5.
"แขนหายดีแล้วหรอ?"
"อืม"
เป็นอีกประโยคที่เราคุยกันหลังเธอมาเสิร์ฟอาหาร หลังจากนั้นก็ปกติ ทุกอย่างดำเนินไป ต่างคนมีหน้าที่ที่ต้องทำกัน
หน้าตาก็ดี หุ่นก็ดี ท่าทางฐานะดีด้วย แต่ก็
"บอกกี่ทีแล้วว่าเวลาเสิร์ฟอาหารระวังอย่าให้นิ้วจุ่มลงไปในจาน วันนี้ลูกค้าคอมแพลนเรื่องนี้มาหลายคนแล้วนะ!"
"ก็ระวังแล้ว"
"ระวังยังไง ลูกค้ายังด่ามาอยู่เลย ไหวไหม ไม่ไหวก็ออกไป ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!"
"อ้าว ป้า"
"ไปยืนโชว์หุ่นเซ๊กซี่ขายรถน่าจะเหมาะกับเธอที่สุดละ งานง่ายๆได้เงินเยอะแบบนั้น"
เพราะผมนั่งโต๊ะในสุดไง ก็เลยได้ยินทุกอย่าง
"ออกก็ออกดิ่ ทำไมต้องมาดูถูก งานโชว์หุ่นขายรถถ้าคิดว่ามันง่ายได้เงินเยอะแล้วทำไมป้าไม่ไปทำคะ อ่อ ไม่สวย แก่ แถมยังไร้ความสามารถ ขายไปก็ไม่มีใครซื้อ!"
เธอปากแซ่บมาก
"แกออกไปจากร้านฉัน! เดี๋ยวนี้!!"
ผมได้ยินเสียงตึงตังบ่งบอกอารมณ์ของคนด้านใน ก่อนที่เธอจะกระทืบเท้าเดินออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังบางดันประตูให้เปิดออกและเดินออกจากร้านไป
ซ่าาาาาส์
กระทั่งฝนตกลงมา อยู่ๆก็ตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในตอนที่ผมเรียกพนักงานมาคิดเงิน ความรู้สึกหงุดหงิดเริ่มเกาะกุมใจเมื่อคิดไปว่ารถผมเพิ่งออกจากคาร์แคร์ อากาศร้อนมาหลายวันฝนไม่ตก มาตกในวันที่ล้างรถ นั่นแหละความตลกของชีวิต และพอเดินออกจากร้านมาก็เห็นอีกคนยืนอยู่ที่หน้าร้าน และเหมือนจะเลิกงานแล้ว ไม่สิ่ โดนไล่ออกแล้ว
ผมยอมรับนะ ว่าผมแอบมองเธออยู่ตลอด ตอนที่เธอทำงานในร้าน ก็เห็นความผิดพลาดหลายอย่างที่เธอทำ อย่างที่ผู้จัดการร้านพูด เธอดูไม่เหมาะกับงานบริการลักษณะนี้เลยสักนิด และผมก็ยอมรับเลยว่ามองเธอแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิง มายจัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยสะดุดตาและน่ามองมากคนนึง หน้านิ่งๆเวลาไม่ยิ้มจะดูเหวี่ยง ดูหยิ่ง ซึ่งต่างจากนิสัยจริงๆเพราะเจ้าตัวยิ้มเก่งมาก เธอเป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดมาก ผู้หญิงลักษณะนี้ ถ้าคนไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่ถ้าชอบก็คือชอบไปเลย ที่มีมาพร้อมเสน่ห์คือความสวย และที่มากกว่าความสวยก็คือความน่ารัก น่ารักแบบเด๋อด๋า ทำผิดพลาดโดนตำหนิก็ยังยิ้มได้ แต่ที่ปรี๊ดจนโดนไล่ออกก็เพราะผู้จัดการร้านไปดูถูกเธอเรื่องงานง่ายๆได้เงินเยอะ
"อ้าว?"
แต่ถึงจะโดนไล่ออกก็ยังน่ารักอยู่ดี ตอนที่หมุนตัวหันมาทำสีหน้าสงสัยเมื่อเห็นว่าผมก็ยืนหลบฝนอยู่ด้านหลังเธอ มายก็น่ารักขนาดที่ผู้ชายอย่างผมเจอครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาพจำของผมคือเธอเป็นเด็กไอ้กรณ์ เป็นผู้หญิงที่มากับไอ้กรณ์ในคืนนั้น เหอะ เซ็ง =_=*
"อะตอม"
เธอทักขึ้นเมื่อผมเดินไปอยู่ไกล้ ๆที่ริมระเบียงหน้าร้าน
"อะไร?"
"จะกลับคอนโดใช่มั้ย มายขอกลับด้วยดิ่?"
"แล้วรถเธออ่ะ"
ทันทีผมถามออกไป มายก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"รถเสีย โดนไล่ออกจากงาน น้ำท่วมคอนโด ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าวันนี้แล้ว"
ผมมองเข้าไปในตากลมๆคู่นั้นของคนตัวเล็ก สีหน้าเธอดูไม่เหลือคราบสาวสวยแสนมั่นใจเลยสักนิด แววตากลมใสคู่นั้นดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆมากมายที่ถาโถมเข้ามาในวันเดียว เออ..คนเรามันก็ไม่ได้ดีไปทุกวัน มันก็ต้องมีวันที่แย่ๆกันบ้าง
"ได้ไหม"
ผมเลื่อนสายตามองไปทางอื่นเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนแบบนั้นของเธอ ก่อนจะก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง
"แฟนไปไหน ทำไมไม่ให้แฟนมารับล่ะ"
ผมลองพูดไปแบบนั้น เพราะถ้ามายเป็นแฟนผมผมคงไม่ปล่อยให้แฟนตัวเองเดินตากฝนกลับห้องคนเดียวแน่ๆ ตอนที่คิดและมองที่พื้นอยู่นั้นก็เห็นรองเท้าผ้าใบลายมิกกี้เม้าส์ gucci sneakers คอลเล็กชั่นที่x กับDisneys ขยับมาไกล้ ก่อนที่ผมจะไล่สายตาขึ้นมองจนสบเข้ากับดวงตากลมโตเจ้าของแววตาสุกใสคู่นั้น
เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ผมหูดับเดดแอร์ไปชั่วขณะ สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้านวลสวยราวกับต้องมนตร์สะกดตอนที่เธอขยับมาไกล้ให้ได้สบตา
"ไม่ให้ไปด้วยก็ไม่เป็นไร เฮ้ออ วันนี้มันแย่สุดๆไปเลย คงไม่มีอะไรแย่มากไปกว่านี้อีกแล้ว ก็แค่เดินตากฝนกลับห้องคนเดียว"
ริมฝีปากอิ่มเอ่ยออกมางึมงำแบบนั้นก่อนจะหันหน้าออกไปมองสายฝนเบื้องหน้า ยกมือขึ้นบังหัว แล้วทำท่าจะก้าวขาเดินออกไปในขณะที่ฝนยังกระหน่ำลงมาอย่างหนัก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"จะไปไหน?"
พรึ่บ!
แต่ผมก็มือไวคว้าแขนของเธอเอาไว้ก่อนมันเป็นจังหวะที่เธอเตรียมจะวิ่งแล้วผมก็รั้งไว้อย่างแรงทำให้เธอหมุนตัวกลับมาแล้วกระแทกเข้ากับผมเข้าอย่างจัง เธอเซมาหาผมแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าผมไม่ประครองไว้เราคงได้ล้มลง
"ระวังหน่อยสิ่"
ผมเอ่ยเบาๆระวังอย่างมากที่จะไม่ให้ลมหายใจไปลดข้างหูเธอ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆจากเธอก็พาลจะทำให้ผมหายใจติดขัดไปหมด แค่กลืนน้ำลายลงคอผมยังรู้สึกว่ามันยากเลยว่ะ เป็นไรไปวะ! ปกติผมไกล้ชิดผู้หญิงมากกว่านี้ยังไม่เป็นขนาดนี้เลยนี่หว่า
"อือ มายเหยียบเท้าเลย อยู่ๆมาดึงไว้ทำไม"
คนตัวเล็กดึงเท้าออกจากผมขยับตัวออกห่างนิดหน่อยแล้วเอามือทัดผมให้เข้ากับใบหูแล้วเงยหน้าขึ้นมามองกัน
"ก็แล้วจะไปได้ยังไง ฝนยังตกหนักอยู่เลย ไม่เห็นหรอ"
อันที่จริงก็กลับด้วยกันได้ ผมไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้นหรอก ที่ผมยังลังเลเพราะกลัวมีปัญหา
"มายต้องกลับห้องแล้ว ทำไงได้ล่ะ"
ใช่ สถานการณ์นี้มันคงทำอะไรไม่ได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เหมือนกัน ตอนที่เธอหันมามอง ผมก็ชั่งใจอยู่ ก่อนจะชี้ไปที่รถ
"คันนั้น?"
เธอหันมองรถที่ผมชี้ไปและหันหน้ากลับมามองผม
"ให้ไปด้วยจริงหรอ"
"หรือจะเดินสองขากลับเอง"
ผมกอดอกและพูดไปแบบนั้น คนตรงหน้าก็เผยรอยยิ้มเล็กๆให้ได้เห็น
"มีสองขาก็ต้องเดินสองขาสิ่ จะให้เดินสี่ขาหรอ"
"ไม่ใช่ว่าเธอมีสี่ขาหรอกหรอ"
"ตอมว่ามายเป็นหมาหรอ!?"
พอสาวเจ้าเตรียมเท้าเอววีน ผมก็ก้มโน้มตัวไปไกล้ๆแบบที่ยังกอดอกอยู่
"ควาย"
หลังจากผมพูดไปสั้นๆใบหน้าสวยก็ขึ้นสีเลือดสูบฉีดขึ้นมาจนแทบกระอั่ก ได้แต่อ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะด่าผมคืนยังไง 5555 ท่าทางแบบนั้นของเธอทำผมพอใจมาก
ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังรถและเปิดประตูเข้ามานั่ง พร้อมกับอีกคนที่วิ่งตามมาแล้วเปิดประตูย่อตัวเข้ามานั่งที่ข้างคนขับ ในสภาพที่เราสองคนเปียกฉ่ำไปทั้งตัว
เสื้อนักศึกษาแนบลู่ไปกลับร่างกาย และภายในรถแคบๆของผมก็ไม่มีอะไรที่พอจะซับร่างกายให้แห้งได้เลย พยายามอย่างมากที่จะไม่หันไปมองแล้ว
"ถามจริง?ปกติพูดกับผู้หญิงแบบนี้หรอ"
เธอเอ่ยขึ้นมาแบบเคืองไม่หายกับคำว่าควายของผม เห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของมายแล้วผมรู้สึกดีก็เลยแสยะยิ้มออกมาแบบอารมณ์ดี
"ถาม!"
"ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้หญิงจะทำให้อยากพูดแบบไหน"
"แล้วมาย จัดว่าเป็นผู้หญิงที่ทำให้ตอมต้องพูดไม่ดีใส่หรอ"
มายชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้ววีนฉ่ำ เออ ผมอาจจะเล่นแรงไป แต่แล้วยังไงอ่ะ? ก็แค่หันไปมองหน้าเธอแล้วเงียบใส่แม่งเลย
"....."
พอออกรถมาสักพักก็เห็นว่าเธอเอาแต่มองผมอยู่ผมเลยหันไปมองเธอบ้าง ก็ได้เห็นสายตาที่จ้องมาไม่หยุดและกำลังกวาดเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ราวกับกำลังทำการประเมินผมอยู่
"ตอม..เป็นคนยังไงกันแน่"
"หึ"
ผมยกมุมปากขึ้นยิ้มอีกครั้งกับสิ่งที่เธอสงสัย คงไม่ได้กำลังสนใจผมอยู่หรอกนะ? เพราะมันก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาผมเพราะรู้สึกสนใจบางอย่างในตัวผม ผมปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น ถามว่าผมเป็นคนยังไงน่ะหรอ ผมก็เป็นของผมอย่างนี้ ผมว่าให้คนอื่นบอกดีกว่าว่าผมเป็นคนยังไง คนเราต่อให้ตรงไปตรงมาแค่ไหนก็มักจะประเมินตัวเองในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ หรือถ้าสนใจอยากรู้มากว่าผมเป็นคนยังไงก็...เข้ามาทำความรู้จักกันดู
ผมหันไปมองเธออีกครั้ง และก็เป็นอีกครั้งที่ผมยิ้มมุมปากให้กับแววตาแป๋วแหววที่มองมาอยู่ตลอดในจังหวะที่ผมจอดติดไฟแดงตรงทางแยก ผมเสยผมไปด้านหลังและขยี้เบาๆจนน้ำที่ไรผมกระเซ็นไปโดนเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเบาแอร์
"หนาวไหม"
"ก็นิดหน่อย"
เธอก็ตอบกลับมาแล้วเลื่อนสายตามองไปรอบๆบ้าง เธอก็มองไปทั่วรถอ่ะ ก็อยู่ในรถนี่
"มายชอบผู้ชายขับเฟอร์รารี่อ่ะ เท่ห์ดี"
จนรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ผมเลยหันไปมองนักศึกษาสาวที่นั่งอยู่เบาะข้าง ก็ว่าจะไม่มองแล้ว แต่เธอก็น่ามองมาก แล้วคนที่ถูกมองก็ดูจะไม่ได้ถือสาอะไรถ้าผมจะไล่สายตามองไปทั้งตัว
"ตอมมีแฟนยังอ่ะ"
สายตา ริมฝีปาก และเรือนร่างภายใต้ชุดนักศึกษาพอดีตัว กับกระโปรงทรงเอที่สั้นมาก เวลานั่งบนเบาะรถเตี้ยๆก็ล่นสั้นเผยเรียวขาสวยและขาวจั๊วะเหมือนกินหลอดไฟทังสแตนเป็นอาหารทุกเช้า รู้ตัวรึป่าวทุกอย่างของเธอมันล่อเสือล่อจระเข้สุดๆ
"ยังไม่มี"
ผมตอบไปสั้นๆ ดวงตากลมสวยคู่นั้นก็มองมาไม่หยุด
"แต่มายมีแฟนแล้ว"
พอได้ยินคำพูดแบบนั้น ผมก็เลื่อนสายตามองตรง มองสายฝนที่ตกใส่รถและที่ปัดน้ำฝนก็ปัดมันไปมา
"แล้วรู้ไหมว่ากรณ์เขาเป็นแฟนแบบไหนของมาย"
"......"
"แฟนแบบที่ ปล่อยให้แฟนตัวเองตากฝนกลับห้องคนเดียวอ่ะ เขาเป็นแฟนแบบนั้น ลองเดาดูดิ่ ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่กับใครถึงไม่รับโทรศัพท์ และปล่อยคนที่เรียกว่าแฟนเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งๆในชีวิตอยู่คนเดียว"
เออ ก็สมแล้วกับคำว่าควาย รู้แล้วยังไม่เลิกอีก
"ถ้าตอมมีแฟน ตอมอย่าไปทำแบบนี้กับแฟนนะรู้ไหม"
และคำพูดต่อมาของเธอก็ทำผมหันกลับไปมองอีกครั้งหลังจากขับเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่ลานจอดรถใต้คอนโด ซึ่งคนตรงหน้าก็ใช้สายตามองหน้าผมนิ่งๆภายในรถแคบๆเงียบๆอากาศเย็นๆร่างกายเปียกชื้น ทุกอย่างมันสะกดสายตาผมเอาไว้มากๆ เอาจริงๆผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนใหนที่ดึงดูดผมได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย
"มองอะไร?"
"....."
