บทที่๑/๑

2153 Words
วันนี้กลุ่มเพื่อนของบุษบงกชนัดไปเที่ยวทะเลด้วยกันอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน อำลาชีวิตนักศึกษา บ้างจะกลับบ้านต่างจังหวัด ไปอยู่กับพ่อแม่ระหว่างรอเรียกตัวเข้าทำงาน บางคนเช่นอารักษ์ ก็รอไปศึกษาต่อต่างประเทศ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมีงานรออยู่แล้ว บุษบงกชนั้นขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน คิดว่าอาจจะช่วยดูแลหอพักของบิดามารดาที่เปิดใหม่เพิ่มอีกสองแห่งใกล้แหล่งชุมชนซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจ หรืออาจหางานทำใกล้บ้านเพราะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเต็มที รถยนต์สามคันพาหนุ่มสาวสิบกว่าชีวิตมาถึงบ้านเช่าริมทะเลที่ติดต่อขอเช่าจากญาติเพื่อนคนหนึ่งล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ต่างแยกย้ายกันนำกระเป๋าสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ไปเก็บ ในบ้านพักมีห้องนอนใหญ่สองห้อง แบ่งพักแยกชายหญิงได้สบาย ซ้ำห้องด้านล่างยังพอมีที่ให้ได้เกลือกกลิ้งเล่นหากใครเมาจนลุกไม่ไหว หน้าบ้านเป็นลานปิกนิกกว้างพอจะรองรับคนได้หลายสิบคน ถัดลงไปเป็นชายหาดที่เวลานี้สาวๆ บางคนกำลังวิ่งลงไปทักทายหาดทรายและเกลียวคลื่นเหมือนไม่เคยพบเจอมาก่อน “เดี๋ยวแดดก็เผาเกรียมหรอก รอเย็นๆ ก่อนสิ” เสียงคนกลัวผิวเสียตะโกนเตือนเพื่อนซึ่งส่วนหนึ่งกลับขึ้นมาเมื่อได้เหยียบทะเลสมใจแล้ว แต่บุษบงกชกับนนทรียังคงยืนมองนักเจ็ตสกีที่กำลังบังคับเครื่องยนต์แล่นโฉบเฉี่ยวยอดคลื่นอยู่กลางทะเล “กล้ามน่ากัด” นนทรีพูดพร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อเจ็ตสกีคันนั้นแล่นผ่านหน้าไป แม้ระยะไกล แต่ก็ยังเห็นรูปร่างล่ำสันของคนขับได้ชัดเจน “ผิวสีแทน กล้ามใหญ่ โอ๊ย! อยากได้มาทำสามี” นนทรีพูดเหมือนละเมอ บุษบงกชอดไม่ได้ ต้องเอื้อมไปตีแขนเข้าให้ “ยายบ้า เห็นแค่กล้ามนี่นะถึงขนาดอยากได้มาทำสามี หน้าตาเป็นยังไงยังไม่รู้เลย” “เวลาปิดไฟมันหล่อหมดแหละ” นนทรีพูดแล้วหัวเราะคิก มองตามเจ็ตสกีคันนั้นไปจนเห็นว่ามันแล่นเข้าจอดที่หาดหน้าบ้านถัดไปอีกสองหลัง “ว้าว! อยู่ที่นั่นเอง เย็นๆ จะไปเดินอ่อยซะหน่อย” “ยังเพ้อไม่เลิกนะยายบ๊อง ฉันไปละ ร้อนจนแสบผิวไปหมดแล้ว” บุษบงกชพูดแล้วเดินกลับขึ้นบ้านพักทันที “รอก่อน...ไปด้วย” คนที่มัวแต่เพ้อรีบวิ่งตามเพื่อน แต่ไม่วายจะเหลียวไปมองบ้านหลังที่เห็นนักเจ็ตสกีเดินเข้าไป มันเป็นบ้านสองชั้นหนึ่งในห้าหลังที่ปลูกเรียงเป็นแถวด้วยแบบแปลนเดียวกัน จึงเหมารวมได้ว่ามีเจ้าของคนเดียวกัน พอตะวันเริ่มคล้อย เพื่อนๆ ต่างพากันลงไปเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน แต่นนทรีกลับชวนบุษบงกชไปเดินเล่นริมหาด และจำเพาะเจาะจงเดินไปทางบ้านหลังนั้น “ฉันรู้นะ แกคิดอะไรอยู่” บุษบงกชดักคอจนถูกเพื่อนสนิทค้อนให้ แต่ยังมิวายจับมือเธอลากให้ไปเป็นเพื่อนอยู่ดี “มาๆ ทำเป็นเดินเล่นกัน จะได้เนียน” “เนียนมากนะจ๊ะ แกเล่นจ้องไปทางบ้านพักเขาตาไม่กะพริบแบบนั้น คงจะเนียนแย่” “เออน่า ก็ฉันอยากเห็นพ่อหนุ่มผิวสีแทนนั่นนี่นา” “รู้ได้ยังไงว่าหนุ่มหรือแก่” บุษบงกชอดเย้าเพื่อนไม่ได้ “กล้ามเป๊ะขนาดนั้น ยังไงก็ไม่แก่มากมายนักหรอก แต่ถึงจะแก่ กล้ามใหญ่ซิกซ์แพ็กแน่นๆ แบบนั้น ฉันว่ายังมีแรงทำอะไรๆ ได้อีกนาน” “พูดอะไรของแก บัดสี” “แกอยากคิดให้บัดสีเองทำไม ฉันละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วนะยะ” นนทรีตอกกลับแล้วหัวเราะคิกจึงถูกเพื่อนสาวค้อนให้ แต่แล้วเมื่อสายตาคนค้อนตวัดผ่านไปทางบ้านพักของหนุ่มเจ็ตสกีโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็กลับประสานเข้ากับสายตาของคนที่มองมาอยู่ก่อนแล้วจากช่องหน้าต่างชั้นสองของบ้าน จนต้องรีบหันกลับมาบอกเพื่อน น้ำเสียงตื่นเต้น “แกอย่าเพิ่งหันไปนะ เขายืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง” สิ้นเสียงของบุษบงกช นนทรีก็หันขวับไปทันทีราวถูกยุยงไม่ใช่ห้ามปราม ก่อนหันกลับมาแล้วเอามือปิดปาก ทำท่าเหมือนอยากจะกรีดร้องให้ลั่นหาดด้วยความตื่นเต้น เพราะเจ้าของผิวสีแทนกล้ามสวยนั้นหน้าตาสะสวยไม่แพ้มัดกล้ามเลยทีเดียว “โอ๊ย! เทพบุตรตัวจริง อ๊าย! อยากกรี๊ด ทำยังไงดีล่ะแก!” นนทรีพูดไปเอามือป้องปากไป ก่อนเหลือบตามองอีกครั้งแล้วหลุบตาหนี เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบก่อนตัดสินใจวิ่งกลับบ้านพักเมื่อระงับอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ “ประสาท!” บุษบงกชเอ่ยตามหลัง อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองคนต้นเรื่องที่ทำให้เพื่อนสาวของตนกลายสภาพเป็นคนเสียสติอีกครั้ง แต่พอหันไปเจอรอยยิ้มที่ส่งมาจากหน้าต่างชั้นสองของบ้านหลังนั้นเข้า เธอก็ทำท่าจะเป็นเหมือนนนทรีไปอีกคน “เขายิ้มให้เรา” บุษบงกชรีบก้มหน้าหลบตาเขา เกิดอาการตกประหม่า หัวใจหวิวหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องรีบวิ่งตามนนทรีเข้าบ้านไป เครื่องดื่มสีอำพันถูกส่งมาให้ บุษบงกชเหลือบมองแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมสำทับด้วยคำพูด “ไม่ไหวแล้วอาร์ เดี๋ยวเมาแย่” “แก้วเดียวเอง” อารักษ์บังคับให้เธอรับแก้วเบียร์ไปจนได้ แล้วยื่นแก้วในมือมาตรงหน้า “ฉลองเพื่อความรักของเรา” หญิงสาวจำต้องยอมชนแก้วกับเขา แล้วยกขึ้นจิบอย่างเสียไม่ได้ ไม่ใช่เพื่อความรักอย่างที่อารักษ์เอ่ย แค่ตัดบทไม่อยากให้เขาเซ้าซี้ ก่อนผละจากกลุ่มออกมาเดินเล่นย่ำเหยียบเกลียวคลื่นที่โถมเข้าหาฝั่ง เพราะหนวกหูการร้องรำทำเพลงของเพื่อนๆ ซึ่งพอเหล้าเข้าปากก็แหกปากร้องเพลงดังลั่น เต้นแร้งเต้นกากันสนุกสนาน ดีที่ว่าบ้านพักหลังติดกันไม่มีคนพัก ไม่อย่างนั้นเพื่อนบ้านคงออกมาโวยให้บ้างแล้ว “บุษไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกันเถอะ” อารักษ์ที่เดินตามมาด้วยเอ่ยชวน เขาวางแผนจะไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่ทำใจลำบากที่จะจากเธอไป มือกระด้างแบบผู้ชายหันมารวบมือบุษบงกชไปกุมไว้ “นะบุษ” เขาบีบมือเธอเบาๆ สายตาเว้าวอน “ไม่เอาละ บุษอยากทำงานหาเงินใช้เองมากกว่า ไม่อยากรบกวนพ่อแม่อีกแล้ว” “เราแต่งงานกันก่อน แล้วไปเรียนต่อด้วยกัน ให้พ่อแม่อาร์ออกค่าใช้จ่ายให้บุษด้วย ท่านไม่ขัดข้องหรอก” อารักษ์เสนอ คนฟังถึงกับส่ายหน้าในความคิดตื้นๆ ของเขา “พูดง่ายไปนะอาร์ ถ้าบุษจะแต่งงานทั้งที เจ้าบ่าวของบุษต้องพร้อมจะเลี้ยงดูบุษได้ ไม่ใช่ยังขอเงินพ่อแม่ใช้ แล้วเอาบุษไปเป็นภาระอีกคน” บุษบงกชพูดจบคนฟังก็หน้างอ ทิ้งตัวลงนั่งแล้วดึงให้เธอนั่งลงข้างๆ “อาร์แค่ไม่อยากจากบุษไปไกลๆ นานๆ...” อารักษ์พูดเสียงอ่อยพลางคว้ามือหญิงสาวขึ้นมาจูบ แต่บุษบงกชรีบดึงกลับโดยเร็ว “แค่นี้เองนะบุษ ทำไมต้องหวงด้วย คนอื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว มีแต่เรานี่แหละที่ทำได้แค่จับมือ” ชายหนุ่มพ้ออย่างน้อยใจ บุษบงกชอยากคิดว่าเขาพูดไปเพราะมึนเมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ชอบใจอยู่ดี จริงอยู่ที่ว่าเพื่อนๆ ของเธอที่มีคู่รัก ต่างมองว่าการมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงานเป็นเรื่องปรกติธรรมดาของคนยุคนี้ แต่คนเราแตกต่างกันทั้งทัศนคติและการใช้ชีวิต จะเอาชีวิตคนอื่นมาเปรียบเทียบและถือเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ เธออาจจะคิดมากกับเรื่องนี้ และพ่อแม่ก็สั่งสอนเสมอไม่ให้ชิงสุกก่อนห่าม จึงทำให้เธอค่อนข้างระวังตัวในการคบหาเพื่อนชาย กับอารักษ์เอง แม้จะคบหากันมาจนเรียนจบ แต่เธอก็ยังไม่เคยบอกพ่อกับแม่ถึงเรื่องของเขา ทั้งไม่เคยพาเขาไปแนะนำให้รู้จัก ไม่ว่าในฐานะเพื่อนหรือคนรัก เหนืออื่นใด เธอยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาว่าจะพัฒนาถึงขั้นคู่รักได้หรือไม่ ส่วนครอบครัวของอารักษ์นั้นเธอรู้จักดี เพราะเขาพาเธอไปไหว้พ่อแม่และแนะนำว่าเธอเป็นคนรักของเขาแล้ว เธออาจผิดที่ไม่แย้ง ทำให้อารักษ์คิดเช่นนั้นมาตลอด และพยายามแสดงความรัก เรียกร้องอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ “อาร์คงจะเมา กลับกันเถอะ” บุษบงกชรีบชวนแล้วลุกขึ้นยืนก่อนที่อารักษ์จะพูดพร่ำสิ่งใดให้ระคายหูและเคืองใจไปมากกว่านี้ “พูดเรื่องนี้ทีไร บุษบ่ายเบี่ยงทุกที ทำไม...รังเกียจอาร์มากใช่ไหม หรือบุษไม่รักอาร์ บุษมีผู้ชายคนอื่นใช่ไหม” อารักษ์ไม่ยอมลุกตาม ซ้ำยังกระชากมือจนหญิงสาวเสียหลักทรุดตัวลงมา เขาผลักเธอให้นอนหงายลงกับพื้นทรายก่อนลุกขึ้นคร่อมร่างเธอไว้ ไม่ยอมให้หลบหนีเขาไปอีกแล้ว “อาร์จะทำอะไร! บุษไม่เคยบอกว่ารักอาร์นะ อย่าทำแบบนี้สิ!” บุษบงกชร้องเสียงหลงพลางผลักไสพัลวันเมื่ออารักษ์โน้มตัวลงมาหมายจะจูบเธอ ใบหน้าและเนื้อตัวที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้ายังไม่ทันก้มลงชิด จู่ๆ ก็เหมือนลอยห่างออกไป ก่อนจะหงายผลึ่งลงไปในน้ำที่มีคลื่นม้วนตัวซัดเข้ามาเป็นระยะๆ บุษบงกชรับรู้เพียงว่ามีมือแข็งแรงคู่หนึ่งยื่นมาช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืน “อะไรวะ!” อารักษ์เกรี้ยวกราดเสียงดัง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง กระทั่งมองไปที่บุษบงกชอีกครั้งจึงเห็นชายหนุ่มร่างกำยำยืนอยู่ใกล้เธอ “อ๋อ...แฟนใหม่ใช่ไหมบุษ เพราะบุษมีมันใช่ไหม ถึงไม่ยอมเป็นของอาร์” อารักษ์เดินโซเซเข้ามาใกล้คนทั้งคู่ กำหมัดแน่นอย่างคุกคามก่อนจะชกเข้าใส่ชายหนุ่มตรงหน้าเท่าที่กำลังตนเองจะมี ชายคนนั้นเบี่ยงหลบแล้วชกสวนออกมาเข้าเต็มปลายคาง อารักษ์ถึงกับหมดสติกลางอากาศหงายหลังล้มตึงลงไปแช่น้ำทันที “ว้าย! อาร์” บุษบงกชร้องอย่างตกใจ แล้วรีบเข้าไปประคองให้ใบหน้าเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลที่สาดเข้ามาเป็นระยะ กระนั้นก็อดหันมองผู้ชายที่ยื่นมือมาช่วยไม่ได้ แม้จะเห็นหน้าเขาไม่ชัดเพราะเป็นการมองย้อนแสง แต่เธอมั่นใจว่าเขาคือผู้ชายที่พักอยู่บ้านถัดไปอีกสองหลัง คนผิวสีแทนกล้ามใหญ่ที่นนทรีหลงใหล “ขอบคุณค่ะ” บุษบงกชเอ่ยขอบคุณเมื่อเขาเดินเข้ามาแล้วลากแขนอารักษ์ ดึงตัวคนที่เมาทั้งเหล้าทั้งหมัดขึ้นไปให้พ้นชายน้ำ ก่อนปล่อยทิ้งลงอีกครั้งแล้วหันกลับมาถาม “จะให้ช่วยพาไปส่งที่บ้านหรือเปล่า” “ช่างเถอะค่ะ อยากทำบ้าบิ่นดีนัก ปล่อยให้นอนหนาวอยู่ตรงนี้แหละ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” “ไม่เป็นไรครับ ดึกแล้ว รีบกลับเข้าบ้านเถอะ” เขาพูดเหมือนรู้ดีว่าเธอพักที่ไหน ใช่น่ะสิ ก็ตอนกลางวันเขามองอยู่นี่นา คิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าหญิงสาวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสายตาที่เขามองมาและรอยยิ้มที่พาให้ใจสั่นเมื่อตอนเย็น “ดึกแล้วจริงๆ ฉันขอตัวนะคะ” บุษบงกชรีบเดินจากมา แต่ครั้นได้ยินเสียงย่ำทรายสวบสาบตามมาติดๆ หญิงสาวก็นึกกลัวขึ้นมาทันที ทางเดินไปบ้านพักแม้ไม่ไกลมากแต่ก็มืดสลัว อดนึกตำหนิตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงเดินออกมาเสียไกล แถมยังมานั่งอยู่ในที่มืดๆ แบบนั้น มิน่าเล่า อารักษ์ถึงคิดทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา แล้วตอนนี้ผู้ชายที่เดินตามมาจะคิดทำแบบอารักษ์หรือเปล่า ถึงเขาจะเป็นคนช่วยเธอให้พ้นจากการถูกอารักษ์ข่มเหง แต่มันก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่ทำเสียเอง เมื่อวิตกกังวลไปต่างๆ นานา บุษบงกชก็เร่งฝีเท้าขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งทันที ไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่มองอยู่ด้านหลังขำจนอดยิ้มไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD