๑
สามปีก่อน
“...วันนี้เธอสวยเหลือเกินนะบุษบงกช...”
หญิงสาวพึมพำกับผู้หญิงในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า แล้วหมุนตัวไปมาหน้ากระจกอีกครั้งเพื่อสำรวจความเรียบร้อย ก่อนคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
บุษบงกชเพิ่งจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คืนนี้เธอกับเพื่อนๆ นัดไปฉลองกันที่ผับแห่งหนึ่ง
เมื่อถึงเวลานัดหมาย อารักษ์ เพื่อนชายคนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน ก็มารับเธอที่หอพัก
“บุษ...สวยจัง”
ชายหนุ่มเอ่ยชมทันทีที่เห็นบุษบงกชเดินมากับเพื่อนสนิท เขาไม่เคยเห็นบุษบงกชแต่งตัวสวยอย่างนี้มาก่อน หรืออาจเป็นเพราะเขามองว่าเธอสวยอยู่แล้วจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องแต่งกายของเธอนัก แต่วันนี้ชุดที่บุษบงกชสวมดูแปลกตาออกไปจริงๆ จากที่เคยเห็นหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสบายๆ และลุยได้ทุกที่ วันนี้เธอกลับสวมชุดสีดำ กระโปรงสั้นกับเสื้อเนื้อบางเผยให้เห็นเสื้อเกาะอกด้านใน ถึงแม้จะดูเย้ายวนหากก็ไม่จัดว่าโป๊ จะว่าไปก็เป็นชุดแบบที่สาวๆ สมัยนี้สวมใส่กันทั่วไป
“แนนให้ยืม” บอกออกไปแล้วก็ปรายตามองเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ก่อนหัวเราะคิก
ใช่ว่าครอบครัวเธอขัดสนขนาดต้องหยิบยืมเสื้อผ้าของเพื่อนมาสวมใส่ แม้เธอมาจากต่างจังหวัดแต่ฐานะทางครอบครัวก็อยู่ในขั้นร่ำรวย บิดามารดาเป็นเจ้าของหอพักหลายแห่ง รายได้ต่อเดือนมากพอสำหรับการส่งเสียบุตรสาวสองคนเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน แต่เธอโชคดีและเฉลียวฉลาดจึงสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังในกรุงเทพฯ ได้
ปีแรกที่ย้ายมากรุงเทพฯ บุษบงกชเลือกอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย ปีต่อมาจึงออกมาเช่าหอพักข้างนอกอยู่กับแนนหรือนนทรี เพื่อนสนิท เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น และที่วันนี้เธอยืมชุดของนนทรีมาใส่ ก็เพราะเจ้าหล่อนสั่งซื้อมาทางอินเทอร์เน็ตแล้วใส่ไม่พอดีตัวจึงเสนอขายต่อให้เธอ บุษบงกชคิดแค่ว่าหากใส่ได้พอดีก็จะช่วยซื้อไว้ เพราะเห็นใจเพื่อนที่เสียเงินไปไม่น้อยแต่กลับได้ชุดที่สวมไม่พอดี และเพียงแค่สวมชุดนี้ครั้งแรก เธอก็ได้รับคำชมจากทั้งเจ้าของชุดตัวจริงและจากอารักษ์ ประหนึ่งว่าชุดนี้ตัดเย็บมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
สายตาเกือบทุกคู่ต่างหันมองหญิงสาวในชุดดำที่กำลังเดินเข้ามาอย่างชื่นชม มีทั้งลอบมองและมองตรงๆ อย่างเปิดเผย คนถูกมองไม่ได้ตกประหม่าหรือทำท่ารำคาญ ผิดกับชายหนุ่มที่เดินมาด้วยกันซึ่งออกอาการไม่พอใจจนต้องบ่นกระปอดกระแปด