ถึงเธอจะถามมาแบบนั้นแต่ผมก็ไม่มีคำตอบให้....นอกจากสายตาที่ผมกวาดมองไปทั่วทั้งตัว นั่นแหละคำตอบ มองอะไรหรอ? ก็มองเธอไง และคิดว่าเธอจะอายหรือหาอะไรมาปิดให้พ้นสายตาผม...แต่มายกับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามนั่นคือหันมาหา ตะแครงตัวเองหันมาอยู่ตรงหน้าให้ผมกวาดสายตามองไปทั้งตัว ไม่ว่าจะหน้าขา หน้าอก ก่อนจะลากสายตามองขึ้นมาเรื่อยๆจนสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดบางอย่าง แล้วเธอก็สู้สายตาผมมาก ไม่หลบตาแถมยังมองกลับมาด้วยแววตาแบบผู้หญิงเจ้าเสน่ห์ ใช่ เธอเป็นคนมีเสน่ห์ที่รู้ว่าต้องบริหารเสน่ห์ตัวเองยังไง เธอมองผมด้วยสายตาเต็มไปด้วยเสน่ห์ซุกซนแบบนั้น และมันก็ดีจนผมไม่อยากละสายตา
"ถ้าจะมองขนาดนี้? ตอมก็เอาเบอร์มาฟาดหน้ามายเลย"
ผู้หญิงคนนี้..ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย
"สี่สอง"
"อันนี้เบอร์ไร?"
"ตีน"
"โอ้โหวว ใหญ่ม้ากกก"
ผมทำหน้านิ่งๆในขณะที่คนตัวเล็กพูดและทำน้ำเสียงตกใจ สีหน้าท่าทางนี่คิดดีไม่ได้เลย ดูสองแง่สองง่ามสุดๆ ตอนที่เลื่อนสายตามองต่ำมาที่ผมและเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนสายตาเราสองคนผสานกันอีกครั้ง มันทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงร้ายกาจมาก เล่นกับใจผู้ชายเก่งสุดๆ
"อือ ก็ระวังตัวไว้ เดี๋ยวได้โดนตีนเข้าสักวัน"
แม้ว่าผมจะเอ่ยถ้อยคำแบบนั้นแต่คนตรงหน้ากลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างน่ารัก รอยยิ้ม สายตา ทุกอย่างของเธอทำผมจินตนาการไปไกลมาก ผมมองหน้าเธอแล้วเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่น อันที่จริงก็ไม่เคยเจอผู้หญิงที่น่าสนใจแบบนี้มานานแล้ว ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ถูกใจผมมากเหลือเกิน ยิ่งมอง ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกกระชากเข้าไป ในจังหวะที่เธอขยับโน้มตัวมาไกล้ผมอีกนิดแล้วช้อนสายตาแพรวระยับคู่นั้นขึ้นมองมาในระยะเราที่ห่างกันเพียงฝ่ามือ แววตาซุกซนของเธอทำผมรู้สึกใจสั่นๆ ทั้งสวย ทั้งน่ารัก และน่าขยี้ในเวลาเดียวกัน
และผมน่ะ แม่งโคตรชอบ..ผู้หญิงไทป์แมวๆแบบนี้
"ขอบคุณที่มาส่งนะ ถ้าไม่ติดว่าตอมจะด่ามายว่าควาย วันนี้ตอมเป็นเรื่องดีๆเรื่องเดียวในชีวิตมายเลย ขอบคุณนะคะ"
ริมฝีปากอิ่มขยับเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมดวงตากลมโตที่มองผมแบบทอประกายบางอย่างที่เห็นแล้วรู้สึกใจสั่น
ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับตัวช้าๆและค่อยๆเปิดประตูรถออกไป ค่อยๆก้าวขาลงจากรถ และออกไปยืนนอกรถ และโน้มตัวมองกลับมาด้วยสายตาที่คล้ายกับว่ากำลังร่ายมนตร์สะกดผมไว้
และเธอก็ทำสำเร็จ ผมละสายตาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบทใหน ผมมองตามเธอไปจนสุดสายตา จนเธอเดินหายเข้าไปในคอนโด
ผมถึงถอนหายใจออกมาเบาๆ...
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิต ผมไม่เคยโดนผู้หญิงดึงดูดได้อยู่หมัดขนาดนี้ ไม่เคยมองใครจนเหลียวหลังจนหายไปจากสายตาแบบนี้เลย มายคนแรกเลย
.