด และคิดว่าจะเอายังไง เธอต้องประจำห้องไหน… แต่เธอก็คิดไม่ออก ปัญหาคือเธอยังไม่รู้อะไรเลย โรงเรียนนี้คือโรงเรียนที่เธอเรียนจบไปเมื่อสามปีก่อน และที่เธอได้เข้ามาฝึกสอน ก็เพราะเธอมาขอร้องอาจารย์ประจำชั้นอยู่หลายครั้ง เพราะหากเอาความรู้ความสามารถมาใช้ เธอคงไม่ได้มาฝึกสอนในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้เป็นแน่ “บัว!” เสียงหนึ่งดังขึ้น บุษบันได้ยินชื่อตัวเอง จึงรีบหันไปมองหาต้นเสียง เธอจึงได้เห็นอาจารย์สมปองที่กำลังเดินถือไม้เรียวตรงมาพร้อมใบหน้าโมโหสุดขีด “หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้ว อย่าตีหนูเลย” หญิงสาวหน้ากลม ตาชั้นเดียว ผิวขาวเนียน ผมหยิกลอนสีน้ำตาลแดงย่อตัวยกมือไหว้อาจารย์แล้วหลับตาปี๋ “ทำบ้าอะไรของเธอ ลืมตา!” อาจารย์สมปองตะโกน “ทำไมมาเอาป่านนี้ ไม่รู้หรือไงว่าเป็นครูต้องตรงต่อเวลา หรือต่อให้ทำงานอะไรก็ต้องตรงเวลา นี่โตแล้วนะบัว ตอนเรียนสายยังไง ตอนนี้จะสายแบบนั้นไม่ได้” อาจารย์วัยสี่สิบห้าร่ายยาวตามสเต็ป “หนูขอโทษค่ะ” บุษบันก้มหน้ารับกรรม “คำขอโทษไม่ช่วยอะไร อย่าให้ครูเห็นว่าเธอมาสายอีกเพียงครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นเธอไม่ผ่านการฝึกงานแน่ ต่อให้เคยเป็นลูกศิษย์ ก็ไม่เว้น!” อาจารย์ผู้เข้มงวดจ้องหน้าเธอตาเขม็ง “ค่ะ อาจารย์” “ตามฉันมานี่” ว่าแล้วอาจารย์สมปองก็เดินนำหน้าบุษบันออกไป เธอก้มหน้าก้มตาเดินตามอาจารย์จนมาถึงหน้าห้อง มัธยม 6/1 ซึ่งมันคือห้องเด็กหัวกะทิ… ใช่ไหม แล้วเธอมาทำอะไรที่ห้องเด็กหัวกะทิกัน? “อ่ะๆ นั่งที่ๆ” อาจารย์สมปองเดินเข้าไปหยุดที่หน้าห้อง แล้วใช้ไม้เรียวตีกระดานไวท์บอร์ด เพื่อบอกให้เด็กนักเรียนในห้องที่กำลังเล่น คุย กินขนมกันอยู่ให้นั่งที่ “เข้ามาสิ!” เขาหันมาเรียกบุษบันที่ยืนหลบอยู่หลังประตูให้เข้าไป ให้ตายเถอะโรบิน! อย่าบอกนะว่าเธอต้องมาประจำชั้นเด็กวัยรุ่นหัวกะทิ พระเจ้าช่วย… ใยความตายมาเยือนเธอเร็วเพียงนี้ เธอเพิ่งจะแค่ยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้นเอง… บุษบันคิดด้วยความห่อเหี่ยวในใจ “ฟังๆ อาจารย์พลอยสวยลาคลอด อาจารย์เลยต้องมาคุมห้องพวกเธอแทน” อาจารย์สมปองพูดขึ้น “โห่!!!” เสียงเด็กหญิงชายร้องโห่ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าอาจารย์สมปองจอมเฮี๊ยบต้องมาคุมห้องพวกเขา “เงียบ!” อาจารย์จอมโหดตะโกนลั่น ก่อนที่เด็กๆ จะเงียบลงในทันที “อาจารย์ก็ร้องโห่ในใจเหมือนพวกเธอนั่นแหละ! แต่ไม่ต้องโวยวายเพราะอาจารย์ต้องสอนหลายห้องเลยให้อาจารย์ฝึกสอนมาคอยคุมพวกเธอแทน อาจารย์จะนั่งหลังห้อง ใครที่ไม่สนใจเรียน เอาแต่เล่น แชทในชั่วโมง โดนแน่!” เขาขู่เสียงแข็งก่อนที่จะหันมาใช้ไม้เรียวเขี่ยแขนของบุษบัน… ใช้ไม้เขี่ยแขนกันเนี่ยนะ? บุษบันได้แต่เบะปากบ่นในใจกับสิ่งที่เพิ่งเจอ “แนะนำตัวเองกับนักเรียนสิ” ครูฝึกงานสาวรับคำอาจารย์ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นไปหน้าห้องหนึ่งก้าวแล้วสูดหายใจเข้าปอด โอย… ตื้นเต้นฉิบ! “สะ… สวัสดีค่ะทุกคน ครูชื่อบุษบันนะคะ เรียกว่าครูบัวก็ได้” บุษบันกวาดสายตาพร้อมส่งรอยยิ้มเป็นมิตรไปให้นักเรียนทั่วห้อง และแน่นอนว่าเธอได้รอยยิ้มสดใสกลับมา โอ… ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ทุกคนดูเป็นมิตรกับเธอเหมือนกัน แต่เอ๊ะ! พลันสายตาของบุษบันไปสะดุดเข้ากลับนักเรียนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างหลังห้อง เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ยิ้มให้เธอ ไม่สิ! เขาไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ “ครูบัว น่ารักจังครับ” แล้วบุษบันก็ต้องละสายตาจากเด็กหนุ่มหลังห้องกลับมามองเจ้าของคำชม “ขอบคุณจ้ะ” เธอยิ้มหวานกลับให้เด็กหนุ่มใส่แว่น “ผมล้อเล่น” สิ้นเสียงเด็กเวร… เอ๊ย! เด็กแว่น “ฮาๆ ๆ ๆ” เพื่อนในห้องก็พากันหัวเราะกันอย่างชอบใจ บุษบันแทบหุบยิ้มไม่ทัน ถ้านี่เป็นการทักทายต้อนรับเธอคงทำได้เพียงขอบคุณจริงๆ “อะๆ จะหมดชั่วโมงโฮมรูมแล้ว อาจารย์ไปนะ เพื่อนผู้หญิงก็คอยแนะนำครูบัวเขาด้วย… เข้าใจไหม” “เข้าใจค่ะ” เด็กผู้หญิงพร้อมใจกันตอบ ก่อนที่อาจารย์สมปองจะเดินออกจากห้องไป “ครูบัวระวังนะครับ โต๊ะครูประจำชั้นหลังห้องเรา ลาคลอดกันมาสามคนแล้ว ฮ่าๆ” “ฮาๆ … มึงเล่นครูตั้งแต่วันแรกเลยนะเป็ด” เสียงเฮฮานำพาบุษบันให้เดินหน้าเจื่อนมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งลาคลอดครั้งต่อไป… ไม่ใช่สิ! ตำแหน่งอาจารย์ประจำชั้นต่างหาก คำถามเดียวที่เกิดขึ้นในหัวคือ… เธอจะอยู่รอดครบสามเดือนหรือเปล่า? ระหว่างรออาจารย์ประจำวิชาเคมีที่จะต้องเข้าสอนเป็นวิชาแรก บุษบันนั่งเท้าคางมองเด็กวัยแรกแย้มนั่งคุยเล่นกัน บ้างก็อ่านการ์ตูน บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่น ไม่เห็นมีใครหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาอ่านสักคน นี่มันห้องเด็กหัวกะทิจริงหรือเปล่า หากมีเวลาเธออยากจะทำความรู้จักพวกเขาสักหน่อย ในตอนที่บุษบันกำลังมองนักเรียนเพลินๆ ร่างสูงก็เดินผ่านเธอออกประตูหลังห้องไปอย่างเงียบๆ บุษบันมองตามก่อนจะลุกวิ่งตามออกไป “นักเรียน!” เธอตะโกนเรียกนักเรียนคนนั้นและถ้าจำไม่ผิดเขาคือเด็กหลังห้องข้างหน้าต่าง “หืม” เขาหันมาเลิกคิ้วใส่เธอ “จะไปไหน” เธอถามก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ พอได้เห็นหน้าชัดๆ แล้วเธอก็อยากจะร้อง… โอ คุณพระช่วย นี่มันนายแบบเกาหลีหรือไง สูงราวๆ ร้อยแปดสิบเห็นจะได้ ขาว เนียนไปทั้งหน้า ตาชั้นเดียวนั้นทั้งกลมโตและคมเข้ม ปากไม่หนาไม่บางได้รูป อือ… โตไปเป็นพระเอกเถอะพ่อ! “ครูว่าไงนะ” เด็กหนุ่มยื่นหน้ามาถามบุษบันใกล้ๆ กลิ่นมินต์จากลูกอมในปากของเขาลอยเข้าจมูกเธอเต็มๆ “ขอกินลูกอมบ้างสิ” เธอขอเด็กหนุ่มด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม ร่างสูงที่หากบุสบันคิดจะอ่านชื่อที่ปักอยู่ตรงอกของเสื้อนักเรียนสักนิดก็คงจะได้รู้ว่าเขาชื่อ ปีย์ อัครโชติชัย ที่ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมาใช้นามสกุลพ่อได้ไม่กี่วัน “ฮะ!?” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วถาม นึกตลกคนหน้าคล้ายซาลาเปาตรงหน้า ว่าแต่เมื่อสักครู่บุษบันถามเขาว่ายังนะ พอนึกได้เธอก็หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย บางครั้งเธอก็เบื่อความคิดอันสว่างแจ้งของตัวเองเหลือเกิน “ครูถามว่านักเรียนจะไปไหน” เธอหลับตาไว้อาลัยให้กับตัวเองครึ่งวินาที “ไปเข้าห้องน้ำ… ไม่ได้เหรอ” เขาถามกลับ ไร้หางเสียงใดๆ ทั้งสิ้น “ไปได้ แต่ทีหลังต้องขออนุญาตครูก่อน” เธอตอบ ปีย์ไม่ว่าอะไร เขาจ้องหน้าบุษบันนิ่งก่อนจะหันหลังเดินออกไปเงียบๆ ทิ้งไว้เพียงคำถามในใจให้บุษบัน เฮ้อ! นี่มันอะไรกัน? หลังจากช่วงพักกลางวัน บุษบันคิดว่านี่คงเป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักเด็กนักเรียน เธอเลยให้นักเรียนแนะนำตัว โดยเริ่มจากแถวแรกไล่ไปเรื่อยๆ และสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการแนะนำตัวในครั้งนี้คือ ชื่อเด็กแต่ละคนจำยากเหลือเกิน เจ้าเด็กแว่นที่แซ็วเธอเมื่อเช้าชื่อโยคุงหรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่าเป็ด เพื่อนของเขาที่นั่งข้างๆ ชื่อยีราฟ เด็กผู้หญิงที่ถือตลับแป้งอยู่ในมือตลอดเวลาชื่อนีน่า เธอก็จำได้คร่าวๆ เท่านั้น พลันคิดว่าหากลองเธอเกิดช้ากว่านี้สักสามปีแล้วบอกว่าตัวเองชื่อบัวหรือบุษบัน ที่แสนจะธรรมดาออกไปทางเชยมาก คงอายน่าดู และแล้วการแนะนำตัวก็เดินทางมาถึงนักเรียนคนสุดท้าย เขาคือเด็กหนุ่มปากกลิ่นมินต์นั่นเอง “เหลือคนสุดท้ายแล้ว แนะนำตัวให้ครูรู้จักสักหน่อย” บุษบันแสร้งทำเสียงร่าเริง ทั้งๆ ที่คอแห้งผาก “ชื่อปีย์” เขาบอกก่อนจะหันมองออกหน้าต่าง ปีย์ไม่ชอบที่จะต้องพูดอะไรมากมายต่อหน้าคนอื่น เขารำคาญที่จะต้องเสียเวลาไปกับอะไรไร้สาระ วันทั้งวันที่ต้องนั่งเรียนก็น่าเบื่อจะแย่ ยังจะให้มาแนะนำตัวอะไรอีก… “ปีย์ แปลว่าอะไรเหรอ” บุษบันที่ไม่ได้รู้อะไรสักนิดถามออกไปก่อนที่เขาจะหันมามองค้อนใส่เธอ นี่คงไม่ได้มีความหลังอะไรกับชื่อหรอกใช่ไหม คือค้อนฉันทำไมย่ะ! คนคิดไวแต่เรื่องไร้สาระคิดขึ้นในใจ “ผมไม่รู้” เขาตอบเสียงเขียว เมื่อได้คำตอบสั้นๆ จากคนหลังห้อง บุษบันก็เบะปากเล็กน้อยก่อนจะคิดว่าเด็กนั่นกำลังเล่นหนังเกาหลีอยู่หรือไง หรือกำลังรอหิมะตกอยู่หรือเปล่า เธออยากจะบอกเขาเหลือว่าที่นี่ประเทศไทย! “ครูอย่าไปคุยกับเขาเลย เขาเป็นพวกหยิ่งน่ะค่ะ” เด็กสาวผมม้าที่น่าจะชื่อ… ชื่อ… อืม ช่างมันเถอะ เธอเอามือป้องปากกระซิบบอกบุษบัน “ทำไมล่ะ เขาหยิ่งยังไง” เธอทำมือป้องปากถามเด็กผมม้ากลับ “เขามีเรื่องต้องทำมากมายในชีวิต เคยมีคนเล่าว่าอิงฟ้าเด็กห้องสามมาบอกชอบ เขายังปฏิเสธเลย อิงฟ้าเป็นดาวโรงเรียนเลยนะ เขาบอกว่าไม่ว่างชอบใคร!” บุษยันยิ้มดีใจที่ได้รู้ว่ายายเด็กผมม้าด้านหน้าช่างเมาท์เหมือนกับเธอ “จริงเหรอ ว่าแต่หนูชื่ออะไรนะ” บุษบันยิ้มเจื่อนๆ “ไหนว่าครูจำชื่อเด็กได้ทุกคนไงคะ” เด็กสาวผมม้าขมวดคิ้วถามทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ “ก็แหม… นักเรียนตั้งเยอะแค่วันเดียวครูจะจำยังไงหมด บอกมาเถอะน่า” “ชื่อเพียงขวัญค่ะ” ไม่แปลกหรอกที่เธอจะจำไม่ได้ มีใครในห้องชื่อพยางค์เดียวบ้างไหมนอกจากปีย์ “เอาล่ะๆ พอหอมปากหอมคอนะ เดี๋ยวคาบเรียนต่อไปจะเริ่มแล้ว ตั้งใจเรียนกันนะเด็กๆ” “หอมปากหอมคอ… หอมครูได้ไหมครับ” เจ้าแว่นโยคุงมันเริ่มแซ็วบุษบันอีกแล้ว หึ่ม! อย่าให้เจอข้างนอกนะ แม่จะตบให้แว่นล่วงเลย… ความคิดชั่วร้ายแล่นขึ้นในหัวของเธอ “หอมได้สิ อยากลองหอมดูไหม” บุษบันแกล้งทำหรี่ตามองเจ้าเด็กแว่น “ไม่เอาครับ หอมครู ผมหอมซาลาเปาดีกว่า เหมือนกันไม่มีผิด ฮาๆ” ว่าแล้วเจ้าเด็กแว่นก็อ้าปากหัวเราะ “ฮาๆ ๆ ๆ ๆ” ไม่เว้นแต่เพื่อนๆ ในห้อง “นี่ครูนะ! มาว่าครูว่าเหมือนซาลาเปาได้ไง เดี๋ยวเถอะ” หน้าเธอเหมือนซาลาเปาตรงไหนกัน ทีเขาหน้าเหมือนจิ้งจกเธอยังไม่พูดเลย เจ้าเด็กบ้า! นึกแล้วบุษบันก็โมโหขึ้นมา ในตอนที่ลมกำลังออกหู สายตาของบุษบันก็เหลือบไปเห็นปีย์ ที่กำลังมองมาที่เธอแล้วหัวเราะ เธอแปลกใจที่คนหน้านิ่งหลังห้องก็หัวเราะเป็นกับเขาด้วย สามชั่วโมงบางครั้งก็เหมือนสามเดือน ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียน ถึงคราวที่บุษบันจะได้กลับบ้านไปนอนเสียที หลังจากที่ออกไปหน้าชั้นเรียนเพื่อส่งเด็กออกจากห้อง เธอก็เดินกลับมาเก็บของที่โต๊ะ “อ่ะ” อยู่ๆ มือหนึ่งยื่นลูกอมรสมินต์มาให้เธอ บุษบันรับมันมาแบบงงๆ ก่อนจะเงยหน้าก็เห็นว่าเป็นเจ้าปีย์ “ให้ครูทำไม” เธอถามก่อนจะมองตาคู่ใสของเด็กหนุ่มตรงหน้า โอ… ช่างเป็นดวงตาของเจ้าเสน่ห์ “ก็ขอไม่ใช่เหรอ” เขาทำหน้านิ่ง สงสัยจะคิดมาจากบ้านแล้วว่าทำแบบนี้ถึงจะดูหล่อ ฮาๆ ตลกชะมัด อีกครั้งที่บุษบันคิดในใจแล้วหัวเราะออกมา จนร่างสูงขมวดคิ้วมองว่าเธอเป็นอะไร ยายป้านี่ท่าจะไม่เต็ม… เขาคิด “ขอตอนไหน” บุษบันถามกลับ “ก็ตอนที่ทำหน้าเคลิ้มใส่ผมเมื่อเช้าไง อย่างกับคนโรคจิต” ‘หน้าเคลิ้ม… โรคจิต’ นี่มันคำที่จะมาใช้กับครูหรือยังไง แล้วไหนเพียงขวัญบอกว่าเขาไม่พูดไง ก็ดูกวนบาทาอย่างเป็นปกตินี่ “ว่าครูแบบนั้นไม่ได้นะ!” เธอถลึงตาใส่เขา “ไม่ได้ว่า แค่บอกว่าอย่างกับคนโรคจิต” ปีย์ขยับปากพูดออกมาเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำก่อนจะเดินออกไปจากห้อง และไม่มีการยกมือไหว้ใดๆ ทั้งนั้น ทั้งๆ ความจริงบุษบันนั้นเป็นทั้งครู แล้วก็รุ่นพี่ของเขา พอลงชื่อกลับบ้านเสร็จ บุษบันก็รีบก้าวเท้าเดินด้วยความเร็ว เพราะเห็นว่าฟ้ามืดครึ้มมาแต่ไกล เกิดฝนตกลงมานี่เธอต้องตายแน่ๆ เธอจะร้องไห้ไม่หยุดทุกครั้งที่ฝนตก มันรู้สึกกระวนกระวาย อึดอัด ในเวลาเดียวกันก็เศร้ามากๆ เศร้าเหมือนมีใครตาย… ความจริงก็พ่อเธอเอง และต่อหน้าต่อตาของเธอเลยที่ได้เห็นว่าพ่อล้มลงไปกับพื้นในตอนที่ฟ้าผ่าลงกลางสายฝน จะพูดง่ายๆ ก็คือตอนบุษบันสิบขวบ พ่อของเธอโดนฟ้าผ่าตาย หลังจากนั้นเธอก็อยู่กับแม่มาเพียงสองคนจนถึงเมื่อปีก่อนที่แม่ของเธอแต่งงานอีกครั้ง แล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เลยมีแค่เธอคนเดียวที่ยังอยู่บ้านของพ่อ… หากคิดว่าเธอกำลังเศร้า ขอให้เปลี่ยน เพราะเธอไม่ได้เศร้าเลยสักนิด จริงๆ บุษบันรู้สึกไม่ชอบกระโปรงที่เธอใส่อยู่ตอนนี้เลย ตะขอมันจะหลุดอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งเวลาที่ต้องรีบเดินหรือวิ่งมันก็จะหลุดออกมาอีก แล้วซิบก็จะค่อยๆ ไหลลง บอกเลยว่ามันไม่มีความปลอดภัยสักนิดเดียว ในระหว่างนั้นเอง ตอนที่ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เสียงรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่คันหนึ่งก็วิ่งไล่หลังบุษบันเข้ามา ขณะที่มันกำลังจะเคลื่อนผ่านตัวเธอไป… ‘แคว่ก!!!’ ‘เอี๊ยด!!!’ เท่าที่บุษบันเรียบเรียงได้คือเสียงฉีกขาดดังขึ้นก่อน ตามด้วยเสียงเบรก ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกโต พร้อมกับลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้าในส่วนล่าง พระเจ้า!!! เมื่อเธอก้มลงมองส่วนที่เย็นวาบ บุษบันได้เห็นว่ากระโปรงของเธอหายไปแล้วเหลือเพียงกางเกงในลายแมวน้ำสีขาว แม่เจ้า! แล้วเธอก็นึกอยากตายขึ้นมา เธอไม่คิดจะเงยหน้ามองใครทั้งนั้น ตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าที่ที่เธออยู่มีใครไหม เธอทำได้เพียงเอามือกุมลูกสาวของตัวเองแล้วนั่งลงกับพื้นเท่านั้น ใครก็ได้มอบความตายให้เธอตอนนี้เลย ได้โปรด “ทำบ้าอะไรป้า!” เสียงหนึ่งดังขึ้นตรงหน้าบุษบันก่อนที่เธอจะเบะปากเงยขึ้นมองต้นเสียง ร่างสูงในชุดนักเรียนสวมหมวกกันน็อกเอาไว้ ไม่ทันที่เธอจะโกรธที่เขาเรียกฉันว่าป้า