11.
ที่บอกว่าฝนกำลังตกนั้น มันจริงมาก ตอนนี้ก็เริ่มลงเม็ดแล้ว และอะตอมก็จอดรถไว้ไกลมากด้วยเพราะแถวนี้ไม่มีที่จอดไกล้ๆเลย แล้วร่มที่ทางร้านให้ยืมมามันเป็นร่มคันเล็กสำหรับเด็ก เราเลยต้องอยู่ไกล้กันในร่มคันเล็กๆนี่ แต่แม้ว่าร่มจะคันเล็กมากแค่ไหน รู้ไหมฉันไม่โดนฝนเลยสักเม็ดเพราะคนตัวสูงที่กางร่มนั้น เหมือนเขากางให้ร่มมาบังฝนให้ฉันคนเดียว พอเห็นแบบนั้นฉันก็เบียดไปไกล้เขาอีกนิดแล้วยื่นแขนไปเลื่อนมือเขาที่จับร่มอยู่ให้ร่มเลื่อนไปบังฝนให้เขาบ้าง
เรามาด้วยกัน ถ้าจะเปียก เราก็ต้องเปียกไปด้วยกันดิ่
ฉันเงยหน้ามองเขาเมื่อทำแบบนั้นอะตอมก็ก้มมาสบตาฉันนิดหน่อย และพอได้อยู่ไกล้ชิดกันแบบนี้ฉันหอมกลิ่นตัวเขามาก มันเป็นน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะของเขาซึ่งมันหอมมากๆเลยล่ะค่ะ
ฉันเดินห่อไหล่กอดอกไปเคียงข้างกับเขาเพราะลมค่อนข้างแรง เมื่อเห็นแบบนั้นคนตัวสูงก็ก้มมาถามข้างหู พร้อมกับเอามือมาโอบไหล่ฉันไว้
"หนาวหรอ"
"อื้ม"
ฉันหลบตาและตอบอ้อมแอ้มในลำคอในขณะที่ปล่อยตัวให้ผู้ชายเดินโอบไหล่ จนมาถึงรถและเข้ามาอยู่ด้านในรถ อะตอมก็ขับรถไปแบบที่ฝนก็ตกหนักมากขึ้น แล้วบรรยากาศในรถมันก็เงียบๆ อากาศเย็นๆ แล้วเราก็อยู่กันสองต่อสอง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ เวลาที่เราสองคนหันมาสบตากันแล้วต่างคนก็ต่างรีบมองไปทางอื่น
ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วมองไปที่สายฝนด้านนอก หัวใจของฉันกำลังรู้สึกแปลกๆกับเขาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ทำไมเรากลับด้วยกันทีไร ฝนต้องตกทุกทีเลย"
"อือ ฟ้าฝนไม่เป็นใจมั้ง"
"หรืออาจจะ ....เป็นใจก็ได้"
ฉันลองพูดไปแบบนั้น คนตัวสูงก็หันมาแล้วยิ้มมุมปาก
"หึ"
เพราะรถกำลังติดอยู่ เขาเลยนั่งแบบที่จับพวงมาลัยไว้มือเดียว อีกมือก็ใช้ศอกตั้งกับขอบประตูรถแล้วกำปั้นยันแก้มไว้ เอาจริงๆไหม ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนขับรถได้หล่อเท่ระเบิดเหมือนอะตอมเลยอ่ะ พอแอบมองเขาจนโดนจับได้เขาก็หันมาแกล้งฉัน
"มองไร"
"หล่ออ่ะ"
ฉันตอบไปตามตรง เขาก็เพิ่มความหล่อให้ตัวเองโดยการเงยหน้าขึ้นแล้วขำเบาๆกับคำพูดตรงๆของฉัน ยิ่งทำแบบนั้นเขายิ่งโคตรพ่อโคตรแม่หล่ออ่ะ หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปได้ไหม คิดแล้วทำเลยดีกว่า
"ไม่ถ่าย"
แต่เขาก็เอามือมาบังกล้องโทรศัพท์ฉันไว้ มันเลยได้มาเป็นภาพเบลอๆ ไม่ชัด แต่เขาก็ยังหล่อมากอยู่ดี พอฉันเอาแต่ดูรูปในโทรศัพท์เขาก็พูดขึ้นมาแบบนั้น
"จะเอาไปขยายใส่กรอบตั้งไว้มองที่หัวเตียงเลยไหม"
"ถ้าจะขนาดนั้นตอมก็มาให้มองทุกคืนเลยไม่ดีกว่าหรอ"
"กลัวว่าไปถึงเตียงแล้วจะไม่ได้มองอย่างเดียวอะดิ่"
เอ้า เดี๋ยวนะ มาถึงเตียงกันได้ไง โอ้ยยย ทันกันสุดๆ เขาหันมามองฉันหลังจากพูดออกมาแบบนั้น ยามที่สบตากันมันก็รู้สึกเหมือนกับเจอตัวเองในอีกเวอร์ชั่นนึง เหมือนส่องกระจกแล้วเจอผีตัวเดียวกัน แบบผีเห็นผีอ่ะ
"ไม่ได้มองอย่างเดียวแล้วตอมจะทำอะไรมายอ่ะ"
"มายอยากให้ทำอะไรอ่ะ?"
มึงงงงง กูไม่เล่น ไม่ดีเล่นแบบนี้นะตอมมมม -////-
ฉันกัดปากล่างตัวเองแรงมากที่เขายอกย้อนถามกลับด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกมีเลศนัยแบบนั้นพร้อมสายตาเจ้าชู้แพรวพราวส่งมาที่ฉันไม่หยุด แล้วมันทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบแปลกๆ รู้สึกคอแห้งขึ้นมาอีกแล้ว กระหายอยากกระดกเบียร์ พอฉันเงียบไป เขาก็หัวเราะเบาๆ แล้วขับรถไปจนถึงคอนโดที่เราสองคนพักอาศัยอยู่ จนเข้ามาอยู่ในลิฟต์แล้ว ฉันก็แบบ แบบอยู่ๆก็เขอะเขินและทำตัวไม่ถูก กระทั่งเขาหันมาเผชิญหน้าและส่งกุญแจรถคืนให้ จังหวะที่ฉันยื่นมือไปรับนั้น ฉันก็รีบพูดออกไปเร็วๆ
"กินเบียร์ห้องมายไหม"
คุณได้ยินไม่ผิด มายมายมายด์ชวนผู้ชายไปกินที่ห้อง ไม่ๆ ไป กิน เบียร์ ที่ ห้อง พอพูดไปแล้วคนตัวสูงตรงหน้าก็จ้องนิ่งมาที่ฉันด้วยสายตาที่ฉันไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นไปสบมองด้วย มันแบบมันดูอันตรายต่อใจยังไงไม่รู้
"ว่าไงนะ?"
เขาถามซ้ำอีกครั้งพร้อมสาวเท้าเข้ามาไกล้ฉันเรื่อยๆ และฉันก็เอนตัวขยับเท้าถอยหลังนิดหน่อย แต่ฉันจะมัวมาประหม่าแบบนี้ไม่ได้ดิ่ เดี๋ยวก็ไม่ได้กินหรอก เอ้ย! ไม่ไช่ดิ่ ฉันหมายถึงถ้ามัวแต่ประหม่า เขาจะยิ่งจับทางได้ ฉันต้องไม่กลัว ฉันต้องกล้า สู้เขาสิวะอีหญิง
"กินเบียร์กัน"
ท่าทีคุกคามจากเขายังคงส่งมา และฉันแบบถอยไปจนแผ่นหลังติดพนังลิฟต์แล้วด้วย อะตอมก็ยังคงตามมาจ้องหน้าฉันไกล้ๆ แบบที่ลมหายใจของเราลินลดกันได้
"ที่ห้องมาย"
ฉันพูดต่อ ถ้าฉันยังทำตัวเป็นหญิงสาวไร้เดียงสาแบบนี้ต่อไป ฉันคงโดนคุกคามไม่หยุดแบบนี้แน่ ฉันเลยตัดสินใจช้อนดวงตาขึ้นสบตาเขาแล้วเชื้อเชิญเขาด้วยสายตาที่หวานหยาดเยิ้ม ฉันสบตาสู้สายตาเขาแบบนั้นในขณะที่คนตรงหน้าก็ยังคงมองใบหน้านวลสวยของฉันนิ่งๆ อย่างกำลังต้องการจะประเมินฉัน เอาล่ะ ฉันจะเดินเครื่องแบบเต็มสูบแล้วนะ เตรียมรับมือให้ทันนะอะตอม
"มาไหม"
ฉันยืนทิ้งสะโพกและกอดอกด้วยท่าทางที่สบายๆเอียงคอถามเขาด้วยสีหน้าและแววตาที่คล้ายๆกับว่าฉันกำลังออดอ้อนเขาอยู่ ซึ่งอะตอมก็วางสายตามาที่ฉันไม่ละสายตาไปไหนเลย พร้อมลมหายใจอุ่นๆก็ค่อยๆลินลดใบหน้าฉัน เมื่อเขาโน้มตัวมามองแววตาฉันไกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาห่างจากฉันเพียงแค่ลมหายใจกลั้นเท่านั้น ไกล้มาก ริมฝีปากเขาอยู่แค่ตรงนี้เอง แค่ผีในห้องพลั่ก ก็คงได้จูบแล้ว >///////
"ปืนไม่เหมาะกับแมวอย่างมายหรอก"
เขาเอ่ยพลางทำนิ้วเป็นปืนจ่อมาที่ข้างขมับของฉัน แล้วยิ้มแบบเอ็นดู สายตาที่มองมาเหมือนใส่ฟิลเตอร์แมวให้ฉันแล้วเรียบร้อย และมันยิ่งทำให้ฉันยิ่งหงุดหงิดใจ จนเผลอทำหน้าแบบแยกเขี้ยวใส่ และทำมือข้างนึงเป็นกรงเล็บเตรียมข่วนเขา แต่ฉันก็ทำได้แค่นั้น และเดินหนีสายตาเขาเข้ามาที่เค้าเตอร์ครัว
"ไม่มีปืน ก็มีมีดอ่ะ ถ้าคิดไม่ดี โดนแทงแน่"
ฉันยกมีดด้ามเล็กขึ้นมาขู่เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินถือจานสตอเบอรี่ที่เพิ่งล้างเสร็จไปที่ระเบียง พร้อมชายหนุ่มสุดหล่อสีหน้าเปลื้อนรอยยิ้มระรื่นชื่นมื่น เหมือนเจออะไรที่ถูกใจสุดๆ
.
-ATOM-
นี่มันเพลงที่เธอเต้นที่ผับ
เธอกดเปิดเพลงจากลำโพงmarshell brionvega ตัวละสองแสนกว่า ที่ผมเคยคิดจะซื้อมาแต่งห้องเหมือนกันแต่สู้ราคาไม่ไหว แต่มายมันกล้าซื้อมาไว้ครอบครอง แบบคนมีเทส ก่อนจะโยกหัวไปเบาๆแบบที่ฮำเพลงไปด้วย
She's indecisive, She can't decide
She keeps on lookin'from left to rigth
Girl,come a bit closer
look in my eyes
Searching is so wrong, I'm Mr Rigth
You seem like the type to love 'em and leave 'em
And disappear right after the song
So give me the night to show you, hold you
พอถึงท่อนนี้ก็ช้อนสายตาขึ้นมามองผมและส่งยิ้มบางๆมาให้กัน ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่โคตรมีเสน่ห์ เป็นความน่ารัก ขี้เล่นแบบที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวอ่ะ มีดนตรีในหัวใจสุดๆ
"Don't leave me out her dancing alone"
You can't make up your mind mind mind mind mind
Please don't wast my time time time time time
I'm not trying to rewind wind wind wind wind wind
I wish our hearts could come togeter as one
แล้วเพลงก็น่ารักมากด้วย ท่อนมายมายมายด์ อ่ะ น่ารักมาก ติดหู แล้วคนตัวเล็กก็ดูจะชอบท่อนนั้นมาก You can't make up your mind mind mind mind
พอผมมองกลับไปเธอก็หลบตาแบบที่ยังนั่งฮำเพลงอยู่
Cause shorty is a eenie meenie miney mo lova
Shoty is a eenie meenie miney mo lova
Shoty is a eenie meenie miney mo lova
ริมฝีปากเล็กฮัมเพลงออกมาแบบนั้นแบบที่ยังนั่งกระดิกเท้าก้มหน้ากดโทรศัพท์เล่น ซึ่งผมที่นั่งจิบเบียร์อยู่ข้างๆก็ได้แต่ใช้สายตาแอบมอง ผู้หญิงที่ชวนผมมากินเบียร์ที่ห้อง ผู้หญิงที่เอาปืนมาจ่อหัวผมทันทีที่เข้าก้าวเข้ามาในห้อง เธอเป็นผู้หญิงที่มีเรื่องให้ผมทึ่งและประหลาดใจทุกครั้งที่พบเจอกัน
Let me show you what your missin
Paradise
With me you're winning girl
you dont have to roll the dice
ขณะที่ร้องเพลงไปแบบที่กำลังอินอยู่นั้น นิ้วชี้เล็กๆที่สวมแหวน Chanal cococrush สีเบจโกลว์ก็เคาะลงกับโต๊ะไปตามจังหวะเพลง เสื้อสายเดี่ยวสีครีมเผยช่วงคอเนียนสวยสวมสร้อยเส้นเล็กๆไว้เป็นเครื่องประดับสวยที่สุดก็คงเป็นหัวไหล่ที่กลมมนตั้งตรงสวย เรียวขาสวมกางเกงยีนส์ขายาวยกขึ้นไขว้ห้าง นั่งโน้มตัวข้อศอกตั้งลงโต๊ะ ด้วยท่าที่สบายๆ เทสการฟังเพลง เทสการแต่งตัว มันดีไปหมดเลยว่ะ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ใบหน้าสวยเฉี่ยว แก้มกลมเป็นก้อนๆ ริมฝีปากอวบอิ่ม จมูกโด่งรั้น ดวงตากลมโต ถึงจะตัวเล็กไปหน่อยแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าหุ่นดีมาก สัดส่วนร่างกายสวยมาก อะไรที่ไม่ควรจะเล็กก็อวบอิ่มน่าสัมผัส ผมเผลอเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆเมื่อเลื่อนสายตามองต่ำกว่าลำคอลงไปจนถึงเนินอกอวบที่โผล่พ้นเสื้อออกมาล่อสายตาผู้ชายอย่างผม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของดวงตาคู่สวยหันมาเห็นเข้าพอดี ผมจึงถูกจับได้ว่ากำลังแอบมอง แต่ผมก็ทำเพียงแค่เลื่อนสายตาไปทางอื่นช้าๆแล้วยกแก้วขึ้นจิบเบียร์ พอทำแบบนี้ คนตัวเล็กก็หันมาสนใจผมแทนที่จะดื่มด่ำอยู่กับเพลง
"สตรอเบอรี่ไหม หวานฉ่ำ"
เสน่ห์อีกอย่างนึงของมายที่ผมชอบคือความเป็นธรรมชาติ สวยแบบธรรมชาติ คำพูดคำจาไม่ได้ประดิษฐ์ ไม่ได้มีมาด หรือแอ๊บให้ตัวเองดูสวยตลอดเวลา เป็นผู้หญิงที่ใช้หลอดก้มดูดเบียร์ในแก้ว แล้วเงยหน้าขึ้นมาเรอออกทางปากเบาๆ
มึงก็ธรรมชาติเกิ้น เก๊กบ้างก็ได้ แอ๊บสักนิดก็ดี ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเองมากก็ได้ คือผมเห็นแล้วแบบ...แอบเอาหลังมือขึ้นมาปิดปากตัวแล้วแอบยิ้มอ่ะ ไม่เคยพบเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลย
"โทษที กินเบียร์แล้วท้องอืด"
เชื่อมันเลย ผู้หญิงคนอื่นเป็นยังงี้ไหมเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่กำลังทำความรู้จักกัน หรือจะเรียกอีกแบบก็คือว่ากำลังมีซัมติงกันอยู่
"อายบ้างก็ได้"
"เรื่องธรรมชาติ ตอมไม่เคยกินเบียร์แล้วเรอหรอ"
ก็จริงของมาย ผมพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ แล้วเลื่อนสายตาไปมองหน้าเธอแบบที่มีคำถามที่อยากรู้อยู่
"ว่า?"
"ทำไมถึงบอกเลิกมันอ่ะ"
ผมเอ่ยถามออกไปและหยิบผลสตรอเบอรี่โยนเข้าปาก
"ก็ไม่น่าถามนะ"
"คบมานานไหม กับไอ้กรณ์อ่ะ"
"คบเป็นแฟนจริงๆไม่นานเท่าไหร่หรอก แต่รู้จักกันก่อนหน้าที่จะคบกัน ก็นานอยู่"
อื้ม ผมพยักหน้าเข้าใจ มายก็ขยับนั่งโน้มตัวเอาข้อศอกมาตั้งกับหัวเข่าตัวเองแบบที่ยังนั่งไขว่ห้างอยู่ แล้วหันมาทางผมพร้อมกับมองมาด้วยแววตาแบบนั้น
"พี่ไนท์มันเล่าให้ฟังแล้วเรื่องที่ผับ ขอโทษด้วยนะ ตอมเลยต้องมาซวยไปด้วยเลย ที่ชวนมากินเบียร์เนี่ย ถือเป็นการไถ่โทษนะ"
"คุ้มกันไหมเบียร์สามขวดเพื่อไถ่โทษที่กูต้องตกเป็นมือที่สาม"
ผมพูดไปด้วยโทนเสียงปกติ แต่มายกับยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
"เลี้ยงหมูกะทะ ยังรู้สึกว่าคุ้มกว่าเลย"
"ก็มายไม่อยากกินหมูทะนี่ มายอยากกินเบียร์อะ"
พูดจบก็อ้าปากงับหลอดแล้วดูดเบียร์เข้าปาก ดูดมันราวกับเป็นน้ำหวานเลย ยอมมมม
"แล้วไปพูดอะไรกับไอ้กรณ์อะ ทำไมมันถึงคิดว่าเรามีอะไรกัน"
"เวลาตอมอยู่กับมาย ไม่ต้องพูดถึงผู้ชายคนอื่นได้ป่ะ"
เจ้าของดวงตาเปล่งประกายเอ่ยบอกผมเบาๆ และหันมาสบตากันด้วยสายตาที่ดูมีอะไรตลอดเวลาคล้ายๆกับว่าเธอกำลังหว่านเสน่ห์ แล้วเสน่ห์ของเธอก็ดันโดนใจผมมาก เธอมองผมด้วยสายตาแบบนั้นก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากเมื่อผมมองกลับไป แล้วร่างเซ็กซี่ก็หยัดตัวเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ช้าๆ แบบที่สายตาเราไม่ได้หลุดจากกันไปเลย
"มายกดติดตามไอจีตอมไปแล้วอ่ะ ฟอลกลับด้วยดิ่ อย่าขี้โกง"
เธอพูดช้าๆแล้วโทรศัพท์ที่ถือเล่นในมือก็วางคว่ำลงบนโต๊ะ
"อือ แต่ขอถามไรอีกอย่างนึง"
"ว่ามาค่ะ"
"ทำไมมายไม่เรียกพี่เหมือนที่เรียกไอ้สองไอ้เอสบ้างอ่ะ"
ผมพูดไปแล้วคนตัวเล็กก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างน่ารัก คล้ายกับว่าเราคุยเรื่องที่สนุกกันอยู่ แล้วมันก็จริงๆ ผมได้ยินมายเรียกไอ้สองว่าพี่ แต่กับเรียกผมว่าตอมๆอยู่ได้ ทั้งๆที่ผมก็เป็นรุ่นพี่
"พี่หรอ"
"......"
ผมเอนตัวพิงพนักพิงแล้วมองเธอกลับไปด้วยสายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิงสวย คำว่าสวยของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ในสายตาผม มายคือผู้หญิงที่สวย
"พี่ตอม ^^"
ผมชอบเสียงเธอตอนที่เรียกผมแบบนี้ ..และอยากให้เรียกแบบนี้มากกว่า แต่สาวเจ้าดูเป็นคนที่ผมจะไปบังคับอะไรไม่ได้ง่ายๆ
"ไม่เอาอ่ะ เรียกตอมเฉยๆดีกว่า"
เธอก็ดูเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนั้น แต่เวลาพูดแล้วย่นจมูกแบบนั้น หน้าโคตรเหมือนแมว แล้วผมดันอยากเลี้ยงเปอร์เซียขี้อ้อนไว้นอนกอดสักตัว และเปอร์เซียตรงหน้าผมก็ไม่มีปลอกคอแล้วด้วย
"ไว้วันไหนที่ตอมเรียกมายว่าน้องมาย มายก็จะเรียกตอมว่าพี่ตอมแล้วกัน"
เธอเอ่ยออกมาแบบนั้นด้วยรอยยิ้มสดใสแบบที่เห็นแล้วผมต้องยิ้มมุมปาก ก่อนที่เราสองคนจะหลบตากันไปเอง โดยที่มายลุกขึ้นยืนหันหน้าออกไปรับลมที่ริมระเบียง
"ดูดพอตได้ไหม?"
ผมถามเพื่อขออุญาติเจ้าของห้อง ปกติแล้วผมก็ไม่ใช่คนดูดบุหรี่หรือติดพอตอะไรหรอก ผมจะใช้มันเวลาที่ดื่มหรือกำลังมีเรื่องให้ว้าวุ้นใจ
"ได้แต่ปิดประตูก่อนเดี๋ยวกลิ่นเข้าไปข้างใน"
ผมลุกขึ้นและขยับไปเลื่อนปิดประตูให้ ก่อนจะเดินมายืนข้างๆมาย แต่หันหน้าไปคนละทาง มายยืนหันหน้าออกมองท้องฟ้า ผมยืนพิงระเบียงหันหน้าเข้าด้านในแต่เรายืนอยู่ข้างกัน และบรรยากาศที่ฝนกำลังตกพรำๆและเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆเคล้ากับแอลกอฮอล์ที่เราดื่มมันก็เป็นให้บรรยากาศมันพาไป เวลาที่หันมาสบตากัน แล้วสายลมพัดพาเอาปอยเส้นผมที่ปกละกรอบหน้าสวยให้ปลิวสไสว ไหนจะแววตาที่มายมองผมอยู่ตอนนี้มันก็สะกดใจผมไว้ได้อย่างดี
"หนาวรึป่าว"
ผมถามออกไปเพราะสังเกตเห็นว่าเธอยกมือลูบต้นแขนตัวเองอยู่หลายรอบแล้ว
"ถ้าบอกว่าหนาว ตอมจะถอดเสื้อคลุมไห้มายหรอ"
เธอตอบกลับมาแบบนี้แถวบ้านผมเรียกว่ากำลังหยั่งเชิง ทอดสะพาน โยนเบ็ดลงน้ำล่อเหยื่อ หรือที่พูดง่ายๆก็คือ เธอกำลังอ่อย
"คิดว่านี่เป็นสุภาพบุรุษขนาดนั้นหรอ"
"ก็ไม่...แต่ตอมถามทำไมว่ามายหนาวรึป่าว"
"ก็ถ้ามายบอกว่าหนาว ก็จะเข้าไปกอดไง"
ผมพูดไปและสบตาให้คนตัวเล็กได้รู้ว่าผมไม่ใช่คนที่เธอจะเล่นด้วยได้ คนอย่างผมไม่ใช่เหยื่อของใคร ผมต่างหากคือผู้ล่า ผมต่างหากที่เป็นคนโยนเบ็ดลงไป เจ้าลูกปลาตัวน้อยมองกลับมาด้วยแววตาที่นิ่งจนผมแทบคาดเดาความรู้สึกตอนนี้ของเธอไม่ได้ ทั้งที่ในใจผมกำลังลุ้นอยู่ว่าปลาตัวน้อยตัวนี้จะว่ายมาติดเบ็ด หรือว่ายน้ำหนีไป
ซึ่งผมเดาผิดทั้งหมดเมื่อคนตัวเล็กขยับมาไกล้ และเงยหน้าขึ้นมองสบตาผมในระยะประชิดชนิดที่เราแลกลมหายใจกันได้เลย ผมประเมินเธอผิดไปมาก มายไม่ใช่เหยื่อ ไม่ใช่ปลาตัวน้อย แต่เป็นปลาตัวใหญ่ที่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แบบที่นักล่าอย่างผมคาดไม่ถึงและอาจพลาดท่าเสียทีสะเอง รู้สึกได้เลยว่า มันไม่ง่ายที่จะล่อลวงให้ปลาเนื้อชั้นดีนี้มาติดกับ
"มาย...หนาวจังเลยค่ะ"
ผมมองลงไปที่ใบหน้านวลสวยของคนตัวเล็กตรงหน้าที่เอ่ยปากบอกว่าหนาวแล้วยืนนิ่งเงยหน้ามองเข้ามาในแววตาผมเหมือนกำลังท้าทาย กำลังยั่วยวล เมื่อเธอเล่นแบบนี้ ผมคงไม่ยืนมองเฉยๆเป็นพระอิฐพระปูนแน่ๆ
พรึ่บ
ก็สอดแขนไปกอดรวบเอวบางมากระแทกอกเลยดิ่ ใจผมเริ่มเต้นตึ่กๆ ยิ่งร่างกายที่เบียดติดกันแล้วเอวที่ผมโอบอยู่นี้ผมนี่รู้สึกเลยว่ามันบางมาก และข้างในก็เต้นแรงหนักขึ้นไปอีกเมื่อมองไปที่แววตาที่สะท้อนแสงไฟคู่นั้นมันสวยสะกดจนแทบอดใจไม่ไหว ลากสายตาไล้ไปตามดวงหน้านวลแล้วไปหยุดจับจ้องที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีสตรอเบอรี่น่าจูบนั้น ผมโน้มหน้าเข้าไปไกล้เรื่อยๆแล้วพ่นลมหายใจหืดหาดลดแก้มใส ในขณะนี้ผมรู้สึกว่ามายเริ่มมีอาการต่อต้าน มือเล็กพยายามดันผมออกห่าง
"ทำไม..?"
ผมโน้มไปถามเบาๆที่ข้างแก้มด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกแบบที่ชอบพูดกับผู้หญิงเวลาที่ต้องการอยากจะได้อะไร และลมหายใจที่อุ่นร้อนของผมก็กระทบผิวเนียน เป็นเหตุให้คนตัวเล็กหดคอหลบนิดหน่อย แต่ผมจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดไปได้จึงใช้มือช้อนคางมนให้เธอเงยใบหน้านวลสวยขึ้นมาสบตากัน -///- จังหวะนี้แทบหยุดหายใจเมื่อสายตาสองเราสอดผสานกันอีกครั้ง พวงแก้มอิ่มของคนตรงหน้าขึ้นสีระเรื่อ พาให้ผมรู้สึกอย่างรังแก อยากแกล้ง อยากทำ มากขึ้นอีก
"กลัวอะไร..มาย"
ผมถามเสียงแผ่วเบาแบบที่ยังคงใช้สายตาคลอเคลียและอดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือไปสัมผัสแก้มนุ่มของเธอ นุ่มฟู อุ่นร้อนเหมือนขนมปังที่เพิ่งออกมาจากเตาอบเลยอะ เริ่มอยากเอาจมูกไปฟัดแก้มเธอแล้วสิ่
"ตะ ตอม"
ไวกว่าความคิดก็คือผมโน้มหน้าเอาปลายจมูกไปไล้พวงแก้มอิ่มอุ่นของเธอแล้ว พอได้ไกล้ชิดกันแบบนี้ก็รู้สึกเลยว่ามายมันนุ่มนิ่มน่าฟัดไปทั้งตัวจริงๆ จากแก้มซ้าย เลื่อนมาแก้มขวา แล้วผมก็จับปลายคางของเธอให้เชิดขึ้นนิดหน่อย พร้อมกับขีดจำกัดของความอดทนที่หมดลง
อื้ม~
ผมแนบริมฝีปากจูบเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มของเธอ ซึ่งการกระทำที่นุ่มนวลแต่อุกอาจแบบนั้นของผมทำเอาร่างนุ่มนิ่มที่ผมประคองกอดไว้ ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน ผมเลยผละออกมานิดหน่อยเพื่อมองแววตา
"จูบนะ?"
หลังจากพูดแบบนั้น มายเองก็มองมาที่ผมนิ่งๆดูเหมือนตกใจอยู่แต่ก็แค่ครู่เดียว
"กะ จูบแล้วไม่ใช่หรอ"
"แล้วจูบอีกได้ไหม"
ผมพูดเบาๆแล้วมองเธอด้วยสายตาแบบคนที่อดทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ให้ตายเถอะ ผมอยากจูบเธอมาก
"นะ?"
