10.2
"หื้ม"
ฉันหันไปมองด้านหลังหันไปแบบสบัดผมยาวสลวยของตัวเองไปด้วย รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองน่าตบ จริตจกร้านน่าตบสุดๆ ก็ไม่แปลกที่ฉันจะมีแต่คนไม่ชอบ แต่ฉันก็ไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง
ฉันขยับปลายเท้าถอยหลังนิดหน่อยเมื่ออะตอมเข้ามาไกล้พร้อมกับมือที่รั้งประตูรถของฉันไว้
"จะไปไหนหรอ"
แบบนี้มันก็คล้ายๆว่าฉันจะโดนกักขังไว้ในอ้อมแขนเขาเลยนะ
"ไปกินข้าวกับเพื่อน"
ฉันพูดไปแบบที่คอยหลบสายตาเขาไปด้วย
"ขอติดรถไปด้วยดิ่"
"อ๋อ ดะ ได้สิ่"
"แต่ขอขับเองนะ"
"ได้ๆ"
ฉันขยับตัวแบบที่ก้มมุดผ่านแขนเขาออกมายืนนอกรถ เพื่อให้เขาเป็นฝ่ายเข้าไปนั่ง แล้วฉันก็เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง จนเราทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในรถคันใหม่ของฉัน รถของฉันที่อะตอมเป็นคนขับเขาขยับตัวปรับเบาะให้เข้ากับตัวเองนิดหน่อย ก่อนจะควงพวงมาลัยออกรถมา และฉันก็นั่งมาเงียบๆแบบที่สายตาก็คอยแอบมองเขา จนเขาสังเกตได้ ก็เลยเอ่ยปากถามแบบชวนคุย
"หายไปไหนมา?"
"ไปบ้านมา"
"สันกำแพงน่ะหรอ"
"เจ้า"
พอฉันตอบรับเป็นภาษากำเมือง เขาก็หันมายิ้มมุมปากและหันไปควงพวงมาลัยเข้าโค้งออกจากลานจอดรถ นิดนึงได้ไหม >//////<
กระทั่งเขามาส่งฉันที่ร้านอาหาร ที่นัดกับเพื่อนๆไว้ ฉันก็กำชับให้เขาตรงเวลา ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในของร้าน ซึ่งเป็นร้านประจำของฉันกับเพื่อน จิ้มจุ่มหม้อดินเผาเตาถ่านที่เสิร์ฟแบบอลาคาส มีดนตรีสดโฟร์คซองมาเล่น อาหารดนตรีกับเบียร์สดเย็นๆ มันพาให้จิตใจของฉันผ่อนคลายมากขึ้น และผ่อนคลายมากขึ้นอีก เมื่อได้อยู่กับเพื่อนที่สนิทรู้ใจ พอได้ระบายความรู้สึกออกไปแล้วมีพวกมันนั่งฟังแล้วก็คอยให้คำปรึกษา แม่งดีฉิบหาย ชีวิตนี้มีแค่นี้ก็ได้ แค่มีพวกมันไม่ต้องมีผัวก็ได้นะ แต่มายมายมายด์ขอมีผัวดีกว่า เพื่อนอ่ะของตาย5555
"พี่ตอมกูเลยซวยเลย"
แก้วใสพูดขึ้นหลังจากฟังเรื่องเล่าจากฉัน
"แล้วได้ไปขอโทษเขายัง"
แต่ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องที่ได้คุยกับอะตอมให้พวกมันฟัง แค่บอกว่าอะตอมอยู่คอนโดเดียวกับฉัน
"ยังเลย"
"ไห้พี่เอสกูคุยให้ไหม?"
"ไม่ๆมึง ไม่เป็นไรเว้ย เดี๋ยวกูคุยเอง"
ฉันรีบห้ามยัยแก้วไว้ เมื่อมันอาสาให้แฟนมันซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับอะตอมเคลียร์เรื่องนี้ให้
"มึงชอบพี่อะตอมหรอวะมาย"
ยัยนินิว นั่งเท้าคางมองหน้าฉันแล้วถามแบบนั้น ถามว่าชอบไหม ฉันก็ตอบไม่ได้อะ เรียกว่า สนใจดีกว่ามั้ง
"จะเลิกปุ๊ปแล้วได้ผู้ใหม่ปั๊บเลยหรอมาย มันก็จะตัวแม่เกินไปป่ะวะมึง"
"555555 ไม่นะมึง กูไม่ได้คิดอะไรอ่ะ แบบบางทีอะตอมเขาก็ ดูเป็นผู้ชายที่น่ารักดีนะ"
ฉันพูดไปแบบนั้นแล้วก็กำลังคิดถึงโมเม้นท์ที่เราคุยกันในรถ ตอนที่เขาบอกว่าโสด ไหนจะทำท่าจะทุบฉันแต่ก็ไม่ทุบเปลี่ยนมาเป็นลูบหัวฉันแทน มันแบบ เออ...มันทำให้คนๆนึงเพ้อไปอะไรก็ไม่รู้
"เอ้า อาการนี้"
เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนพูดแบบนั้น ฉันก็ได้สติและก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า 5555
"มึงเหมือนคนกำลังมีความรักอะมาย ไม่เหมือนคนอกหัก"
"กูเลิกกับกรณ์แล้วมีคนมาด่ากูเต็มเลยว่ะ ตั้งแต่แชร์คลิปtiktokไป"
"มึงแซะแฟนเก่าใช่ป่ะ"
"กูแค่อินกับเพลงเว้ย"
"มึงก็โต้ตอบบ้าง คนเขาลือกันว่ามึงเป็นฝ่ายนอกใจอะมาย ทั้งๆที่มันต่างหากที่แอบทำส้นตีนลับหลังมึงอ่ะ"
"โต้ตอบให้มันได้อะไรวะ ช่างแม่งเหอะ"
"มึงก็เป็นสะยังงี้"
ในสายตาคนอื่น ฉันอาจจะดูเป็นมั่นๆ แรงๆ แต่คนที่เป็นเพื่อนสนิทอย่างแก้วกับนิวมันรู้ดี ว่าฉันเป็นคนเรียบร้อยนุ่มนิ่มและยอมคนมาก
"อากาศเหมือนฝนจะตกเลยว่ะ กูต้องกลับแล้วตากผ้าไว้"
ยัยนินิวพูด
"กูด้วย สองทุ่มแล้วเดี๋ยวผัวด่า"
ยัยแก้วก็ด้วย ผัวมันก็พี่เอสเพื่อนอะตอมนั่นแหละ
"อือๆ มึงไปกันเลยก็ได้ หมดขวดนี้กูก็จะกลับเหมือนกัน"
พูดจบพวกมันก็ขยับมากอดฉันไว้มือลูบหลังเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะหายกันไปทีละคน ฉันนั่งท้าวคางกดดูเวลาที่มือถือแล้วยื่นมือไปหยิบขวดมารินเบียร์ใส่แก้ว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองที่เวที เพลงที่บรรเลงอยู่ตอนนี้ มันเป็นจังหวะที่เพราะมาก เมาทุกขวดเจ็บปวดทุกเพลง หึ ฉันแสยะยิ้มกับเนื้อเพลง แล้วจิบเบียร์เบาๆ ยืดแขนเอนตัวไปด้านหลัง แล้วเหยียดขายาวไปข้างหน้า เพราะมันเป็นลานเบียร์ที่ปูเสื่อนั่ง และฉันแต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อสายเดี่ยวแบบที่ลงรูปไป มันจึงทะมัดทะแมง ทำอะไรๆได้สะดวกโดยไม่ต้องมากังวลว่ามันจะโป๊ ฉันหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูและเข้าไปส่องไอจีของเขา
เขาเป็นผู้ชายที่แปลกมาก ไม่เล่นโซเชียลด้วย เปิดไอจีมาห้าปี ลงรูปแค่127 รูป น้อยมาก แต่ก็ไม่เถียงนะว่าหล่อมาก ไม่มียุคมืดบ้างเลยหรอ หมายถึงรูปที่ไม่หล่อหรือช่วงเวลาที่ดูไม่ได้ เป็นยุคมืดอ่ะ ไม่มีเลยสินะ รูปถอดเสื้อโชว์กล้ามก็ไม่มี ฉันก็ไม่ได้อยากดูหรอก ฉันกดฟอลและวางมือถือไว้บนโต๊ะ ก่อนสายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆร้านซึมซับบรรยากาศของร้านอาหารแบบเอ้าดอร์ ในขณะที่หัวสมองของฉันกำลังปรอดโปร่งอยู่นั้น สายตาก็ดันไปหยุดอยู่ที่ใครบางคนที่เพิ่งเข้ามา ใครบางคนที่รูปหล่อเหมือนเพิ่งหลุดออกจากในไอจีบนจอมือถือของฉัน
และมันก็ทำหัวใจของฉันเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อเห็นเขาเดินมาทางนี้แบบที่สายตาคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉัน เหมือนเป็นภาพสไลว์เคลื่อนไหวช้าๆ ในตอนที่ร่างสูงเดินมาไกล้ฉันเรื่อยๆ
ให้รออยู่ตั้งนาน ..กว่าจะมาได้นะ
ฉันเผลอคิดอะไรไปไกลแบบนั้นตอนที่อะตอมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันแล้วนั่งลงข้างๆกัน ฉันโน้มตัวไปนั่งท้าวคางกับโต๊ะสายตาของฉันมองเขาอยู่ตลอดเวลาแบบที่ละไปมองทางอื่นไม่ได้ ฉันสบตาเขาอยู่ครู่นึงก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
"ตอมมาช้า"
สายตาแพรวระยับคู่นั้นของคนตรงหน้ามองกลับมาแล้วมันทำให้ฉันรู้สึกร้อนฉ่าขึ้นมาที่ใบหน้าเมื่อเขาโน้มตัวมาตอบกลับแบบกระซิบเบาๆที่ข้างหู
"ก็มาแล้วนี่ไง"
.
TO BE CONTINUE