ตอนที่ 2 พี่ชาย

2276 Words
ถ้าคุณกลกันต์เป็นคุณแม่ก็คงดีเธออาจจะปรับความเข้าใจและรักกันเป็นพี่สาวน้องสาวแบบน่ารักๆเหมือนคู่พี่น้องอื่นบ้าง เธอฝันอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนที่รักรอคอยอยู่ที่บ้าน และอยากมีพี่สาวหรือพี่ชายสักคนที่คอยปลอบใจในวันที่เศร้า อยากจะงอแงและรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยรำคาญในสิ่งที่เธอทำ กับกลกันต์ ในครั้งแรกที่เธอย้ายเข้ามาบ้านนี้เขาดีใจมากและบอกกับทุกคนว่าเธอคือน้องสาวของเขา เขาจะดูแลเธอไปตลอด และเขาก็ทำเช่นนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาเริ่มเปลี่ยนไป จากใจดีกลับเป็นใจร้าย จากคอยเอาใจเป็นขัดใจ และความสนใจของเขาที่เธอมีให้เธอคนเดียวกลับถูกแบ่ง ครั้งหนึ่งที่เธอขอออกไปเที่ยวงานวันเกิดเพื่อน วันนั้นเป็นวันที่คุณลุงติดงานเลี้ยงต่างอำเภอ เพื่อนของเธอจึงเสนอตัวให้ทางบ้านไปส่ง แต่เพราะวัยเด็กที่สนุกกันพออยู่ด้วยกันหลายคนจึงไม่อยากกลับ พอเห็นเวลาอีกทีดึกดื่นแล้ว ทางผู้ใหญ่จึงต้องบังคับให้เลิกเล่น และรอเจอกันอีกทีที่โรงเรียน หากแต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน แสงไฟเปิดสาดส่อง ร่างสูงของผู้เป็นพี่ชายยืนจังก้ารอต้อนรับพร้อมไม้เรียว เขาทั้งดุ ด่าเธอ และลงโทษเธอโดยไม่ถามเหตุผลที่เธอออกไป เข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายหนีเที่ยว คืนนั้นคนตัวเล็กได้รับรอยไม้เรียวฝากไว้ที่บริเวณสะโพกถึงสามรอย และกว่ากลกันต์จะรู้เรื่องราวก็คือเช้าวันใหม่ที่กลเกียรติเป็นผู้เล่าให้ฟัง เหตุการณ์ครั้งนั้นยิ่งทำให้ทั้งสองคนห่างเหินกันไปอีก ยิ่งเมื่อน้ำหวานต้องเรียนหนักขึ้น การเจอกันระหว่างสองคนยิ่งน้อยลง ตอนนี้แม้กลกันต์เติบโตขึ้นไปอีกขั้นจากเด็กหนุ่มวัยรุ่นกลายเป็นชายที่สมบูรณ์เพียบพร้อมดูดีกว่าเดิม และที่เธอรู้คือเขาไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่ใครๆต่างรู้ว่ากลกันต์นี่เสือตัวพ่อ ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ต่างอยากเข้ามาล่อเสือตัวนี้ ด้วยหน้าตาที่ดูหล่อเหลา ส่วนสูงเกินมาตรฐานชายไทยที่ 185 เซนติเมตร และฐานะทางสังคม ทำให้เขามีผู้หญิงโปรไฟล์ดีๆ พร้อมทำความรู้จัก แต่ก็ไม่เห็นคบกับใครสักที เมื่อรถเข้ามาจอดภายในตัวบ้านกลกันต์และน้ำหวานจึงช่วยกันขนสัมภาระลงและขึ้นไปยังชั้นสามด้วยลิฟต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งอันที่จริงเธอชอบใช้บันไดมากกว่า แต่เพราะวันนี้เหนื่อยมากแล้วไม่มีแรงก้าวเดิน “คืนนี้ก็อาบน้ำนอนด้วยนะ ไม่ใช่หลับสภาพนี้” เขาว่าพร้อมมองเธอลากสายตาจากปลายเท้าขึ้นมายังใบหน้า “รู้แล้วค่า คุณพี่ชาย วันนี้น้องน้ำหวานจะอาบน้ำให้ตัวหอมเลย” ว่าแล้วจึงหมุนตัวจะเดินเข้าห้อง ทันได้ยินเสียงเขาที่ดังไล่ตามหลังมา “ฉันไม่ใช่พี่ชายเธอ” รู้สึกเจ็บนิดๆ เมื่ออีกฝ่ายบอกชัดเจน เขาไม่ต้องการน้องสาวคนนี้ เธอรู้แล้วว่าที่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้เพราะคุณลุงเอ็นดูเธอ และเขาไม่ได้มองเธอเป็นน้องสาวเลย “ค่ะ ถ้าน้ำหวานมีพี่ชายคงไม่อายุมากกว่าขนาดนี้ แบบคุณกลกันต์เหมาะจะเป็นคุณพ่อน้ำหวานมากกว่า” เมื่อได้เอาคืนเล็กๆน้อยๆ ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าห้องปิดประตู ไม่อยู่รอฟังน้ำคำพูดของเขาให้ต้องหมองใจและเก็บไปคิดอีก ส่วนชายโสดที่อายุปูนนี้คงเป็นคุณพ่อได้แล้วยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม สามสิบหกแล้วไงเขายังหนุ่มยังแน่นแล้วกัน เช้าวันถัดมาที่ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าแล้ว น้ำหวานจึงลงมาเพื่อเตรียมอาหารสำหรับการใส่บาตรในตอนเช้าที่ทำเป็นประจำทุกวันตั้งแต่คุณป้าน้ำฟ้ายังอยู่ พอคุณป้าเสียน้ำหวานก็ยังคงทำเช่นเดิม บางวันอาจมีใส่บาตรคนเดียวหรือมีคุณลุงมาร่วมด้วยบ้าง ส่วนพี่ชายตัวโกงนั้นอย่าได้ถามถึงเชียวคงทำอะไรแบบนี้ไม่เป็น ไม่ใช่ว่าเขาตื่นสายหรืออะไรแต่เพราะกลกันต์ให้เหตุผลว่าชอบทำบุญกับคนมากกว่าโดยเฉพาะเด็กๆ พวกเด็กสาวล่ะสิไม่ว่า เหอะ และเช้านี้ก็เป็นอีกวันที่กลกันต์ตื่นแต่เช้าเตรียมออกไปวิ่งรอบๆไร่ ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อสำหรับออกกำลังกายแบรนด์หรูที่มีการระบายเหงื่ออย่างดี กางเกงขายาวสีดำ ตามด้วยรองเท้าสำหรับวิ่ง “ฉันกำลังจะออกไปวิ่งพอดี วันนี้วิ่งเสร็จว่าจะเข้าไปดูงานที่ไร่ เจ็ดโมงครึ่งจะกลับมากินข้าวที่บ้าน เตรียมไว้ให้ด้วย” เจ้าค่ะ สั่งเสร็จก็ออกวิ่งไปไม่สนใจว่าน้ำหวานจะรับคำหรือไม่ แต่แล้วไงเธอก็ปฏิเสธเขาไม่ได้อยู่ดี คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงเดินเข้าครัว สำรวจดูของสดที่มีเนื่องจากหลายวันมานี้น้ำหวานไม่ได้เข้าครัวเลยอาศัยกินอาหารภายในงาน กินแค่พอประทังชีวิตไม่ได้สนใจความอร่อยหรือความอิ่มเลย นับว่าในตู้เย็นยังมีของเหลืออยู่มากไม่ว่าจะเป็น หมู เห็ด เป็ด ไก่ คงเพราะส่วนมากเน้นทำอาหารทานเองที่บ้านและมีป้าแก้วช่วยจัดเตรียม วันนี้อาหารที่น้ำหวานทำจึงมีสามอย่างคือ ไก่ผัดขิง แกงจืดเต้าหู้หมูสับ และไข่เจียว ทำทั้งใส่บาตรและทานในเมื้อเช้า บ้านนี้แทบไม่ได้ทำโจ๊กหรือข้าวต้มมานานมากเพราะกลกันต์ไม่ชอบ เขาชอบทานข้าวสวยเป็นหลัก เหตุผลคืออิ่มและอยู่ท้องนานกว่า เขาไม่ชอบแต่เธอชอบและมีซื้อแบบสำเร็จรูปติดไว้บ้านในยามที่ต้องการอาหารด่วน ใช้เวลาเตรียมอาหาร ใส่บาตรและเก็บล้างครัวจนเสร็จ เจ็ดโมงครึ่งแล้ว กลกันต์ก็ยังไม่กลับมา จึงทานขนมปังและเครื่องดื่มร้อนเพื่อรองท้อง พร้อมเปิดดูการ์ตูนไปด้วยระหว่างรอ ก็ไม่รู้ดูการ์ตูนอิท่าไหน เพราะภาพที่กลกันต์เห็นเมื่อกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบแปดโมงตอนนี้คือร่างบางสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีครีมและกางเกงสีขาวขาสั้นนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าทีวี ที่กำลังฉายเรื่องราวของเจ้าหมูตัวสีชมพู ด้านหน้าโต๊ะมีขนมปังวางอยู่หนึ่งชิ้นและเครื่องดื่มที่เหลืออยู่เกือบครึ่งแก้ว หันกลับมามองร่างบางที่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วแต่ยังมีนิสัยเป็นเด็กอยู่ กางเกงขาสั้นที่ใส่ก็ร่นขึ้นจนเขารู้สึกใจคอไม่ดี กลืนน้ำลายลงคอ เฮือกใหญ่ จึงสะกิดปลุกหญิงสาว “จะนอนก็หัดใส่เสื้อผ้าที่มันดีกว่านี้หน่อย โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว กับข้าวที่เตรียมไว้คงเย็นหมดแล้วลุกขึ้นไปอุ่นแล้วมากินข้าวกัน” กลกันต์พูดเร็วๆ แล้วผละตัวออกห่างก้าวขึ้นชั้นบนราวกับเธอเป็นของร้อนที่ไม่อยากสนทนาด้วย รีบอะไรของเขา หลังจากวิ่งเสร็จและเข้าไปดูงานในไร่ ที่วันนี้มีการลงต้นกล้าแต่จากช่วงที่ผ่านมามีพายุฝนทำให้กล้าบางส่วนเกิดความเสียหาย วันนี้กลกันต์จึงต้องเข้าไปดูงานด้วยตัวเอง ไหนจะเรื่องภายในไร่และเรื่องของกลเกียรติ ที่จะมีการเปิดพินัยกรรมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคยลอยมาติดจมูกทำให้น้ำหวานที่นั่งรอที่โต๊ะกินข้าวรับรู้การมาถึงของกลกันต์ก่อนเจ้าตัวจะมาถึงเสียอีก เขาหอมฟุ้งมาเอาซะเธอรู้สึกผิดเลย เมื่อเช้าก็ตื่นมาทำอาหารใส่บาตร ทำเพียงล้างหน้าแปรงฟัน ยังไม่อาบน้ำและตอนนี้หัวเธอคงติดกลิ่นไก่ผัดขิงเรียบร้อย ทั้งสองลงมือทานอาหารด้วยกันเงียบๆ เพราะอยู่ด้วยกันมานาน แม้จะมีช่วงหลายปีที่กลกันต์กันต้องไปเรียนไม่ได้กลับมาที่ไร่ และพึ่งกลับมาอย่างเต็มตัวในตอนที่เขาอายุย่างสามสิบหรือเมื่อหกปีที่แล้ว ตรงกับช่วงที่น้ำหวานกำลังเรียนมัธยมในโรงเรียนประจำของจังหวัด จะกลับมาที่ไร่นี้เฉพาะวันหยุด แต่เมื่อกลับมาเจอกันความรู้สึกก็คงเหมือนเดิมคือนางเอกยังคงถูกตัวโกงกลั่นแกล้ง “ไหนว่าจะเข้มแข็งเลิกร้องไห้ ตาบวมอยู่เลย แล้ววันนี้ป้าแก้วไปไหนไม่มาช่วยเธอเตรียมอาหาร” “หลานป้าแก้วป่วย ป้าแก้วบอกน้ำหวานไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ น้ำหวานลืมแจ้งคุณ” น้ำหวานเลือกที่จะตอบเฉพาะคำถามที่สอง “อีกไม่กี่วันจะเปิดพินัยกรรมแล้ว ใครจะว่าอย่างไรไม่ต้องสนใจ ญาติฉันก็มีแต่พวกกาฝากเหมือนเธอนั่นแหละ” อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยขึ้นมากับเรื่องพินัยกรรมของคุณลุงกลเกียรติที่จะต้องมีเธอเข้าร่วมด้วย ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยกับคำพูดเขาเพราะเธอมันก็แค่กาฝาก นกน้อยไร้หนทางไร้ญาติ ขาดมิตร “แล้วนี่วางแผนจะกลับเข้าหอวันไหน เตรียมของหรือยังขาดเหลืออะไรบ้าง เป็นหอพักหญิงใช่ไหม วันที่ฉันไปส่งช่วยขนของขึ้นไปได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้อาจจะให้ป้าน้อยไปช่วย” เพราะตอนนี้น้ำหวานเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง ทำให้ต้องเช่าหอพักและอยู่คนเดียว จะกลับมาที่ไร่เฉพาะช่วงปิดเทอมและช่วงหยุดยาว ส่วนช่วงที่เปิดเทอมนั้นพ่อของเขาจะเป็นฝ่ายไปหาน้ำหวานเองเสียส่วนมาก “หวานคุยกับเจ้าของหอพักแล้วค่ะ วันเข้าหอสามารถให้ผู้ปกครองช่วยขนของเข้าไปได้ หวานเอาของไปไม่เยอะ ขนคนเดียวสบายเลย และหวานคงไม่รบกวนคุณกันต์ วันเข้าหอหวานจะไปพร้อมเพื่อนค่ะ เพื่อนจะเข้ามารับน้ำหวานเอง” “ใคร เพื่อนคนไหน” “คุณกันต์ไม่รู้จักหรอกค่ะ” “หรือว่าแฟน” “ไม่ใช่นะคะ หวานยังไม่มีแฟน” “หึ ก็ดี บอกเพื่อนเธอด้วยว่าฉันจะไปส่งเอง ในฐานนะที่ตอนนี้ฉันเป็นผู้ปกครองเธอ” “หวานขอไปกับเพื่อนได้ไหมคะ เรานัดกันไว้ว่าจะเก็บของเข้าหอในช่วงกลางวัน แล้วช่วงเย็นจะไปเที่ยวต่อ หวานไม่อยากผิดนัดเพื่อน ไปใกล้ๆกรุงเทพเองค่ะ นครปฐม มีตลาดองค์พระนครปฐม มีแต่กินน่าอร่อยทั้งนั้นเลย หวานขอไปนะ นะ นะ” น้ำเสียงอ้อนและสายตาที่ส่งให้ คงอยากไปจริงๆเพราะไม่บ่อยครั้งที่น้ำหวานจะอ้อนเขาแบบนี้ ไม่ว่าเปล่าจากที่นั่งทานข้าวอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้น้ำหวานได้ย้ายตัวเองมานั่งข้างกลกันต์ แขนเรียวเล็กสอดเข้าล็อกแขนของคนตัวใหญ่ที่โชว์เส้นเลือดเด่นชัดอย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำ ก่อนเขย่าเบาอ้อนคนตัวโต “เนี่ยหวานจดรายการอาหารที่อยากทานไว้แล้ว มีทั้งหอยทอด ทอดมันกุ้ง ไอศกรีม ราดหน้า บัวลอย หมูย่าง บะหมี่เกี๊ยว มะม่วงน้ำปลาหวานรสเด็ด แล้วอะไรอีกน๊า หวานขอดูโพยแปบนึง” ไม่ว่าเปล่าแต่คนตัวเล็กยอมถอดแขนที่ล็อกอยู่กับคนตัวโตออกควานหาโทรศัพท์มือถือที่ถูกจดบันทึกรายการอาหาร “พอแล้วรายการอาหารที่เธออยากกินคงยาวไปถึงสุไหงโกลก จะไปให้ได้ใช่ไหม” มองหน้าคนตัวเล็กที่นั่งหลังตรงส่งสายตาอ้อนเห็นแล้วอดขำไม่ได้ “โอเค ไปได้แต่ฉันจะเป็นคนพาไปเอง” “แล้วเพื่อนของน้ำหวานล่ะคะ เรานัดกันไว้แล้ว” เธอว่าเสียงสูง “ก็ชวนเพื่อนเธอมาด้วยกันสิ ทำหน้าอย่างนี้หมายความว่าไง ไม่อยากให้ฉันไปด้วย?” “เปล่าค่ะ” เธอว่าเสียงจ๋อย ไปเที่ยวใครเขาเอาผู้ปกครองไปด้วยกันเล่า แต่เขาว่ามาแบบนี้เธอจะขัดอะไรได้ “วันนี้ว่างใช่ไหม กินเสร็จแล้วเข้าไร่กับฉันจะพาไปสอนงาน” “จริงเหรอคะ คุณกันต์จะสอนเองหรือเปล่า” ดวงหน้าที่สลดพลันเปลี่ยนเป็นร่าเริง เมื่อเจอสิ่งถูกใจ เด็กหนอเด็ก “วันนี้ฉันคงไม่ได้สอนเพราะมีงานในไร่อย่างอื่นต้องทำ จะให้พี่นิดเจ้าหน้าที่เก่งๆของไร่สอนการบัญชีเบื้องต้นละกัน” “งั้นหวานอิ่มแล้วค่ะ ขอเก็บเลยนะ” เมื่อได้รับคำอนุญาตร่างเล็กรีบกุลีกุจอเก็บอาหารที่ทานในเช้า คนตัวเล็กยืนล้างจานอย่างอารมณ์ดีที่วันนี้ไม่ต้องนอนเบื่ออยู่บ้านคนเดียว ก่อนขึ้นห้องไปเตรียมตัวเข้าไร่ เห็นความร่าเริงของน้ำหวานแล้ว ไม่รู้ว่าพอเปิดพินัยกรรมออกมาจะยังมีรอยยิ้มแบบนี้ส่งให้เขาอยู่หรือไม่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD