เช้าวันต่อมา
กลกันต์ยังคงตื่นในเวลาเดิมแต่เช้ามืด ร่างสูงพยายามลุกออกจากเตียงช้าๆ เกรงว่าจะปลุกคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหล ใบหน้าเล็กนอนซุกอยู่กับอกของเขาที่ตอนนี้แขนของเขากลายเป็นหมอนให้เธอ กว่ากิจกรรมเมื่อคืนจะจบลงก็ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนคืน
หืมม ร่างที่กำลังจะดันตัวออกชะงักทันทีที่รู้สึกถึงความร้อนจากคนข้างตัว จึงใช้ฝ่ามืออังที่ศีรษะเล็ก ที่ตอนนี้ตัวร้อนดังไฟ
โกรธตัวเองนัก เมื่อวานน้ำหวานถูกเขาเอาเปรียบไปแล้วหนึ่งหนจนหนีออกจากบ้าน ซ้ำยังตากฝนเปียกปอน กลับมาแทนที่เขาจะพาน้องอาบน้ำ ให้กินยาตั้งแต่เมื่อคืน กลับพาน้องออกแรงซะดึกดื่น
เห้อ ก็จังหวะนั้นใครจะห้ามใจตัวเองไหว ให้ย้อนเวลากลับไปเมื่อคืน เขายังเลือกที่จะทำแบบเธอ ทำให้เธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
คิดดังนั้นและหันไปมองถ้วยสุกี้ที่เมื่อคืนเตรียมทำไว้ให้คนตัวเล็ก แต่กลับลืมไปเลยเมื่อกลับมาถึงบ้าน
คนตัวโตจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบรีโมตแอร์ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นก่อนเดินจากห้องไป ไม่ลืมโทรบอกป้าแก้วให้ทำข้าวต้มให้เขาสักถ้วย ก่อนที่ออกไปเฝ้าหลานชายที่ยังป่วยไม่หายดี
กลับเข้าห้องมาอีกครั้งพร้อมกับกะละมังใบเล็ก และผ้าขนหนูสีขาวของตนที่กลับไปเอาที่ห้อง และแผงยาพาราที่นำมาจากตู้ยาด้านล่าง
ร่างสูงนั่งลงที่ขอบเตียงข้าง คนตัวเล็กที่ซุกร่างใต้ผ้าห่มผืนหนา มือหนาค่อยๆ เปิดผ้าห่มออก เผยให้เห็นร่างบางที่นอนตัวสั่น บนตัวยังคงมีร่องรอยที่เขาฝากรักเอาไว้ชัดเจน
ผ้าขนหนูผืนบางถูกชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด สัมผัสกับผิวบางที่หนาวสะท้านไปทั้งตัว
“หื้อออ หนาววว”
“ชู่วววว อดทนนิดนึงนะ”
กายบางที่ค่อยๆ ปรับกับอุณหภูมิได้เมื่อยามที่ผ้าหมาดนี้สัมผัสเข้าที่แขนและขาเรียวงาม ก่อนสะดุ้งอีกครั้งเมื่อยามที่ความเปียกชื้นสัมผัสกับหน้าท้องน้อย
“หวานน หนาว” เสียงเล็กเพ้ออกมาอีกครั้ง
“จะเสร็จแล้ว เหลือเช็ดหลังที่สุดท้าย” ว่าแล้วจัดการพลิกร่างคนตัวเล็ก แล้วเช็ดเบาๆ ที่แผ่นหลัง
เมื่อเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงจัดการหาชุดนอนสบายๆ สวมทับให้เธอ ก่อนหยิบยาที่วางอยู่ข้างโต๊ะ
“หวาน ลุกขึ้นมากินยาก่อนนะ”
“หืออ หวานหนาว”
“หวานครับกินยาก่อนนะ” ดูเหมือนคนตัวเล็กเพ้อเพราะพิษไข้ ไม่สนใจสิ่งที่เขาเอ่ย เขาจึงจับคนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งเป็นการปลุกแทน
“หื้ออ ไม่กวนหวานได้ไหมคะ”
“หวานเป็นไข้ กินยาก่อนนะ”
“ค่ะ” เขายื่นเม็ดยาให้เธอสองเม็ด น้ำหวานรับยามาอย่างว่าง่าย จับยาสองเม็ดเข้าปากแล้วยื่นไปรับแก้วน้ำจากกลกันต์ดื่มเพื่อให้กลืนยาได้ง่ายขึ้น
“เก่งมากครับ” ร่างสูงเอ่ยชม ก่อนกดลงบนปากอิ่ม แล้วช่วยจัดคนตัวเล็กลงนอนเพื่อให้สบายตัวที่สุด
ไม่นาน เสียงมือถือของกลกันต์ดังขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นป้าแก้วที่โทรมาตามที่กลกันต์บอกกล่าวไว้ แทนการกดกริ่งเมื่อป้าแก้วนำข้าวต้มหมูส่งให้ที่บ้าน
“ปกติคุณกันต์ไม่ทานข้าวต้มไม่ใช่เหรอคะ” ป้าแก้วเอ่ยท้วง เพราะรู้สึกแปลกใจกับอาหารที่กลกันต์สั่งให้ทำมาส่งแต่เช้า
“ผมไม่ได้จะกินเองหรอกครับ น้ำหวานไม่สบาย กินข้าวต้มน่าจะง่ายที่สุด”
“ตายจริง! ไปทำอะไรมาคะถึงป่วยได้” ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ ปกติน้ำหวานค่อนข้างบอบบางและป่วยง่าย ซึ่งน้ำหวานรู้ตัวดีจึงพยายามระวังโดยตลอด
“ตากฝนเมื่อวานน่ะครับ”
“กินยาไปหรือยังคะเนี่ย”
“กินยาไปแล้วครับ ตอนนี้ไข้ลดลงมากแล้ว”
“อย่างนี้จะมีคนดูแลหนูหวานไหมคะ ใครจะคอยเช็คไข้ เช็ดตัวให้ วันนี้ป้าก็ไม่สะดวกด้วยสิ เอางี้ไหมเดี๋ยวป้าให้นังน้อยไปเฝ้าหลานป้า แล้วป้ามาเฝ้าหนูหวานเอง”
“ป้าไปเฝ้าหลานเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมดูแลเอง”
“แต่ว่า...”
“นะครับ” สายตาของกลกันต์ที่ส่งมา ทำให้ป้าแก้วจำต้องหยุดคำถามที่จะซักไซ้ต่อ เธอเกรงว่าหากปล่อยน้ำหวานไว้กับกลกันต์จะถูกปล่อยให้หนาวสั่นไร้คนดูแลน่ะสิ
เอาไว้ค่อยโทรบอกให้น้อยแวะมาดูอาการละกัน
กลกันต์กลับขึ้นห้องน้ำหวานมาอีกครั้ง วางถ้วยข้าวต้มไว้ข้างโต๊ะ ปลุกเรียกคนตัวเล็กเพื่อให้ตื่นมาทานข้าว หากปล่อยท้องว่างนานกว่านี้คนตัวเล็กจะปวดท้องได้ แต่กว่าจะปลุกปล้ำกับคนตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมาก็ใช้เวลาพอสมควร ทั้งดุก็แล้ว ใจดีก็แล้ว กว่าจะยอมลุกขึ้นมาทานข้าว
นี่เขามีเมียหรือมีลูก
ความคิดตลกๆ ผุดขึ้นขณะที่กำลังล้างถ้วยข้าวต้มที่น้ำหวานทานจนหมดเกลี้ยง เพราะคำขู่ที่ว่าหากเธอกินข้าวต้มไม่หมดเขาจะจับเธอฟัดหนักๆ เท่านั้นแหละร่างเล็กจึงยอมทานข้าวต้มจนหมดถ้วย
ร่างเล็กที่ตอนนี้ทานข้าวจนอิ่ม ทานยาแก้ไข้ไปแล้ว และถูกเช็ดตัวซ้ำอีกรอบ อุณหภูมิร่างกายที่เริ่มเบาลงจึงทำให้กลกันต์เบาใจขึ้น เพราะวันนี้มีงานสำคัญที่ไร่ เขาไม่อาจดูแลเธอได้ตลอด
หากจะฝากใครมาดูก็เกรงจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน เพราะตอนนี้ทั้งเนื้อตัวน้ำหวานเต็มไปด้วยรอยรักจากเขา ตัวเขาเองไม่มีปัญหา อายุป่านนี้มีเมียไม่ได้หรือไง เมียคนเดียวเขาเลี้ยงได้สบาย กลัวก็แต่น้ำหวานเธอจะรู้สึกเขินอายหรือไหม เขากลัวเธอถูกมองไม่ดี
ไว้ตอนเที่ยงค่อยกลับมาป้อนข้าว ป้อนยา และเช็ดตัวอีกรอบ
ก่อนออกไปกลกันต์ไม่ลืมที่จะเตรียมอาหารทานง่ายๆ ไว้ให้น้ำหวาน และไม่ลืมที่จะกำชับให้เธอโทรหาเขาได้ทุกเมื่อหากรู้สึกไม่สบายตัว
คล้อยหลังกลกันต์ไม่นาน ป้าน้อยที่ได้รับคำฝากฝังจากป้าแก้วอีกที ให้มาดูแลน้ำหวานที่กำลังป่วย เพราะป้าน้อยเป็นป้าแม่บ้านที่มีกุญแจสำรองของตัวบ้านหลังนี้อยู่แล้ว จึงเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายดาย
ในมือของป้าน้อยถือผลไม้และอาหารมาด้วย วางตะกร้าลงที่เคาน์เตอร์ครัว ก่อนจัดบางส่วนใส่จานพร้อมทานสำหรับคนป่วยที่คงจะนอนซมเพราะพิษไข้
ปกติน้ำหวานเป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้อง ไม่บ่อยนักที่เธอจะออกไปอยู่ท่ามกลางสายฝน ไม่รู้เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เด็กน้อยที่ระแวงเวลาฝนตกอยู่ตลอดมีความกล้าออกไปเผชิญ
เมื่อขึ้นมายังห้องส่วนตัวของน้ำหวานแล้ว ป้าน้อยจัดการวางของเตรียมมาไว้ก่อน ใช้มือเหี่ยวย่นของตนวางทาบวัดอุณหภูมิบนหน้าผากคนตัวเล็ก ไม่ร้อนมาก คงกินยาไปแล้วกระมัง
ตั้งแต่เล็กจนโตน้ำหวานเป็นเด็กเลี้ยงง่าย น่ารัก ใครอยู่ใกล้ก็หลงรักไปหมดเพราะความช่างฉอเลาะ พูดเก่ง เธอและป้าแก้วเป็นคนสนิทที่คุณกลเกียรติไว้ใจให้ดูแลบ้านหลังนี้มานาน จึงเห็นการเติบโตของน้ำหวานมาโดยตลอด รักและเอ็นดูดังลูกหลานคนหนึ่ง
ไม่สบายแล้วไม่บอกใครเป็นตั้งแต่เล็กจนโตสิน่า ใช้การนอนพักเยอะๆ ตื่นมาจะได้หาย นั่นเป็นคำพูดของเด็กหญิงน้ำหวานที่บอกป้าน้อยเมื่อครั้งยัง 5 ขวบ โตขึ้นมาแล้วดีหน่อยที่ว่าง่ายขึ้นเยอะ
ทันที่ที่รู้ว่าน้ำหวานป่วยเพราะตากฝนมาเมื่อคืน เธอรีบทิ้งทุกอย่างแล้วเตรียมของเพื่อมาที่นี่ทันที ยังดีหน่อยที่เมื่อเช้านี้ป้าน้อยรู้เรื่องที่น้ำหวานป่วย ทำให้เธอได้เข้ามาดูแลน้ำหวาน มิเช่นนั้นคงไม่พ้นที่น้ำหวานต้องนอนซมเพราะพิษไข้เป็นแน่
เช็ดตัวก่อนน่าจะดีกว่า สบายตัวแล้วค่อยกินข้าวกินยา ถ้วยข้าวต้มที่กลกันต์ได้จากป้าแก้วก็ไม่เห็นในห้องนี้ หรือจะกินไปหมดแล้ว
ป้าน้อยจึงหยิบชามและผ้าขนหนูที่เตรียมมา เข้าห้องน้ำ จัดเตรียมสำหรับเช็ดตัวให้น้ำหวาน เมื่อเตรียมของเรียบร้อยร้อย จึงเดินเข้ามาทรุดนั่งที่ข้างเตียง จุดเดียวกับที่กลกันต์นั่งเช็ดตัวให้น้ำหวานเมื่อเช้านี้ มือเหี่ยวย่นจัดการเปิดผ้าห่มหนาที่ร่างบางกำลังซุกหลับใหลอยู่ออก
แต่สิ่งที่โผล่พ้นชุดนอนตัวสวยออกมาทำให้ป้าน้อยต้องยกมือทั้งสองข้างปิดปากตัวเองแน่นด้วยความตกใจ