“จะมองหาหอกอะไรกันวะ”
แม้เสียงเขาจะเบา แต่บุษบงกชกับนนทรีที่เดินอยู่ข้างๆ ก็ได้ยิน
“เขามองเพราะอิจฉาที่นายมีสาวสวยเดินขนาบข้างถึงสองคน ไม่ชอบหรือยังไง”
“บุษน่ะสวย แต่ส่วนแก ฉันขอคิดดูก่อนนะว่ามีส่วนไหนสวยบ้าง”
อารักษ์ย้อน นนทรีค้อนขวับ แต่ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรกันอีก บรรดาเพื่อนๆ ที่มาถึงก่อนก็โบกไม้โบกมือทักทายมา ทั้งสามจึงรีบเดินไปที่โต๊ะทันที
“แม่เจ้า! บุษ...แกหรือนี่ เซ็กซี่จนจำไม่ได้ จบ ป. ตรีแล้ว แรดได้เต็มที่ละสิ”
เพื่อนหญิงที่สนิทสนมกันดีเอ่ยทัก แล้วพากันหัวเราะชอบใจ ขณะที่ผู้ชายในกลุ่มต่างก็มองบุษบงกชอย่างชื่นชมไม่ปิดบัง
ทั้งหมดดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานจนถึงเวลาผับปิดบริการ อารักษ์ที่ดื่มสุราเข้าไปพอทำให้ตาเชื่อมหวาน รีบเอ่ยชวนบุษบงกชทันที
“ไปต่อกันนะบุษ”
“ไปสิ ไปต่อที่ไหนกันดี”
นนทรีเป็นคนตอบ จึงถูกชายหนุ่มหันมามองตาขุ่น ก่อนตอบกลับเสียงแข็ง
“ชวนบุษคนเดียว”
“นั่นแน่! คิดจะไปกินตับกันละสิ” นนทรีที่อยู่ในอาการเมามายพูดออกไปเสียงดังจนหลายคนหันมามอง
“ปากนะแก ไปๆ กลับ” บุษบงกชดุเพื่อนสาวเบาๆ อดจะอายไม่ได้เมื่อคิดว่าใครต่อใครอาจคิดตามคำพูดของเจ้าหล่อน เพราะทุกคนเข้าใจดีถึงความหมายของคำแสลงที่นนทรีเอ่ย ได้แต่รีบลากคนยืนโงนเงนให้เดินไปขึ้นรถ
อารักษ์ออกอาการขัดใจที่ไม่ได้พาบุษบงกชไปเที่ยวต่อ เพราะเขาเองก็คิดจะทำแบบที่นนทรีดักคอไว้จริงๆ ยังจำคำพูดที่เพื่อนทักบุษบงกชได้แม่นยำ...จบ ป. ตรีแล้ว แรดได้เต็มที่ ที่ผ่านมา เขากับเธออย่างมากก็แค่จับมือถือแขน ไม่เคยมีโอกาสเกินเลยไปมากกว่านั้นทั้งที่ใจปรารถนา
บุษบงกชไม่ปฏิเสธที่จะไปไหนมาไหนกับเขาตามลำพัง แต่ก็มีโอกาสน้อยครั้งมาก เพราะส่วนใหญ่จะมีนนทรีติดสอยห้อยตามไปด้วย บุษบงกชไม่เคยบอกรักเขา แต่ก็ไม่ปฏิเสธความรักที่เขามอบให้ เธอไม่สนิทกับผู้ชายคนไหนเท่าเขา และเมื่อเพื่อนล้อว่าเป็นแฟนกัน เธอก็ไม่ปฏิเสธ เขาจึงมั่นใจว่าเธอมีใจให้เขา แม้เธอจะบอกเขาว่าให้ดูๆ กันไปก่อน เธอจะไม่ยอมมีอะไรกับใครจนกว่าจะเรียนจบและมั่นใจว่าฝากชีวิตเอาไว้ได้
ตอนนี้ต่างคนต่างเรียนจบแล้ว อารักษ์หวังว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจยินยอมตามใจเขาบ้าง เพื่อนๆ ที่คบหาเป็นแฟนกันหลายต่อหลายคู่มีอะไรกันแล้วทั้งนั้น บางคนถึงขนาดเช่าบ้านอยู่ด้วยกันก็มี ไม่ทันคิดว่านนทรีจะทำให้เสียฤกษ์ บุษบงกชคงจะอายที่เพื่อนรู้ทัน ทำให้ต้องปฏิเสธที่จะไปต่อกับเขา เขาจึงพลาดโอกาสดีๆ ไป