ห้องนอนโซ่ล่า...
"ท่านพ่อ!! ควรทำอะไรสักอย่างนะคะ ตอนนี้นางเจเนเวียมันได้หน้าได้ตาเกินไปแล้ว... แบบนี้มันหยามหน้าท่านพ่อนะคะ"
"โซ่ล่าลูก....ไม่ต้องห่วงไป ยังไงลูกต้องได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดินีแน่นอน เดี๋ยวพ่อจะจัดการลูกเวรนั้นเอง"
ท้องฟ้าในคืนนี้มีดหม่นกว่าปกติ คงเพราะเป็นคืนจันทร์แรมเลยมีแค่ดวงดาวให้แสงเท่านั้น เวลาตอนนี้เที่ยงคืนกว่าที่ผมอยู่ข้างนอก..กับดยุกพวกเรามากินข้าวที่โรงแรมลูแอล มีดนตรีกับบาร์ผู้คนมากมายนั่งกินข้าวส่วนของเราเป็นโซนส่วนตัวคนธรรมดาจะไม่สามารถเข้ามาตรงนี้ได้
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ.....ไม่กินอะไรหน่อยเหรอพ่ะย่ะค่ะ หลังจากที่ออกมา การประมูลของบารอนฝ่าบาทก็ไม่เสวยอะไรเลยเพราะเด็กพวกนั้นเหรอพ่ะย่ะค่ะ"
"มันมีอะไรที่แปลกกว่านั้น บารอนไม่กล้าทำแบบนี้คนเดียวแน่นอน คงมีเพียงท่านพ่อที่สนับสนุนคนเหล่านี้ การขายเด็กคิดได้ไง ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานอีก คงต้องสั่งสอนบารอนให้รู้สำนึกซะบ้าง"
"ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล.....กระหม่อมจะพาบารอนมาให้ฝ่าบาทได้สอบสวนแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
"จากที่อ่านรายงาน บารอนยังมีกาสิโนด้วยใช่ไหม ฉันคงต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองหน่อยแล้วล่ะ"
ตัดมาทางด้านเจเนเวีย...
โรงแรมแห่งหนึ่ง......
ฉันที่อาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ ใส่แว่นตา พอเดินออกมาจากโรงแรมฝนตก ร่มก็ไม่มีจะหาซื้อร้านขายของก็ไกล วิ่งฝ่าฝนไปมีหวังได้เปียกแน่ แล้วฉันจะอาบน้ำให้เสียเวลาทำไม ถ้ารู้ว่าฝนตกหนักแบบนี้เดินกลับเลือดคงล้างออกหมดพอดี ให้ตายเถอะ ฝนบ้า!!! จะตกอะไรตอนนี้ หิวข้าวก็หิว.....
ผมมองออกไปด้านนอก เม็ดฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก สายตามองฝั่งตรงข้ามผู้หญิงสวมเสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ ใส่แว่น กางเกงยีน มีกระเป๋าสีดำอยู่ข้างหลัง มองยังไงก็เป็นเจเนเวียไม่ผิดแน่ ผมจำได้ดวงตาสีแดง ผมสีดำ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?! ผมที่ลุกขึ้นออกไปทันทีโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นสายตาเห็นร่มอยู่ในกล่องของใครไม่รู้จึงหยิบมารีบเดินไปหาเจเนเวีย....
จู่ๆก็มีร่มอยู่เหนือศีรษะของฉันจากด้านหลังฉันหันหน้าไปเป็นฝ่าบาทที่ถือร่มพร้อมกับใบหน้าที่เรียบง่ายแสนเย็นชาไม่เคยจะยิ้มเลย
"ทำไมมองฉันแบบนั้น หรือหลงเสน่ห์ ฉันเข้าให้แล้วล่ะ"
"ชิ!! หม่อมฉันไม่ได้นิยมชอบคนแบบฝ่าบาท สักหน่อยนิเพคะ " ฉันยิ้มอย่างไม่เต็มใจให้เขา..
"งั้นเหรอ...แต่น่าเสียดายฉันกลับชอบคนแบบเธอยิ่งมีความลับเยอะแค่ไหน ฉันยิ่งชอบ"
"ประสาทเหรอเพคะ..."