แต่คนตรงหน้าคือคนที่ทำกระโปรงเธอขาด! “ใครป้า!!! นายทำกระโปรงฉันขาด!!!” บุษบันตะโกนพลางทำหน้าอยากจะร้องไห้ “ผมไม่ได้ทำ แค่ขับมอเตอร์ไซค์ผ่าน แล้วเห็นป้าเดินอยู่ก่อนที่กระโปรงมันจะขาดร่วงลงกับพื้น!” เขาเถียงอยู่ภายในหมวกกันน็อก “ฮือๆ ช่วยฉันด้วย นักเรียนช่วยครูด้วย” เธอขอร้อง ‘ครืนๆ’ อยู่ๆ เสียงฟ้าก่อนฝนก็ร้องขึ้น ไม่ได้การแล้ว เธอจะอยู่กลางแจ้งไม่ได้ “เร็วๆ ช่วยฉันด้วย ก่อนที่ฝนจะตก” “จะให้ช่วยยังไง ซวยเป็นบ้าเลย!” เขาหันรีหันขวาง “ในกระเป๋านักเรียนนายมีเสื้อผ้าหรือกางเกงอะไรไหม” เธอถามอย่างลุกลี้ลุกลน “จะไปมีได้ยังไงเล่า” เขาตอบอย่างหัวเสีย “งั้น… งั้นก็เอากางเกงนายมา ใส่บ็อกเซอร์ไหม” “ไม่ได้ใส่ แล้วก็ไม่ให้กางเกงด้วย ตรงนี้ไม่มีใครเลยหรือไงวะ!” เขามองซ้ายขวาอีกครั้ง บุษบันเองก็มองตามแต่มันก็ไม่มีใครเลยจริงๆ “ลุกขึ้นมา” เขาสั่งเธอ ช่างเป็นเด็กนักเรียนที่กล้ามากทีเดียว “จะบ้าเหรอ ลุกตอนนี้นายก็เห็นของฉันสิ!” เธอถลึงตาโตใส่เขา พลันคิดว่าเขาต้องการดูกางเกงในของตัวเอง “แล้วจะนั่งอยู่ตรงนี้หรือไง! โง่ฉิบ!” ร่างสูงด่าบุษบันที่แก่กว่าสามปีและเป็นอาจารย์ว่าโง่ ‘ครืนๆ’ เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ไหวแล้ว… เธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว บุษบันจำใจลุกขึ้นยืนตามที่เขาบอก เขามองหน้าเธอนิ่ง พร้อมคิ้วที่ขมวดจนชนกัน สายตาไม่ได้มองต่ำแม้แต่น้อยก่อนจะถอดเสื้อนักเรียนแล้วเอามาห่อส่วนล่างของเธอเอาไว้… บุษบันก็ได้กลิ่นมินต์อีกแล้ว... ปีย์… ชื่อเด็กหนุ่มหลังห้องผุดขึ้นในหัวของเธอ ‘แหมะ’ หยาดฝนตกลงมากระทบแก้มใสๆ ของบุษบันก่อนที่เธอจะปาดมันออกแล้วมองขึ้นฟ้า เห็นสายฝนที่กำลังพร้อมใจกันโปรยลงมาหาเธอ “ฝนตก!” เธอร้องเสียงหลง ก่อนจะเริ่มเดินวนไปรอบๆ ชายหนุ่มมองท่าทีของหญิงสาวด้วยความแปลกใจ “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย แต่หญิงสาวไม่ตอบ เธอเริ่มเบะปากออกมาเท้ายังคงก้าวเดินวน “หยุดเดินสักที พรุ่งนี้เอาเสื้อมาคืนผมด้วย” พูดจบปีย์ก็เดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ แล้วขับออกไป บุษบันมองตาม มือของเธอกำเสื้อนักเรียนที่ห่อท่อนล่างไว้แน่น เธอทำอะไรไม่ถูก จากขาที่เคยก้าวเดินก็เริ่มหยุดนิ่งไม่ขยับ แล้วน้ำตาก็ร่วงจากดวงตาทั้งสองข้างลงมากระทบแก้มใสๆ “ฮือๆ ฝนตกอีกแล้ว”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.2K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.2K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
49.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
3.2K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook