ราเซียกลับมาถึงกระโจม ชะงักมือที่กำลังจะแหวกผ้าเข้าไปเล็กน้อยเพราะคาดว่าไฟซาลอาจอยู่ด้านใน เหตุด้วยนะดานั้นกลับไปนอนในกระโจมรับรองกับว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้ว หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมใจเผชิญหน้ากับเขา ก่อนจะแหวกผ้าเข้าไปแต่พบกับความว่างเปล่า เจ้าของกระโจมหนุ่มยังไม่กลับมาอย่างที่หล่อนคาดเดาเอาไว้
“นะดาก็กลับไปกระโจมโน้นแล้ว ทำไมเจ้าโจรลามกยังไม่กลับมาอีก แต่ก็ดีข้าจะได้นอนคนเดียวสบายๆ”
หญิงสาวพูดพึมพำ แล้วล้มตัวลงนอนมองเพดานกระโจม คิดไม่ตกกับมีดที่ปักลงข้างกายหล่อนและไฟซาล ทว่าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ช่วงเวลานั้น ถ้าไม่มีมีดที่หมายเอาชีวิตเล่มนั้นแล้ว ไฟซาลจะทำอะไรกับเรือนร่างของหล่อนมากไปกว่าการจุมพิตวาบหวามที่ทำครั้งแล้วครั้งเล่าหรือไม่
ใบหน้าของหญิงสาวผ่าวร้อนขึ้นมาทันที มือเรียวเล็กขยำพรมปูนอนจนย่น บิดร่างกายไปมาอย่างขัดเขิน จนต้องร้องเตือนสติตนเอง
“จะบ้าหรือราเซีย เจ้าคิดเรื่องแบบนั้นทำไม เจ้าจะต้องไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น เพราะเจ้าไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นเมียโจร จำไว้”
ราเซียเตือนสติตนเอง แล้วพยายามข่มตาให้หลับ พยายามคิดถึงแต่การหาช่องทางไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ ไปให้ไกลห่างจากชายนามไฟซาลจอมโจรแห่งทะเลทรายอัลจาดีร์ ไปจากผู้มีพันธะสัญญาผูกพันอิสรภาพของหล่อนเอาไว้ โดยไม่รอพึ่งมาโหมดอีกแล้ว เพราะไม่มั่นใจว่าเขาจะทำตามสัญญา ชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของไฟซาลอาจทำให้มาโหมดเปลี่ยนใจไปเสียแล้วก็เป็นได้
ส่วนไฟซาลนั้นแม้ประจักษ์แล้วว่าเขาเป็นบุรุษรูปงาม ดวงตาดำกลมโตมีแววมุ่งมั่นทั้งยังคมซึ้งยามลอบมองเมื่อเขาเผลอ คิ้วดกหนาทว่ามิได้ดูเทอะทะแต่รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมปากได้รูปยกขอบอย่างเย้ายวน รอบกรอบหน้าคมเข้มด้วยแนวหนวดเครา ยามเขาหันใบหน้าเส้นผมดำหยักศกที่ยาวปะบ่าสะบัดตามอย่างน่ามอง ทุกสัดส่วนบนใบหน้าที่ตราตรึงประกอบเป็นบุรุษที่ได้รับการกล่าวขานถึงความเหี้ยมโหดอย่างน่าเสียดาย
เขาโหดเหี้ยมจนหล่อนไม่อาจตบแต่งกับเขาได้ และต้องหาทางหลบหนีไปให้เร็วที่สุดก่อนจะถูกเขาย่ำยี หญิงสาวคิดใคร่ครวญจนกระทั่งผล็อยหลับไปในที่สุด
“ตื่น”
เสียงตะโกนดังใกล้หู ทำเอาผู้ที่กำลังนอนหลับสนิทอย่างสบาย สะดุ้งตกใจตื่นแล้วถดตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“ตกใจหมด ไอ้โจรบ้า”
ราเซียตวาดแว้ดอย่างลืมตัว หลังเห็นชัดว่าเจ้าของเสียงตะโกนกรอกหูคือไฟซาล โจรหนุ่มกำลังจ้องมองหล่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ริมฝีปากเขายังมีรอยขบขัน ยิ่งทำให้ราเซียขุ่นมัวในอารมณ์มากขึ้น เขามาทำให้ตกใจตื่น ซ้ำยังทำหน้าเย้ยเยาะหล่อนอีก
ราเซียผลักอกเขาอย่างแรงจนไฟซาลผงะ แต่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเมื่อเขาตั้งตัวตรงได้ ราเซียเองต้องเป็นฝ่ายเซมาปะทะแผ่นอก เพราะเขาจับต้นแขนรั้งหล่อนเข้ามาใกล้ พร้อมพูดเสียงดุดันใกล้ชิดใบหน้า
“เรียกแบบนี้ก็ไม่พอใจ หรือชอบให้ข้าปลุกแบบเก่า ได้เลยแม่สาวน้อย” สิ้นคำจมูกโด่งก็ฝังลงบนแก้มเนียนที่กำลังเบี่ยงหนี แต่เป็นการหนีที่ผิดอย่างยิ่ง เพราะเมื่อหันหนีจมูกเขา กลับพบเข้ากับริมฝีปากที่มีหนวดเคราสั้นๆ ล้อมกรอบอย่างเป็นระเบียบบดเบียดลงมาบนแก้มแล้วเลื่อนมาจับจองริมฝีปาก กดหนักหน่วงชนิดที่ไม่สามารถเบี่ยงหนีหรือผลักเขาออกห่างได้
ราเซียหายใจหอบถี่กับจุมพิตเร่าร้อนรับอรุณของจอมโจรไฟซาล ที่พยายามเบี่ยงหลบเท่าใดก็ไม่พ้น และยิ่งหลบยิ่งผลักไส แรงกดยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกแสบที่กลีบปากนุ่มนิ่มของตนเอง สุดท้ายหล่อนก็แพ้รสสัมผัสของเขาจนซึมซับความวาบหวามเอาไว้อย่างเต็มใจ
เสียงหัวเราะหึๆ ใกล้ชิดใบหน้าทำให้ราเซียที่หลับตาพริ้มรับจุมพิตและซึมซ่านไปกับความหวานหวามลืมตาขึ้น พบใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้ชิด แต่รอยยิ้มบนใบหน้าเขาแทบทำให้หล่อนอยากมุดทรายหนี ซ้ำยังเสียงหัวเราะขบขันเมื่อครู่ บวกกับคำพูดที่ออกจากปากเขาในตอนนี้ ราเซียแทบอยากหายวับไปจากที่ตรงนี้ ไปให้พ้นคนที่ทำให้อับอายเสียทันที
“ข้ารู้แล้วเจ้าชอบให้ปลุกแบบนี้นี่เอง ทีหลังข้าจะได้ปลุกให้ถูกวิธี” ไฟซาลยังจ้องใบหน้าที่ก้มงุดของหญิงสาวนิ่ง แก้มที่ระเรื่อแดงขึ้นเรื่อยๆ นั้นเร้าอารมณ์จอมโจรหนุ่มอยู่ไม่น้อย แต่มันไม่ใช่เวลานี้ เขามั่นใจว่ามีเวลากับหญิงสาวคนนี้อีกนาน อาจจนตลอดชีวิตของเขาและของหล่อนก็เป็นได้ เพราะไม่ว่าผู้หญิงคนไหนถ้าหากไฟซาลคนนี้อยากครอบครองเป็นเจ้าของย่อมไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และเขาก็ไม่ชอบการถูกขัดใจเสียด้วย
ไฟซาลรั้งข้อมือฉุดให้หญิงสาวลุกตามเมื่อเขาลุกขึ้นยืน
“ลุก เจ้ามีงานต้องทำ”
ราเซียเงยหน้ามองเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบหลุบสายตาเมื่อสบเข้ากับสายตากรุ้มกริ่มของไฟซาลอีกครั้ง ก่อนหล่อนจะอ้อมแอ้มถาม
“งานอะไร”
“เอ๊ะ เจ้านี่ทำความจำสั้นไปได้ ก็งานในหน้าที่เมีย ที่เจ้าสมควรทำอย่างไรเล่า”
“ข้าไม่ใช่เมียเจ้า”
“หรือจะเป็นตอนนี้”
ไฟซาลขัดคำแย้งของหญิงสาวด้วยคำถามที่เจ้าหล่อนฟังแล้วชะงัก แล้วส่ายหน้าช้าๆ จอมโจรหนุ่มลอบยิ้มขบขัน ก่อนสาธยายสิ่งที่จะให้หล่อนทำทันที
“เจ้าไปตักน้ำจากแอ่งมาให้ข้าไว้ชำระร่างกาย เอาเสื้อผ้าข้าไปซักแล้วกลับมาปัดกวาดกระโจม ทำอาหาร อ่า...หรือยังไม่ก็ได้ เจ้าแค่ไปยกถาดอาหารที่กระโจมใหญ่นั่น” ไฟซาลชี้มือไปให้หญิงสาวดู เมื่อรั้งหล่อนออกมาจากกระโจมแล้ว และอธิบายต่อเมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาเหมือนมีความคับข้องใจ
“กระโจมกลางนั่นเป็นที่เก็บเสบียงรวม มีครัวรวมสำหรับทำอาหารให้กับคนที่ยังไม่มีครอบครัว พวกเด็กกำพร้าหรือแม่หม้าย”
“แม่หม้าย เด็กกำพร้า”
ราเซียทวนคำอย่างสะท้อนใจ หล่อนเข้าใจโดยถ่องแท้ ชุมโจร วิถีชีวิตโจร ชีวิตที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ย่อมมีหญิงหม้ายจากการสูญเสียสามีและลูกกำพร้าเกิดขึ้นมากมาย เหตุนี้เองหล่อนจึงไม่อยากเป็นเมียโจร แม้โจรผู้นั้นจะเก่งกล้าสามารถจนคนยกย่องให้เป็นจอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ก็ตามที สักวันก็ต้องพลาดพลั้งสูญเสียชีวิต
ไฟซาลเห็นแววสลดในดวงตาสีน้ำตาลของหญิงสาว จอมโจรหนุ่มเดาออกทันทีว่าหล่อนคงสะท้อนใจกับคำว่าแม่หม้ายและเด็กกำพร้า มือใหญ่โอบไหล่แบบบางรั้งมาชิดแล้วเอ่ยปลอบประโลมน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด
“เจ้าจะไม่มีวันประสบชะตากรรมเช่นพวกนาง ข้าสัญญา”
หน้ากระโจมที่เตรียมไว้สำหรับเจ้าสาวของจอมโจรไฟซาล นะดาและซารายืนมองไปทางกระโจมของจอมโจรหนุ่ม เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาโอบกอดหญิงสาวอยู่ นะดานั้นตาร้อนขึ้นมาทันทีแต่ยังเก็บอาการเอาไว้ แล้วหันไปเย้ยเยาะหญิงสาวที่ยืนข้างๆ แทน
“ดูท่าไฟซาลจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงจากหมู่บ้านโจรคนนั้นเอามากๆ หรือเพราะนางเป็นเมียโจรมาก่อนเลยรู้งาน ช่างเอาอกเอาใจ ระวังไว้เถิดเจ้า ไฟซาลอาจยกย่องนางขึ้นมาเทียบเจ้าที่กำลังจะเป็นเมียแต่งของเขาก็ได้ ใครจะรู้” นะดาจบประโยคทิ่มแทงด้วยเสียงหัวเราะแหลมๆ ก่อนจะก้าวเดิน แต่ต้องชะงักเมื่อถูกรั้งด้วยเสียงวางอำนาจของหญิงสาวที่ถูกหล่อนเย้ยเยาะหมาดๆ
“นั่นมันเรื่องของข้ากับไฟซาลจะตกลงกันเองไม่ใช่กงการอะไรของเจ้าจะมาคิดมาห่วง สิ่งที่เจ้าต้องทำคือรับใช้ข้าตามที่ไฟซาลสั่ง เจ้าไปตักน้ำมาให้ข้าด้วย ข้าขี้เกียจไปแล้ว” ซาราพูดจบก็กลับเข้าไปในกระโจม ทั้งที่ทีแรกตั้งใจว่าจะไปอาบน้ำที่แอ่งบนเนินเขา จึงทำให้คนถูกออกคำสั่งผูกใจเจ็บสะสมความแค้นเอาไว้ในใจ
ทีข้าเมื่อไหร่แล้วเจ้าจะรู้สึก