กลิ่นคาวของเลือดออกมาจากตัวเจเนเวีย พลังของนกฟีนิกซ์ที่รับรู้กลิ่นได้ดียิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น กลิ่นเลือดนี้ไม่ใช่ของเจเนเวียแต่เป็นคนอื่น แล้วของใครกัน เธอไปทำอะไรที่ไหนมากันแน่ เจเนเวีย
ผมที่เอาร่มยื่นให้เธอพร้อมกับเดินตามเจเนเวียในขณะฝนยังตกหนักอยู่...ผมเดินจนเห็นแผ่นหลังของเธอแต่ละก้าวที่เธอเดินช้าเหมือนให้ผมเดินตามเธอทัน ทันใดนั้นเธอก็หยุดและพูดขึ้น...
"ฝ่าบาทโคเล็ตต์....จะตามหม่อมฉันไปตลอด จนทำให้ตัวเองเปียกแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ ทำแบบนี้หม่อมฉันก็รู้สึกผิดที่เอาร่มของฝ่าบาทมาสิเพคะ"
"แต่ฉันให้เธอ ไม่อยากเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆเดินท่ามกลางสายฝนหรอกนะ งั้น....เดินกลับด้วยกัน เธอคงไม่รังเกียจฉันใช่ไหม?"
"หม่อมฉันจะกล้ารังเกียจ ฝ่าบาทที่เป็นสามีได้ยังไงล่ะ เพคะ"
ผมที่จับร่มแทนที่จะให้เธอเป็นคนถือร่มให้ ไม่สมเป็นตัวเราเลย ปกติไม่เคยจะถือร่มให้ใครแม้แต่คนเดียวขนาดท่านแม่ผมยังไม่ทำอะไรแบบนี้ น่าอายชะมัด บรรยากาศท่ามกลางฝนไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดกับเธอแม้แต่น้อย กับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้เธอจะไม่พูดอะไรในขณะที่เดินกลับพระราชวัง.....
เราสองคนที่เดินอยู่นั้น มีเสียงฟ้าร้องอย่างดังทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย เพราะผมเกลียดการที่ฟ้าร้องอย่างมาก เสียงฟ้าร้องดังหลายครั้งจนผมหยุดเดิน เริ่มไม่กล้าที่จะเดินต่ออยากจะหลบไปอยู่ในพุ่มไม้ตอนนี้เลย...
"ฝ่าบาทเพคะ เป็นอะไรไปเพคะ" ฉันที่เห็นสีหน้าของเขาไม่ค่อยดี จึงสังเกตว่ากลัวเสียงฟ้าร้อง หน้าซีดเผือด
เจเนเวียจับมือของผมและวิ่งไปหาที่หลบใต้ตึกแห่งหนึ่ง....จากนั้นเธอก็ใส่หูฟังให้ผมและเปิดเพลงให้ฟัง ผมไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องเลยนอกจากเพลงของเธอ สายตาก้มมองลงไปที่มือของเราสองคนประสานกันแน่น เธอกับผมพิงกำแพงเสื้อที่เปียกฝนเล็กน้อยร่มที่ถือมาวางอยู่ตรงพื้น ผมเลยถอดหูฟังอีกข้างให้เธอฟังด้วย.....
ฝ่าบาทที่ใส่หูฟังให้ฉัน...มุมปากที่ยกยิ้มเล็กน้อย เป็นไปอย่างที่วางไว้เขากำลังค่อยๆเปิดใจทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะฉันรู้ว่าฝ่าบาทมากินข้าว กับดยุกและไปงานประมูลเด็กของบารอน... ที่ตั้งใจเลือกโรงแรมนั้นเพื่อที่จะให้ฝ่าบาทเห็นฉันเพราะฉันรู้ว่าเขาจะจำฉันได้ดี ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ในสายตาของฝ่าบาทต้องมีแค่ฉันคนเดียว แต่ไม่คิดว่าเขาจะกลัวฟ้าร้องขนาดนี้..
มันก็ดีต่อตัวฉันการที่เขาจะเปิดใจให้ฉันได้นั้น ต้องเป็นคนที่ไว้วางใจที่สุด.... ฉันที่แสร้งอ่อนแอทำเหมือนเป็นผู้หญิงที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์ไม่รู้อะไรเลย การทำตัวลึกลับนั้นก็เป็นการดึงดูดความสนใจ ยิ่งมีคนนินทามากเท่าไหร่ ฝ่าบาทก็จะยิ่งสนใจมากขึ้นไปอีก และถ้าเขาหลงรักฉันเมื่อไหร่ ตอนนั้นฉันจะใช้เขาทำทุกอย่างในสิ่งที่ฉันต้องการ คืนมาให้หมด! ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม....
เช้าวันรุ่งขึ้น.....
ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆบนตัวฉัน ขยับร่างกายยากค่อยลืมตาขึ้น ดวงตาเบิกกว้างอยู่ในอ้อมแขนของฝ่าบาท....ตกใจผลักออกจากตัวเขาดิ้นตกเตียง!!!
"โอ๊ย! เจ็บ!"
ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อก้นกระแทกพื้นเย็นๆอย่างแรง ซวยแต่เช้าเลย
"โง่เองนิ...แทนที่จะอยู่ในอ้อมกอดของฉันดีๆ ดันดิ้นอย่างกับไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนแหละ!"
(นอนกับผู้ชายนะ เคย แต่ไม่ใช่เคยนอนกับฝ่าบาทสักหน่อย มันต่างกันนะ)
"ทะ...ทำไมหม่อมฉันถึงมานอนกับฝ่าบาทได้เพคะ ที่นี่มันที่ไหนเหรอเพคะ" สายตากวาดมองไปรอบๆไม่ใช่ห้องนอนในวัง..
"บ้านพักตากอากาศของฉันเองแหละ จงภูมิใจซะนะ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันพามาที่นี่"
เขาที่ยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์เอามือเกยคางนอนโดยไม่ใส่เสื้อผ้าอีก ไงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ และฉันไปนอนกอดเขา บนอกเขาอีก น่าอายจริงๆ เจเนเวีย เสื้อผ้าที่ฉันใส่ไม่ใช่ตัวนี้อย่าบอกนะ...
"อ้อ อยากรู้สินะ ว่าใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ฉันเองที่เป็นคนอุ้มเธอมานอนที่เตียงพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง ช่วยไม่ได้เธอดันหลับเองคงจะเพลียมาก เลยไม่กล้าปลุก ฉันเลยเป็นสุภาพบุรุษพาเธอมานอนที่เตียงนุ่มๆของฉันเลยนะ จะไม่ขอบคุณสามีของเธอหน่อยเหรอ"
"ทำไมหม่อมฉันต้อง ขอบคุณฝ่าบาท ไม่ได้ขอให้อุ้มมาสักหน่อย....ที่จริงฝ่าบาททิ้งหม่อมฉันไว้ตรงนั้นเลยก็ได้นิเพคะ"
"โถ่ ที่รักของผม จะให้ทำยังงั้นได้ยังไงกันล่ะ ผมก็ยังมีความเป็นคนอยู่นะ"
รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีเลยสักนิด...
ทันใดนั้นเขาลุกจากเตียง ก้าวขาอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อแน่น หนักชวนให้ละสายตาไม่ได้ ตั้งสติ!! ฉันกำลังหลับไปทางซ้ายแขนของเขามาขวางไว้พอจะด้านขวาแขนอีกข้างก็มาขวางไว้อีก ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ฉันจบเกือบแนบชิด เขาจับมือของฉันเอาไปลูบหน้าอกของเขาลงไปช้าๆ ฉันที่ปิดตาสนิท เท้าของฉันจิกพื้นแน่น
ไอ้โรคจิตคิดจะทำอะไรเนี่ย เผลอหันหน้าไปหาเขาปากของเราสองคนประกบกันอย่างรุนแรงมือของฉันที่ดันหน้าอกเขาแต่เขากลับจับมือของฉันดันติดกำแพงร่างกายไม่สามารถขยับได้เขาเพิ่มน้ำหนักการจูบรู้สึกถึงกลิ่นเลือดฉันที่กัดไปตรงปากของเขาอย่างแรง และรีบหนีเข้าห้องน้ำล็อกประตูทันที ใบหน้าฉันที่เห็นในกระจก แดงระลื่อ
"หน้าแดงอะไรขนาดนี้ ให้ตายเถอะ ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย! ทำไมถึงได้ใจเต้นรัวผิดปกติ หรือฉันจะเป็นโรคหัวใจกัน โอ๊ยยยย!"
ผมที่ยืนพิงอยู่หน้าประตูห้องน้ำแอบฟังเสียงของเธอ ทำเกือบจะหัวเราะออกมาเธอก็มีมุมน่ารักเยอะเหมือนกันเเฮะ การได้แกล้งเธอแบบนี้....ก็ทำให้ผมรู้สึกดี ไม่ใช่สิ ทำไมเราถึงยิ้มล่ะ บ้าน่า!!!
"ฉันจะชอบเจเนเวียไม่ได้เด็ดขาด!"
"ฉันจะชอบฝ่าบาทไม่ได้เด็ดขาด!"
ในสวนพระราชวัง.....
"ราชาโคลด์พ่ะย่ะค่ะ.....มีข่าวของบารอน คอนติ ว่าเสียชีวิตเมื่อคืนพ่ะย่ะค่ะ ในเน็ตกับหนังสือพิมพ์ออกข่าวทุกช่องทางเลยพ่ะย่ะค่ะ"
ราชาโคลด์ที่กำลังนั่งฉิบชายามเข้าอย่างอารมณ์ดี มาร์ควิสที่มารายงาน ราชาโคลด์พอเขาได้ยินชื่อ บารอน คอนติ เขาเปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที..... มือวางชาลงพร้อมหยิบแท็บเล็ตมาดูนิ้วเลื่อนหน้าจอไปมา
"ใครมันเป็นคนฆ่า!!"
"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ....กระหม่อมลองตัวสอบแล้วแต่กลับไม่มีร่องรอยเหลืออยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ"
ราชาโคลด์ลุกขึ้นเอาแท็บเล็ตฟาดไปที่ใบหน้าของมาร์ควิส อย่างแรง!!
"มาร์ควิสเจเรมี่ ฉันไว้ใจนายให้ทำหน้าที่ทุกอย่าง แต่แค่เรื่องแค่นี้กลับทำไม่ได้ แล้วฉันจะขึ้นตำแหน่งให้นายมาเป็นดยุกได้ยังไงกันล่ะ สมองของนายมันคงจะเน่าแล้วสินะ กับอีแค่หาตัวคนฆ่ายังทำไม่ได้ ต่อจากนี้ฉันจะเชื่อใจนายต่อไปได้ยังไงกัน มาร์ควิส!!"
"......... ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปหาตัวคนฆ่าให้เจอพ่ะย่ะค่ะ"
"งั้นก็ดี.....ไปหาให้เจอ ไม่งั้นโซ่ล่าคงจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจักรพรรดินีแน่นอน"
"รับทราบพ่ะย่ะค่ะ....."
มาร์ควิสที่หน้าซีดรีบลุกออกไปทันที.....จากนั้นมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาราชาโคลด์
"มาแล้วเหรอ ช่วงนี้ตามตัวยากจริงๆเลยนะ"
"ขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ พอดีกระหม่อมไม่อาจจะมาหาได้ตามที่ต้องการหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ แล้วต้องการเจอกระหม่อมทำไมเหรอพ่ะย่ะค่ะ"
"ฮ่าๆๆๆๆ นั้นสินะ คงจะยุ่งน่าดูเลย....แสดงความกตัญญูที่ฉันตั้งใจเลี้ยงดูนายมาตั้งแต่พ่อของนายตายหน่อยได้ไหม ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง!!"
"สั่งมาเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพร้อมทำตาม...."
".....ฆ่าเจเนเวียซะ!!! ฉันหวังว่าคำขอของฉันจะไม่มากเกินไปนะ ดยุกเฟียร์โดชาร์"