EP.12

2220 Words
12. -MINE- What the Fxxx!!!!! ฉันยืนส่องกระจกและตบหน้าตัวเองเบาๆในห้องน้ำ เสียงหัวใจยังคงเต้นดังระรัวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยจูบใครมาก่อน แต่ความรู้สึกตอนที่จูบกับอะตอมมันต่างออกไปมาก มันไม่ใช่แค่เอาริมฝีปากมาประกบกันเฉยๆ เขาจูบแบบที่เรียกว่าจูบจริงๆ แบบที่เคลื่อน~ คลึง~ เนิบนาบ~ ซึ่งอะไรแบบนี้ ฉันไม่เคยมาก่อน บ้าจริงๆ ยิ่งคิด ใบหน้าของฉันก็เห่อร้อนขึ้นมาไม่หยุด ฉันมองใบหน้าเปร่งปรั่งแดงระเรื่อของคนในกระจกตอนนี้แล้วรู้สึกเขินขึ้นมาแบบที่ห้ามไม่ได้ อะตอมแม่ง พรากเอาสติสตังของฉันไปจนหมด แต่จะว่าเขาคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะฉันเองก็อยากไปท้าทายเขาก่อน อยากลอง อยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง ลองแล้วเป็นยังไงล่ะ เล่นกับหมา หมาก็เลียปากไง บ้าบอจริงเชียว อะไรแบบนี้เนี่ย -////- งื้ออออ แกร๊ก ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกไป หลังจากควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ควบคุมสติได้แล้ว แต่พอสายตาเลื่อนไปมองเขาเท่านั้น ฉันก็เริ่มผิดปกติอีกครั้ง ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านนอกริมระเบียงเขาหันหลังพ่นควันสีขาวคละคลุ้งออกไปในอากาศ ก่อนจะหันมา หันมาทั้งตัวแล้วสายตาเขาก็มองมาที่ฉันในท่าที่เขายืนพิงขอบระเบียง ยกแขนทั้งสองข้างกางออกวางท้าวไปกับขอบระเบียงในมือข้างนึงยังถืออุปกรณ์พ่นควันไว้ ภาพผู้ชายที่พึ่งจูบฉันยืนในท่าทางแอคๆแบบนั้นโดยมีแบล๊คกราวน์เป็นวิวจากตึกสูงกลางเมืองหลวง ทำฉันรู้สึกวูบวาบจนมองแล้วกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ เห็นแล้วใจคอไม่ค่อยดี หล่อมากไม่พอ ยังขี้เก๊กอีก และนั่นยังไม่เท่ากับสายตาที่จ้องมองมาที่ฉันในตอนนี้ อะตอมไม่ใช่ผู้ชายปากหวานหรือมีคำพูดที่หว่านล้อม แต่เขามีสายตาที่อันตรายมากๆหากเผลอไปสบด้วยแล้วถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งพอคุณอาจตกเป็นเหยื่อของเขาได้ในทันทีแค่เขาใช้สายตามอง เขาอันตรายได้เบอร์นั้นเลยล่ะ เห็นสายตาเขาแล้วฉันเสียการควบคุมสุดๆ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนล่อลวงอยู่เลย แต่คนอย่างมายมายมายด์ไม่ใช่เหยื่อของใคร ฉันยกมือเสยฟาร์มผมยาวๆของตัวเองไปด้านหลังด้วยท่าทีสบายๆและก้าวขาเดินออกไปหาเขา โดยที่พยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับเขาให้น้อยที่สุด เพราะถึงฉันจะไม่ใช่เหยื่อของใคร แต่ฉันก็ไม่ได้มีวิชาอาคมแกร่งกล้าขนาดนั้น เอาเป็นว่าฉันจะเดินเกมส์แบบเพลย์เซฟแล้วกัน เพื่อความปลอดภัยต่อตัวและหัวใจของตัวเอง "หมดขวดนี้ต้องกลับแล้วนะ พรุ่งนี้มายมีเรียนเช้าอะ" ฉันเดินถือแก้วไปยืนตรงหน้าระเบียงมองฟ้าหลังเติมเบียร์ใส่แก้วจนหมดขวด