(การเข้าใจผิด)
[KATHI’S PART]
19.00 น.
“กรี๊ดดดดดด...” ฉันรีบวิ่งเข้าไปในบ้านของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน ฉันเป็นห่วงแม่ของฉันน่ะเพราะทุกครั้งที่พ่อเลี้ยงฉันเมากลับมา เขามักจะทำร้ายร่างกายแม่ของฉันอยู่เป็นประจำ ซึ่งฉันก็สงสัยว่าแม่จะทนอยู่กับผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายตัวเองไปทำไม
บ้านนี้เราอยู่กันสี่คนซึ่งมีฉันที่เป็นเจ้าของบ้านเพราะพ่อได้ยกบ้านหลังนี้ให้เป็นชื่อของฉัน มีแม่ พ่อเลี้ยงซึ่งก็คือสามีใหม่ของแม่และก็พี่ชายอีกคนที่เป็นลูกติดมากับเขา
“แม่” ฉันรีบเปิดประตูเข้าไปทันที ก่อนจะเห็นว่าสมาชิกทั้งสามคนในบ้านกำลังล้อมวงกินเหล้าพร้อมกับกับแกล้มมากมายว่างจนเต็มพื้น ‘นี่พวกเขาไปเอาเงินมาจากไหนเนี่ย’
“อีกะทิกลับมาได้สักทีนะมึง หายหัวเงียบไปทั้งวันกูขอเงินก็ไม่ให้”
“...”
“มึงดูลูกชายกูได้เงินมาก็เอามาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่” แม่หันมาบอกกับฉันเสียงแข็ง ก่อนจะลูบหัวลูกชายที่ติดสามีใหม่ของเธอมาอย่างเอ็นดู ซึ่งทั้งหมดนี้มันเป็นสิ่งที่ฉันเจอมาตลอดตั้งแต่ที่พ่อของฉันเสียไป
“…” ฉันเลือกที่จะเงียบและหันหลังเดินออกมาจากบ้านแทนขืนอยู่ต่อไปแม่ก็คงพูดเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น ฉันพยายามทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาแม่เลยสักครั้ง ผิดกับลูกเลี้ยงของเธอที่ทำอะไรก็ดีไปหมด
“มึงจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องกลับมาได้ยิ่งดี” เสียงแม่ของฉันตะโกนด่าตามหลังฉันมา
“คิดถึงพ่อจังเลยค่ะ”
พ่อของฉันท่านจากไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ฉันกำลังเตรียมสอบเพื่อเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยพอดี ท่านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตคาที่ โดยที่ทุกวันนี้ตำรวจก็ยังไม่สามารถตามจับตัวคู่กรณีที่ชนพ่อฉันแล้วหนีไปได้เลย หลังจากวันนั้นชีวิตที่เคยมีความสุขของฉันก็เปลี่ยนไป...
ฉันหยุดยืนอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ไม่ไกลจากซอยบ้านของฉันเท่าไหร่นัก ก่อนจะมองออกไปยังพื้นน้ำด้านล่างที่ตอนนี้มันมืดดำจนน่ากลัว มือบางของฉันค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง
“หนูเหนื่อยจังเลยค่ะพ่อ” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองในขณะที่มือทั้งสองข้างของฉันยังคงเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“ฮือออออ” ฉันรู้สึกว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งพ่อของฉันจากไป ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันสามารถนอนหลับได้อย่างเต็มตื่นโดยที่ไม่ต้องระแวงสิ่งรอบข้างเลย ไม่มีเลยจริงๆ
“ฮืออออออ” ฉันก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย พร้อมกับมือบางทั้งสองข้างของฉันจับราวสะพานไว้แน่น
บางทีฉันก็สงสัยนะฉันก็แค่อยากได้รับความรักอย่างที่คนคนหนึ่งควรจะได้ แต่ทำไมมันดูยากไปหมดฉันไม่คู่ควรที่จะได้รับมันอย่างงั้นหรอ...
“ฮือออออ” ฉันเงยหน้าขึ้นมามองท้องฟ้าอีกครั้ง...
“ทำอะไรของเธอ” มือหนาของใครไม่รู้จับแขนเรียวของฉันเอาไว้ก่อนจะกระชากแขนฉันเข้าหาตัวเขาอย่างแรง ทำให้ฉันเสียการทรงตัวกระแทกเข้ากับอกแกร่งของร่างสูงตรงหน้าอย่างแรง
“อะ โอ๊ย” ฉันลูบปากของตัวเองเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดที่มันคละคลุ้งอยู่เต็มปากของฉัน
“ทำบ้าอะไรของเธอ อยากตายมากรึไง ห๊ะ?” ร่างสูงตรงหน้าตะคอกใส่ฉันเสียงดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปมามองมาที่เราเป็นตาเดียว แต่เดี๋ยวนะ...นี่เขาคิดว่าฉันจะกระโดดลงไปด้านล่างงั้นเหรอ
“คือ คุณคะ...”
“ชีวิตของเธอมีค่านะเว้ย มันอาจจะเฮงซวยไปบางก็ช่างแม่งดิวะ อย่าทำอะไรโง่ๆได้ปะ” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ว่าแล้วไงเป็นเขาจริงๆด้วย น้ำเสียงคำพูดคำจาแบบนี้ที่ฉันเคยได้ยินก็มีแค่เขาคนเดียว และทั้งมหาลัยไม่มีใครไม่รู้จักเขา ‘พี่จีซัส’
“ค่ะ คุณ”
“ทำอะไรหัดมีสมองซะบ้างกว่าจะเกิดมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย...”
“พะ พี่จีซัสคะ” ฉันเรียกร่างสูงตรงหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ตอนนี้เขาดูโกรธฉันมากเลย แต่ฉันไม่ได้จะทำอย่างที่เขาพูดสักหน่อยทำไม่ต้องโมโหขนาดนี้ด้วย
“เรียกทำไมวะ ยัยหนูผี”
“ยัยหนูผีเหรอ” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอย่างอึ้งก่อนจะเอ่ยถามเขาออกไปอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“เออไง ก็เห็นเธอชอบวิ่งเหมือนหนู...” ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยบอกกับฉันเสียงเบา
“ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันชื่อกะทิไม่ใช่ยัยหนูผีและฉันก็ไม่ได้คิดจะกระโดดลงไปด้วย แต่ก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้” ฉันเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูปกติสุดๆ พร้อมก้มหัวให้กับเขาเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินหนีเขาไปทันทีฉันจำได้ไม่เคยลืมว่าผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหน และวันนั้นที่ฉันเจอเขาที่ห้องน้ำหญิงเสียงที่ชวนขนลุกนั่นยังคงฝังอยู่ในหัวของฉันไม่เคยลืม เขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ฉันควรจะอยู่ให้ห่างเข้าไว้