เปิดเรื่อง
พึ่บ!
“ไอ้ติน มึงอย่าหลับนะเว้ย กูบอกว่าอย่าหลับยังไงเล่า!” ผมสบถด้วยความหัวเสียขณะที่กำลังแบกไอ้ ‘มาร์ติน’ กลับคอนโด ก่อนหน้านี้ผมกับมันเพิ่งไปเคลียร์กับพวกนักเลงแถวๆ บ้านมาครับ แต่ไอ้พวกนั้นดันคิดไม่ซื่อ ใช้ไม้ฟาดกบาลไอ้ตินจนสลบไปเลยครับ นี่ถ้าไม่ติดว่าไอ้ตินสลบ ผมจะถลกหนังหัวพวกมันออกให้ได้ เชื่อสิ
“ติน ตื่นสิวะ ตัวก็ใหญ่เท่าควาย กูเหนื่อยนะโว้ย!” ผมเขย่าตัวอีกฝ่าย หลังจากที่ผมวางมันนอนลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว
ไอ้บ้านี่ มึงไม่คิดจะตื่นมารับรู้ความยากลำบากของกูบ้างหรือไงวะ!
ผมขมวดคิ้วแน่น พร้อมกับเดาะลิ้นอย่างขัดใจ ก่อนจะถอดเสื้อมันอออกอย่างเบามือ เพราะว่าเนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยบาดแผล ถ้าทำแรงก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะขาดใจตายไปซะก่อน
ผมไล้สายตาไปตามร่างกายของคนร่างสูงที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราวเพื่อสำรวจว่ามีบาดแผลที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ให้ตายสิ! ผิวแม่งโคตรขาว แถมหุ่นแม่งยังล่ำพอๆ กับผมอีก แต่ทำไมมันถึงได้ดูเซ็กซี่แบบแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้
เฮ้ย! นี่ผมแทะโลมมันด้วยสายตาเหรอเนี่ย แค่คิดว่าผู้ชายกับผู้ชายผมก็อี๋ละ ส่วนเรื่องจะไปมีจิตพิศวาสไอ้ตินคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ผมก็แมน มันก็แมน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นอันว่าจบ แต่เอ๊ะ! หรือว่ากูคิดมากคนเดียววะ
“อื้อ เอม...” เจ้าของร่างหนาครางออกมาเสียงเบา
“เหอะ! มึงจะมาองมาเอมอะไรไม่ทราบ กู ‘แทน’ ไม่ใช่เอมเมียมึงนะโว้ย” ผมชี้หน้ามัน ทั้ง ๆ ที่ผมก็รู้ว่ามันไม่รู้เรื่องที่ผมพูดหรอก ผมนี่ก็บ้าเนอะ นึกพูดคนเดียวอยู่นานสองนาน
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินไปเอาชุดปฐมพยาบาลมาทำแผลให้มันพอเป็นพิธี อันที่จริงผมก็ทำแผลให้มันอย่างละเอียดนั่นแหละ แต่เพราะผมเป็นผู้ชาย จึงค่อนข้างจะมือหนัก แต่ดีที่ครั้งนี้ไอ้ตินมันหลับ ไม่งั้นมันคงได้เตะผมหน้าหงายแล้ว โทษฐานที่ทำแผลให้มันเจ็บ นึกภาพแล้วก็อดที่จะไม่หัวเราะไม่ได้
“เสร็จละ ลำบากกูจริง ๆ เลยนะมึงเนี่ย ด๋อยเอ๊ย!” ผมตบเบาๆ บนใบหน้าอันสุดแสนจะหล่อเหลาของมัน แต่พอมองหน้าของมันเวลาหลับ ผมก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
เพราะไม่ว่าผมจะลำบากแค่ไหน หรือต้องเจอมากกว่านี้ ผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทิ้งมัน เพราะมันกับผม ‘เรามีกันแค่สองคน’