เวลาดื่มเบียร์ฉันชอบใช้หลอดดูดมากกว่า เพราะเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่จะทำให้ฉันท้องอืด แต่ก็เป็นเครื่องดื่มเพียงชนิดเดียวที่ทำให้ฉันสดชื่นขึ้นมา ไม่ต้องถามหาความเมามายจากมายมายมายด์ เพราะคนอย่างมาย คอแข็งมาก ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เมา และไม่มีอาการแฮงค์เลย ฉันไม่เคยทรมานจากการดื่มแต่ทรมานจากการไม่ได้ดื่มมากกว่า 55555 "แล้วมายเรียนคณะอะไร" เมื่อเขาถามแบบนั้น ฉันก็หันไปมองเขาแล้วโน้มตัวตั้งศอกกับขอบระเบียงเท้าคางมองเขา "ตอมก็ลองเดาดูดิ่" "นิเทศป่ะ" ฉันหลุดยิ้มเบาๆเมื่อเขาเดามาแบบนั้น สาวนิเทศมันคาแรกเตอร์ชัดขนาดนั้นเลยนี่เนอะ "อื้ม มายเรียนคอมอาร์ท" เพราะฉันพูดภาษาอังกฤษได้ดีจึงเรียนภาคอินเตอร์ แล้วก็รู้สึกว่าคณะนี้มันเหมาะกับฉันมากที่สุด "ยากไหม?" ถามว่ายากใหมไหมมันก็ยากนะ "ก็สนุกดี สาขาที่มายเรียนมันจะเป็นแนวการสื่อสาร การใช้มีเดี่ยอะไรพวกนี้ มายก็รู้สึกว่าที่เรียนมามันได้เอามาใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วมันก็ผสมกับมาเก็ตติ้งนิดๆด้วย แต่ที่งงคือปีสามมีวิชา Econ เข้ามา ช่วงนี้ก็เลยที่ต้องเรียนเลคเช่อร์เยอะ เพราะถ้าขาดไปแล้ว มันก็ต้องเริ่มใหม่หมด มันก็ไม่ยากหรอก แต่ก็แอบเหนื่อย" "เด็กนิเทศต้องเรียนอีคอนด้วยหรอ?" เขาถามแบบสนอกสนใจ เพราะวิชา Foundation of Economice หรือวิชาเศรษศาสตร์มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคณะนิเทศได้ "อืม ที่อื่นไม่รู้นะ แต่ที่มอมายต้องเรียนอ่ะ นี่เคยไปถามเพื่อนที่เรียนBBA เขาก็งงๆเหมือนกันว่าทำไมนิเทศต้องเรียนการเงินด้วย แต่ก็สนุกดี ได้รู้อะไรที่ไม่เคยได้รู้เยอะดี" ออกแนวเม้าท์มอยแล้วฉันอ่ะ 5555 ซึ่งเขาฟังแล้วก็พยักหน้าเข้าใจนิดหน่อย ซึ่งถ้าจำไม่ผิด อะตอมเขาก็เรียน BBA ป่ะ เหมือนเขาเคยบอกว่าอยู่คณะบริหารธุรกิจ "แล้วตอมอ่ะ ปีสุดท้ายแล้ว ชิลล์แล้วมั้ง" "อืม..." เขาตอบสั้นๆแค่นั้นก็เงียบไป ฉันเลยหันหน้ากลับแล้วทำเป็นกดโทรศัพท์เล่น "รับฟอลมายไปแล้วนะ" "อ๋อ..อืม" ฉันกดเปิดเพลง eemie neemie ของ Justin biber ที่แอป Spotify อีกครั้ง และเลื่อนนิ้วไปกดเข้าที่แอปInstragramเพื่อจะส่องไอจีอะตอมแต่คำพูดต่อมาของเขาทำฉันหันไปมอง "มายสักด้วยหรอ" ที่ฉันมองเขาแบบนั้นเพราะฉันกำลังสงสัยอยู่ว่า เขารู้ได้ยังไงว่าฉันมีรอยสัก แถมรอยสักของฉันก็อยู่ในร่มผ้า "อะ อื้ม" "สักว่าอะไรอ่ะ..." ถามยังงี้แบบนี้ก็แปลว่าเห็นใช่ไหม "...