น้ำหวานใช้เวลาในห้องน้ำหนึ่งชั่วโมงเต็ม เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการนั่งเหม่อลอย ครุ่นคิด และสับสน ปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันเมื่อนึกถึงจูบของกลกันต์
มือบางที่ถือใยบวมขัดตัว ขัดวนทั่วตัวหวังลบสัมผัสของเขาออกให้หมด แรงถูที่ค่อยๆเพิ่มความแรงขึ้นแต่กลับไม่ทำให้รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย จนตัวนี้ทั่วทั้งตัวของร่างบางแดงราวกับมีใครเอาน้ำแดงมาสาด
ดวงตาหวานบวมและแดงก่ำ น้ำใสเอ่อคลอรอบดวงตาค่อยๆไหลรินลงมา
เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว
อยากหนีไปให้ไกล
อยากหนีไปตอนนี้เลยยิ่งดี
คิดได้ดังนั้นจึงเอื้อมมือปิดสายน้ำที่กำลังไหลรดตัว หยิบผ้าเช็ดตัวจากราวกดซับน้ำออกจากลำตัวเบาๆ เพราะเริ่มรู้สึกแสบจากรอยครูดของใยบวบ แล้วใช้ผ้าผืนเดิมพันรอบลำตัว
เอื้อมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำจากเส้นผมพอหมาดๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลืนก้อนสะอึกที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไป แล้วก้าวออกจากห้องน้ำ
น้ำหวานเลือกแต่งกายง่ายๆด้วยเสื้อยืดสีดำและกางเกงผ้านิ่มขายาว ยัดเสื้อผ้าและของใช้ที่พอจะนึกออกในยามคับขันลงในกระเป๋าเป้สะพายหลังด้วยความเร่งรีบ เกรงว่ากลกันต์จะมาเจอเข้า
ร่างบางเลือกเดินลงมาด้านล่างโดยใช้บันได กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากห้องครัวจนต้องหันมอง พึ่งนึกได้อาหารที่เธอทานเข้าไปล่าสุดคือบ่ายโมงและเป็นมื้อเดียวที่ได้ทานในวันนี้ ไม่นับรวมชานมไข่มุก
ไม่มีมีเวลาคิดมากร่างบางย่องออกไปด้านหน้าตัวบ้านด้วยความไว ที่ตอนนี้ เป็นเวลาพลบค่ำ และมืดหนักกว่าเดิม ท้องฟ้ามืดครึ้มทำท่าเหมือนฝนจะตก
กอดกระชับกระเป๋าให้แน่นขึ้น ก้าวขาฉับไปตามทาง มุ่งหน้าไปยังถนนสายหลัก ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านราวสามกิโลเมตร
โดยปกติแล้วน้ำหวานจะมีรถจักรยานยนต์คู่ใจที่คุณลุงซื้อไว้ให้ช้ำสำหรับเดินทางภายในไร่ แต่วันนี้เธอไม่อยากจะหยิบมาใช้จึงเลือกวางกุญแจรถไว้ที่ตู้ข้างเตียงในห้องนอน
สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดที่สูงบดบังทัศนียภาพรอบข้าง กรปอกับเป็นช่วงค่ำที่เหล่าคนงานเลิกงานกลับบ้านไปจนหมด และสายฝนที่กำลังโรยรินลงมาทำให้เริ่มกลัว
ทางฝั่งของกลกันต์ที่หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว จากท่าทางน้ำหวานที่เขาเห็น เธอคงกลัวเพราะไม่คิดฝันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงเป็นเขาเองที่ใจร้อนอยากครอบครองเธอจนเกินไป
อยากขอโทษ แต่ไม่รู้จะเข้าไปอย่างไรไม่ให้ถูกไล่ตะเพิดออกมา จึงเข้าครัวทำอาหาร หวังว่าของอร่อยจะช่วยให้เธอใจเย็นลง
สุกี้น้ำร้อนๆ จึงเป็นเมนูที่เขาเลือกทำในวันนี้ ใส่ผัก นาๆ ชนิด หมูหมักนุ่มๆ วุ้นเส้น และตามด้วยไข่ 1 ฟองแบบนี้น้ำหวานชอบ เมื่อเสร็จแล้วจึงจัดลงชามอย่างสวยงามและยกเสิร์ฟไปจนถึงห้อง
แอดดดดดดดดด
กลกันต์ก้าวเข้ามาในห้องที่เงียบสนิทมีเพียงกลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยปะทะเข้ามา แต่กลับไม่พบเจ้าของห้อง
หัวใจของคนตัวโตพลันวูบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม วางถาดอาหารไว้ที่โต๊ะ ค้นดูรอบๆห้อง
กระเป๋าสตางค์ และกระเป๋าเป้ที่น้ำหวานชอบใช้ไม่อยู่
บนเตียงมีไม้แขวนเสื้อที่ถูกวางไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ 4-5 อัน
บนตู้เล็กข้างเตียงมีกุญแจรถวางอยู่
คงไปไหนได้ไม่ไกล ร่างสูงรีบวิ่งออกไป ผ่านตัวบ้านที่ตอนนี้มืดสนิทและสายฝนที่กระหน่ำตกหนัก
เปรี้ยงง ! เปรี้ยง!
แสงสีขาววาบ มองเห็นเป็นรอยปริแยกบนท้องฟ้าปรากฏขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนตามด้วยเสียงดังก้องสนั่นไปทั่วหล้า
ร่างเล็กรีบจ้ำอ้าวไปข้างหน้า เพราะจำได้ว่าระหว่างทางมีกระท่อมหลังเล็กที่พอจะเป็นที่หลบฝนให้เธอได้
มาถึงกระท่อมเล็กกลางไร่ข้าวโพด น้ำหวานวางกระเป๋าลงบนแคร่ไม้เก่า ขนาดเล็ก ที่เพียงช่วยให้ไม่เปียกไปมากกว่าเดิม เสื้อผ้าที่สวมใส่มาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เนื้อผ้าแนบไปกับผิวบอบบาง
แสงไฟจากมือถือสว่างขึ้น สอดส่องไปบนผืนไม้เก่า ก่อนนั่งลง กอดกระชับตัวเองท่ามกลางความมืดมิด แล้วกดปิดเครื่อง
ร่างเล็กนั่งชันเข่าทั้งสองข้าง หันหลังผิงกับเสาต้นหนึ่งที่ริมกระท่อม สองแขนกอดไขว้กันเหนือหัวเข่า ก้มหน้าลง เพราะไม่อยากมองรอบตัวที่ดูน่ากลัวเหลือเกิน
เปรี้ยง !
เสียงที่ไม่อยากได้ยินดังขึ้นอีกครั้ง
ร่างเล็กสะดุ้งตกใจ เสียงสะอื้นๆ ค่อยๆดังขึ้นมา นับตั้งแต่คุณลุงเสีย ไม่มีวันไหนที่เธอไม่เสียน้ำตา พอคิดจะทำให้ได้กลับมาเจอเรื่องใหม่ เจ็บลึกๆในใจเมื่อคิดว่ากลกันต์เห็นเธอเป็นเพียงของเล่น แก้เหงา ไร้หนทาง
ฮึก ฮึก
เพราะก้มหน้าซุกหน้าอยู่ จึงไม่ทันเห็นว่ามีชายร่างโตยืนเบื้องหลัง
กลกันต์ที่รีบวิ่งมาสุดชีวิต ไม่สนใจเสียงก้องกัมปนาท รอบตัว และสายฝนที่โปรยกระหน่ำ ตามมาจนทันจุดหมายที่คาดว่าจะเจอน้ำหวาน
สภาพน้ำหวานทำให้เขาเจ็บใจหนัก โกรธตัวเองที่ทำให้เธอเสียใจจนหนีออก
ไม่เสียเวลาพูดพร่ำร่างสูงโผเข้ากอดคนตัวเล็ก ดีใจที่เธอยังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้รับบาดเจ็บใด แม้ที่แห่งนี้จะเป็นไร่ของเขา การที่หญิงสาวออกมาในเวลานี้คนเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
น้ำหวานตกใจสุดขีด ที่ตอนนี้มีชายหนุ่มสวมกอดเธอ ใบหน้าเล็กซุกอยู่ที่อกเขา
ชู่วววววว
“พี่เอง พี่เอง กลกันต์” ชายหนุ่มละล่ำละลักบอก กอดกระชับให้แน่นขึ้น เพราะร่างเล็กทั้งดิ้น ใช้ทั้งมือและเท้า เตะ ทุบ ลงบนตัวเขา
ฮึก ฮึก
เปรี้ยง!
“ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแล้วนะ” น้ำหวานกลัวเสียงฟ้าร้อง ข้อนี้เขารู้ดี อดโกรธคนตัวเล็กด้วยไม่ได้ ที่ไม่ห่วงตัวเอง แต่โกรธมากที่สุดคงเป็นตัวของเขา
“ไม่ต้องกลัวนะคนดี”
“ชู่ววว ไม่ต้องกลัว”
กอดกระชับคนตัวเล็กจนจมไปกับอกกว้าง ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากนัยน์ตาหวาน ปากหนาพร่ำปลอบประโลมให้คนตัวเล็กหายกลัว