คำร้องขอและสายตาผมกำลังทำให้คนตัวเล็กตรงหน้าเสียอาการ เสียงในอกเต้นดังมากขึ้น แก้มอุ่นใสสุกปลั่งขึ้นเลือดฝาด ยิ่งทำให้เธอน่าจูบมาก และผมโคตรจะอดใจไม่ไหว แววตาที่กำลังทอประกายสั่นระริกคู่นั้นมองผมเหมือนเธอกำลังชั่งใจอยู่ในชั่ววินาที ก่อนที่สองเรียวแขนที่คอยขัดขืนผมจะยกขึ้นมาโอบรัดลำคอผมไว้ ปฏิกิริยานี้ผมรู้ได้เลยว่าเธออนุญาติแล้วผมก็ทำทันที
ขยับเอียงใบหน้าให้ได้องศาที่เหมาะแล้วแนบปากบดคลึงริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของเธอทันที ขณะที่เธอหลับตาลงแน่นสนิทและตอบรับจังหวะการบดขยี้ของริมฝีปากเบาๆ
หัวใจแกร่งกร้าวสั่นไหวไปทั้งดวง ยิ่งใช้ริมฝีปากสัมผัสความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากเธอเท่าไหร่ ข้างในอกข้างซ้ายก็สั่นรัวเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก
"อื้มมม"
มันนุ่มและหอมหวานมาก ริมฝีปากกลิ่นสตอเบอรี่หวานฉ่ำนั้น พาให้ผมยับยั้งชั่งใจไม่ไหว รั้งเอวบางมากอดแนบลำตัวให้ทุกสัดส่วนสัมผัสกัน แล้วออกแรงบดขยี้ริมฝีปากเธอหนักขึ้น ยิ่งร่างอรชรตอบสนองผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่งบดขยี้ริมฝีปากเธอหนักขึ้น หนักขึ้น จนคนตัวเล็กกำหนดลมหายใจไม่ทันผมเลยผละออกเล็กน้อยและเบี่ยงหน้าเอียงคอไปอีกทางและกดจูบอีกแบบหนักขึ้น รู้สึกว่ามันหวาบหวามมากจนควบคุมไม่ได้ ผมอยากทำมากกว่านี้ อยากเปิดปากแล้วสอดลิ้นไปชิมด้านใน
"อะ อื้อ"
ไม่น่าเลย ให้ตาย จูบแล้วหยุดไม่ได้ ริมฝีปากอิ่มของเธอนุ่มมากไม่พอยังหอมหวานจนผมเคลิ้มและบดขยี้จูบแนบคลึงหนักๆอยู่หลายครั้ง
จ๊วฟ~
ผมอ้าปากงับริมฝีปากล่างของเธอเบาๆและบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือไม้ของผมก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ยิ่งคนตัวเล็กบดเบียดมาเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกได้ถึงก้อนนุ่มสองก้อนกลมๆที่บดเบียดจนบี้แบนมาบนแผงอกผม
อ่า~
และมันก็เริ่มร้อนระอุมากขึ้นเมื่อผมผละออกมาแล้วผ่อนลมหายใจออกทางปากเบาๆ แล้วจูบอีกครั้ง สองมือเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและค่อยๆสอดนิ้วมือล้วงเข้าไปใต้ชายเสื้อก่อนจะออกแรงบีบเค้นเบาๆที่เอวบางคอด ในหัวผมจินตนาการไปไกลมาก แล้วโคตรอยากเลื่อนมือไปบีบอย่างอื่นที่นุ่มกว่านี้ พออารมณ์มันเริ่มเตลิดมายก็
"ตะ ตอม หยะ อื้อ หยุดก่อน"
ขอหยุด...มือเล็กที่โอบรั้งรัดรอบคอผมไว้ เลื่อนมาวางบนแผงอกและออกแรงดันผมออกห่าง พอผละมามองหน้าพร้อมสายตาเราได้สอดผสานกันเบาๆเท่านั้น คลื่นความถี่ในหัวใจก็สอดผสานทันทีที่ได้สบตาเธอ ได้มองใบหน้านวลสวยที่แดงกล่ำของเธอ แต่มายก็เอาแต่พยายามหลีกหนีสายตาผม เอาแต่ก้มหน้างุด และไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมอีกเลย เธอดันผมออกอยู่ตลอด -///-
"มาย ปวดห้องน้ำอะ ขอตัวแปป"
"มาย~"
เธอพูดและรีบผละออกไป แม้ว่าผมจะจับมือเอาไว้เบาๆและเรียกเธอชื่อด้วยน้ำเสียงนุ่มๆเพื่อจะให้เธอหันมา แต่มายก็หันหลังให้และเดินไปอยู่ดี ทิ้งผมไว้กับความรู้สึกข้างในยังคงเต้นดังเรียกร้องหาสัมผัสนุ่มนิ่มอยู่เลย ให้ตายเถอะ ไม่เคยจูบใครแล้วรู้สึกกระสับกระส่ายเท่าคนนี้เลย -///-
.