ขอดูได้ไหม" ฉันหมุนตัวนิดหน่อยและขยับไปเผชิญหน้าเขาไกล้ๆอีกนิด มันก็แอบเขินๆอยู่เหมือนกัน ตอนที่ปลดสายเดี่ยวข้างซ้ายของตัวเองไห้เลื่อนลงจากไหล่มน ฉันใช้อีกมือประคองปิดหน้าอกตัวเองไว้ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนขอบเสื้อลงต่ำอีกนิดเผยเนินอกอวบของตัวเองต่อหน้าเขา เพราะรอยสักฉันอยู่ตรงนั้น ตรงเนินอกข้างซ้ายของฉัน -self love is the best love- ฉันก้มมองรอยสักของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองเขา ก็แอบสงสัยอยู่ว่าอะตอมรู้ว่าฉันสักได้ยังไง รอยสักฉันอยู่บนเนินอกที่แทบจะถึงจุกอยู่แล้วด้วยซ้ำ เขาแอบมองนมฉันหรอ? แล้วฉันเป็นบ้าอะไรถึงมาเปิดนมให้ผู้ชายดู ไม่สิ่ ฉันเปิดรอยสักที่อยู่บนเนินนมแล้วฉันก็มีบราปีกนกปกปิดกอบกุมหน้าอกฉันอยู่ แล้วที่ทำอยู่มันก็ไม่ได้ส่อไปในเจตนาแบบนั้น มันคืองานศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ฉันไปสักที่เชียงใหม่กับพี่ช่างสักที่เป็นผู้หญิง และก็เป็นรอยสักที่ฉันภูมิใจมาก เพราะฟ้อนท์มันสวยมาก แล้วคำที่สักก็ความหมายดีแถมอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้าย เหมือนเป็นการย้ำเตือนตัวเอง เวลาที่จะยกหัวใจให้ใคร self love is the best love รักตัวเองคือรักที่ดีที่สุด อะตอมขยับเข้ามาไกล้และวางสายตามองรอยสักของฉันอยู่ครู่นึงก่อนจะช้อนแววตาดุดันคู่นั้นมาสบตากันอีกครั้ง "มีอีกไหม" ฉันก็เม้มปากและดึงสายเดี่ยวขึ้นคล้องไหล่และหมุนตัวยืนหันหลังให้เขา พร้อมกับรวบเส้นผมยาวๆของตัวเองมารวมกันที่ด้านหน้า เผยรอยสักรูปโบว์ริบบิ้นตรงหลังคอ ซึ่งรอยสักนั้นเรียกว่าเป็นรอยสักมิตรภาพก็ได้ เพราะเราสามคน ยัยนินิว ยัยแก้วใส เราสามคนมีรอยสักที่เหมือนกันอยู่ที่หลังคอ จะต่างกันก็ตรงที่ข้อความที่อยู่ตรงโบว์ ...ของฉันเป็นคำว่า Rare. ฉันหันใบหน้าเอี้ยวไปมองคนที่อยู่ด้านหลังเมื่อเขาขยับเข้ามาไกล้ ก่อนจะใช้มือสัมผัสเบาๆที่โบว์หลังคอ "แรร์" ฉันตัวแข็งทื่อเมื่อเขาเอ่ยเบาๆข้างหู สองมือของคนด้านหลังก็สัมผัสมาที่ต้นแขนสองข้างของฉันเบาๆ เขาขยับมาไกล้แบบที่ยืนซ้อนหลังฉันแบบแนบชิด "แรร์จริงไหม?" เขาถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระซิบริมฝีปากแนบชิดใบหู เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนกระทบผิวฉันก็รีบหดคอหลบนิดหน่อย และฉันก็ตัวสั่นเล็กๆเมื่อมือที่คอยลูบเบาๆที่ต้นแขนฉันค่อยๆเลื่อนลงมา ก่อนจะโอบกอดฉันไว้พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาเกยคางอยู่บนราดไหล่ของฉัน อะตอมทำทุกอย่างแบบค่อยๆ ช้าๆ เนียนๆ รู้ตัวอีกที เขาก็กอดฉันไว้แน่นแล้ว ในใจลึกๆฉันก็อยากพลั่กเขาออกห่างนะ แต่ร่างกายฉันกลับชอบที่เขาสัมผัสและโอบกอดฉันไว้แบบนี้ ฉันเอียงคอนิดหน่อย ตอนที่เขาฝังหน้าลงและรู้สึกว่าปลายจมูกของเขากำลังคลอเคลียอยู่ตรงซอกคอ มันพาให้ฉันรู้สึกหวาบหวิว สายตาเลื่อนลอยมองออกไปที่วิวเบื้องหน้า อย่างคนที่ไม่มีสติ ก่อนจะรู้สึกขนลุกขนชันเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากเขาที่กดจูบตรงราดไหล่ของฉัน ขนลุกมาก... หายใจไม่ทั่วท้องเลยฉัน "มีอีกไหม รอยสัก" มีอีก