[KATHI’S PART]
วันต่อมา...
วันนี้เป็นวันหยุดแรกที่ฉันได้หยุดพักจากการทำงานติดต่อกันมาหลายวัน ถึงแม้ว่าอากาศในตอนนี้จะเย็นสบายเหมาะกับการนอนหลับมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มก็เถอะ สำหรับฉันมันเป็นแบบนั้นไม่ได้แน่นอน...และฉันคิดว่าตัวเองเลือกที่จะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของมหาลัยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับวันนี้ อีกอย่างวันนี้ฉันต้องเข้าไปช่วยงานที่ชมรมด้วย
“ทุกคนกำลังหลับกันอยู่ฉันต้องออกไปจังหวะนี้แหละ” ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากบ้านไม้หลังเก่าซึ่งบ้านหลังนี้เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่พ่อแท้ๆ ของฉันทิ้งไว้ให้ ฉันพยายามเดินออกมาอย่างเบาที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เพราะฉันไม่อยากปลุกสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านให้ตื่นขึ้นมาในตอนนี้พวกเขาพึ่งกลับมาได้ไม่นานถ้านอนกันไม่พอเดี๋ยวจะอาละวาดเอาได้น่ะ
“ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี” ฉันบอกกับตัวเองทันทีที่ปิดประตูรั้วเสร็จ ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะลุง”
“ตื่นแต่เช้าเลยหนูกะทิ”
“ค่า หนูไปก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยทักทายลุงวินที่นั่งรอลูกค้าอยู่ที่หน้าปากซอยซึ่งไม่ไกลจากบ้านของฉันเท่าไหร่นัก ลุงๆที่นี่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะตั้งแต่เล็กจนโตพวกเขาก็เห็นฉันวิ่งเล่นอยู่แถวๆนี้มาตลอด
“ป้านกสวัสดีค่ะ”
“เหมือนเดิมไหมหนูกะทิ”
“เหมือนเดิมค่า” ป้านกแม่ค้าร้านหมูปิ้งเจ้าประจำของฉันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นฉันเดินเข้ามาหาเธอ
“วันนี้ป้าแถมให้หนูด้วย กินเยอะๆลูกจะได้โตไวๆ”
“ขอบคุณค่า” ฉันกล่าวขอบคุณหญิงสูงวัยตรงหน้าออกไปอย่างนอบน้อม ฉันรับหมูปิ้งมาก่อนจะนั่งกินมันตรงนั้นเลยฉันนั่งคุยไปกินไปใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะขอตัวออกมา
-มหาวิทยาลัยเกเบรียล-
ฉันใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงห้องสมุดของมหาลัย ช่วงเช้าแบบนี้ยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นักฉันเลือกที่จะเดินเข้าไปยังโต๊ะที่อยู่ด้านในสุด มีชั้นว่างหนังสือบังอยู่มันดูเป็นส่วนตัวดีฉันชอบ
13.00 น.
“กะทิ” เสียงมัดหมี่เพื่อนในชมรมของฉันตะโกนเรียกมาแต่ไกล ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามาหาฉัน เธอเป็นอีกเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน เพราะเรามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกันมั้งมันเลยทำให้ฉันกับเธอเข้ากันได้ง่าย
“วิ่งมาเหรอดูเหงื่อสิ” ฉันเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูจากในกระเป๋าส่งให้กับเธอ
“ใช่สิ ไปกันเถอะเรากลัวมาไม่ทันส่งเอกสารน่ะ” เราทั้งคู่พากันเดินไปยังห้องชมรมจิตอาสาที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะยื่นเอกสารขอชั่วโมงจิตอาสาให้กับหัวหน้าชมรม
ฉันกับมัดหมี่เป็นนักเรียนทุนเหมือนกันดังนั้นเราจึงต้องยื่นชั่วโมงจิตอาสาให้กับทางมหาลัยทุกปีการศึกษา และชมรมจิตอาสาก็เป็นชมรมเดียวที่เราสามารถทำงานอาสาและได้ชั่วโมงจิตอาสามาด้วยนั่นเอง
และวันศุกร์ที่จะถึงนี้พวกเรามีโครงการจิตอาสาพัฒนาโรงเรียนบนดอย 3 วัน 2 คืน นอกจากเราจะสร้างอาคารเรียนแล้วเรายังมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับเด็กๆ และชาวบ้านในชุมชนด้วย ชมรมเรารวบรวมเงินและของใช้ที่จำเป็นไว้บ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นวันนี้พวกเราต้องมานั่งแยกว่ายังขาดอะไรอีกบ้างจะได้ไปหามาเพิ่มนั่นเอง
“กะทิช่วงนี้ทำงานหนักเลยเหรอ ดูสิเธอซูบลงไปเยอะเลย” ร่างบางตรงหน้าเอ่ยถามฉันด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับลูบลงที่แขนของฉันเบาๆ
“นิดนึงน่ะ”
“มีอะไรให้เราช่วยบอกเราได้เลยนะ”
“ขอบคุณมากนะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อน พร้อมกับส่งยิ้มไปให้เธอเล็กน้อย เพราะเราทั้งคู่มีอะไรที่หลายๆอย่างเหมือนกันน่ะ เราถึงเข้าใจความรู้สึกของกันและกันเป็นอย่างดี
ฉันกับมัดหมีและเพื่อนๆอีก 8-9 คน ช่วยกันแยกของบริจาคออกเป็นกลุ่มมีทั้งอุปกรณ์การเรียนของเด็ก อาหารแห้ง เสื้อผ้ากันหนาว รองเท้าขนาดต่างๆ ฉันกับเพื่อนช่วยกันแยกของไปคุยกันไปก็เพลินดีเหมือนกัน...