แต่ถ้าจะให้เขาดูอีก ฉันคงต้องถอดกางเกงแล้วล่ะ เพราะรอยสักนั้นมันอยู่ตรงกระดูกเชิงกรานของฉัน ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่ยืนเฉยๆให้อะตอมโอบกอดจากด้านหลัง พร้อมหัวใจที่เต้นระรัว และตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนเขา พลั่กเขาออกสิมาย ไม่ใช่โอบรับเอาอ้อมแขนเขามาครอบครองแบบนี้ พลั่กออกสิ พลั่กเขาออกเดี๋ยวนี้ !!! "ตะ ตอม มายว่า...มันดึกแล้วอ่ะ กลับ กลับไปได้แล้วมั้ง" ฉันเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว "คือมายไม่ได้ไล่นะ แต่ก็ไล่นั่นแหละ เออ กลับไปเถอะ กลับไปได้แล้ว" ฉันหมุนตัวไปดันเขาออกห่างโดยไม่สบตาเขาอีก แม้ฉันจะอยากอยู่กับเขาต่อและเสียดายมากแต่ฉันจำเป็นต้องทำ อย่าให้ต้องถึงกับเอาปืนขึ้นมาขู่ไล่กันเลยนะ "อือ กลับก็ได้" ซึ่งผู้ชายคนนี้เขาก็โอเค เขาไม่ตื้อ ไม่เซ้าซี้ เมื่อฉันดันเขาออกห่าง เขาก็ยอมห่าง แล้วยื่นมือไปหยิบแก้วขึ้นมากระดกเบียร์จนหมด "อั๋น มายบ่ไปส่งละเน้อ ย่างออกไปข๋นเด่วและกะอย่าลืมปิดประตู๋หื้อโตยเด้อ" ฉันอู้กำเมืองแล้วชี้นิ้วชี้ออกไปที่ประตู ในขณะที่อะตอมกำลังเตรียมตัวกลับหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ขึ้นมาพาดไหล่และหันมามองฉันด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะคว้ามือของฉันไปจับไว้ และบังคับดึงให้ฉันเดินตามไป "ไปส่งกันหน่อยดิ่" ซึ่งฉันก็เดินตามไปโดยง่ายแบบที่ยังโดนจับมือไว้อยู่ ก่อนจะไปถึงประตูห้อง เขาก็แวะที่โต๊ะกินข้าวแล้วเอาปืนที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังวางไว้ให้ "คืนครับ" เขาโน้มตัวท้าวแขนกับโต๊ะวางปืน แล้วช้อนสายตาขึ้นมาสบตาฉันด้วยความแพรวพราว สายตาเจ้าชู้คู่นั้นทอประกายระยิบระยับจนใจไม่ดีเลย อ่อยฉันอยู่รึป่าวเนี่ย~ ฉันที่กำลังจะเคลิ้มถึงกลับต้องรีบดึงสติ "กลับบบบบ" กระทั่งฉันพูดแบบนั้น เขาก็ยิ้มแบบอารมณ์ดี และเดินมาถึงหน้าประตูห้อง ฉันก็เป็นคนเปิดประตูและผายมือเชิญเขาออกไปแบบกวนๆ พอเขาออกไปอยู่นอกห้องแล้วฉันเตรียมปิดประตูแต่พอเห็นว่าคนตัวสูงไม่เดินไปสักที ฉันก็เลยยังแง้มประตูไว้ ให้คนที่มองมาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าสายตาเขาที่มองมาเหมือนใส่ฟีลเตอร์แมวให้ฉันอีกแล้ว -///- ชอบมากเลยเวลาที่ได้เห็นแววตาอ่อนโยนจากเขาแบบนี้น่ะ "ไปแล้วนะ" "อื้ม ก็ไปดิ่" ทำไมเขามาทำเหมือนไม่อยากไปแบบนั้นล่ะ เดี๋ยวมายเปลี่ยนใจนะ "ฝันดีนะไอ้แมว" เขาเม้มเขี้ยวเม้มฟันพูดประโยคนั้นและยื่นมือเรียวยาวของเขาผ่านช่องประตูเข้ามาขยี้หัวฉันเบาๆ ความน่ารัก น่าเอ็นดูแบบนี้มันคืออะไรนะ -////- ฮื้อออ พอประตูปิดลง ฉันก็น้วยลงตรงนั้น แค่ผู้ชายบอกฝันดี ฉันก็แทบชักดิ้นชักงอแล้ว บ้าบอที่สุด อร้ากกกกก >//// .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD