A episode 7
โดย Ginoichi
"จุ้มเหม่งง พ่อแกเลี้ยงดีไหม"
บราลีคว้าเอาแมวอ้วนมาอุ้มพร้อมกับถามเสียงเจื้อยแจ้วอยู่อีกหลายนาที เมื่อเล่นจนพอใจ ก็วางมันลง พร้อมกับ จัดแจงวางถาดอาหาร และของใช้สำหรับเจ้าแมวตัวอ้วนอย่างเป็นระเบียบ
"เพิ่งจะห้าโมง ...จะทำอะไรดี"
บราลี ครุ่นคิด พรางสอดส่ายสายตาไปรอบบ้าน เมื่อเห็นว่ามีฝุ่นจับอยู่บางส่วน บวกกับมีผ้าอีกตระกล้าใหญ่ ใบหน้าหวานจึงคลี่ยิ้มกว้าง นึกอยากจะเข้าสมาคมแม่บ้านทหารขึ้นมาทันที
"เสร็จโจร!"
บราลี เริ่มแยกผ้า ตั้งเวลาซัก พร้อมกับเริ่มปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาด แต่เมื่อหันมามองดูเวลาอีกที ก็เห็นว่ายังว่างอยู่อีกมากโข จึงคว้าเอาตะกร้าผ้าใบโตที่ผ่านการอบจนแห้งสนิทมารีดจนเรียบโดยไม่ลืมที่จะเตรียมอาหารใว้ให้ผู้กองหนุ่ม เหมือนที่เคยทำ
"แบมหน้ารักขนาดนี้...ต้องรักแบมมากๆนะ"
เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะปิดประตูบ้านให้เจ้าของมันจนเรียบร้อย คล้อยหลังร่างบางไปไม่กี่นาที คนที่เพิ่งออกเวร ก็ขับรถมาจอดด้วยความเร็วที่มากกว่าทุกวัน
ดวงตาคมกริบ กวาดมองประตูบ้านพัก สีซีดนิ่งๆ เมื่อเห็นว่ามันถูกคล้องกุญแจอยู่ดังเดิม หัวคิ้วหนาขมวดมุ่นจนแทบจะชนชิด
"หรือว่าไม่มา"
ผู้กองอคินณ์ก้าวลงรถ พร้อมกับปิดประตูโครมใหญ่ มือหนาปลดล้อคด้วยความว่องไว ทันทีที่ประตูเปิดได้ กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยก็ลอยออกมาประทะจมูก ใบหน้าที่เคยเรียบตึงผ่อนคลายลง
ผ่าเท้าหนาก้าวเข้าบ้านมาพรางสอดสายตาสำรวจ
"หืม ทำงานบ้าน...ซักผ้า"
"มีกับข้าวด้วย?"
"แม่แกไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเมียใช่ไหม?"
ปากก็ถามแมวไป แต่ก็ไม่วายยกยิ้มมุมปาก
'เขายอมรับ..ว่าบราลี เหนือความคาดหมาย'
'เธอคนนี้ ทำเขาแปลกใจได้ตลอดจริงๆ'
Bamboo 🤏
(แบมถือวิสาสะ ทำงานบ้านให้ หวังว่าผู้กองคงจะไม่โกรธ)
(ทานข้าวให้อร่อยนะคะ)
(ฝันดีค่ะ)
ผู้กองชวินอ่านทวนข้อความซ้ำๆ หัวคิ้วหน้าขมวดมุ่น เมื่อเพิ่งมองเวลาที่แสดงบนหน้าจอ
"ใครมันจะบ้านอนตอนทุ่มครึ่งวะ?"
ร่างสูงพึมพำ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง ไม่คิดจะกดตอบกลับคนที่รออยู่อย่างใจจดใจจ่อ
ฝ่ายทางบราลี ที่รอจนท้อ จากที่สดใส ใบหน้าหวานก็เริ่มม่อยลงจนแทบจะตั้งคอใว้ไม่อยู่
"เอาปลาทูตัวนี้ ออกจากสำรับข้าวได้ไหมพ่อ มันคอหักเหมือนเจ่เจ้ บอลกินไม่ลง"
บดินทร์ว่าพรางเขี่ยเจ้าปลาทูเจ้าปัญหาออกจากจานแต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกพูดถึงในวงสนทนากลับเงียบเชียบ เธอทำเพียงถอนหายใจเบาๆก่อยจะยกเอาจานข้าวไปเก็บ
"รอผู้กองทักมาก็เหมือนรอหมาพูดได้....รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังรอ...แบมนะแบม"
บราลีบ่นพึมพำด้วยความเศร้าสร้อย พร้อมกับนั่งใจลอยจนบดินทร์ที่มองอยู่ต้องเกาหัวแกรกๆ
"ความรักนี่มันหน้ากลัวเนาะพ่อเนาะ ตอนเช้าร่าเริงคึกคัก ตอนบ่ายมานั่งจมปลักเหมือนไก่เป็นห่า เห็นแล้วขนลุก"
บดินทร์พูดพรางสะบัดขนจนตัวสั่น เรียกเสียงหัวเราะจากจ่าประสิทธิ์ ได้ไม่น้อย
"ฮ่าๆๆ เออหว่ะ เองนี่มันช่างพูด "
"มาเถอะ ข้าจะสอน "
"ความรักมันไม่ได้หน้ากลัวหลอก ใจคนต่างหากที่มันหน้ากลัว"
"เองจำคำข้าใว้นะ ยามมีรัก มีได้เต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้น เองก็ต้องเผื่อใจเอาใว้ สำหรับความผิดหวังด้วย"
"รักเขามากเท่าไร เองรักได้ "
"แต่เองต้องจำใว้ ว่าต้องรักตัวเองด้วยเช่นกัน"
ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงกังวาน หวังให้มันลอยกระทบเข้าหูของลูกอีกคนที่นั่งห่างออกไป
บราลี น้ำตาซึม ใช่ว่าเธอไม่รู้ ว่าผู้เป็นพ่อหวังดี แต่ถึงอย่างนั้นใจเธอ มันก็ยังเอนเอียงไปทางความคิดของตัวเองมากกว่า
'เธอรัก...ผู้กองอคินณ์'
'นั่นเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่เธอมั่นใจ .....และสามารถพูดได้แบบเต็มปาก'
'ส่วนเขาจะรักเธอไหม เธอไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย...อย่างน้อย ก็ตอนนี้'
หลังจากผ่านความวุ่นวายมาทั้งวัน จนถึงช่วงค่อนดึก บราลี เหลือบตามองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าผ่านมาร่วมจะครึ่งคืน มือเรียวเล็ก จึงเริ่ม เก็บโต้ะ ที่เหล่าทหารชุดสุดท้ายกินใว้ด้วยความเร่งรีบ เมื่อเชคดูจนเรียบร้อย ร่างเน่งน้อยก็หมุนตัวเข้าบ้านเตรียมจะปิดร้านเหมือนทุกที แต่กลับมีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น ไม่ไกล
"เอายาแก้ปวดกระปุกนึง"
บราลี ชะงัก มือเย็นวาบ ค่อยๆเบนสายตากลับไปมองต้นเสียงก็พบกับใบหน้าหล่อที่ดูจะซีดลงเล็กน้อย ที่กำลังมองจ้องเธออยู่ด้วยสายตา..ที่มัน..แปลกไปจากที่เคย
"เป็นอะไรคะ?"
เธอถามเบาๆ พรางเดินนำเขาเข้ามาในร้าน ฝ่ายทางผูักองอคินณ์ เมื่อเห็นท่าทางที่อีกฝ่ายทำ ร่างกำยำจึงเดินตามเข้ามาแบบไม่อิดออด
"ปวดหัวนิดหน่อย"
เสียงขรึมพร่าลง กว่าทุกที
ยิ่งสำหรับเขา ที่แต่เดิม เสียงมันก็ทุ้มต่ำอยู่แล้ว พอมาป่วยแบบนี้ มันก็ฟังดูแหบพร่าจนหน้าใจหาย
บราลีหมุนตัวกลับ มาทาบมือลงบนหน้าฝากกว้าง
ผู้กองอคินณ์ชะงักเล็กน้อย เขาช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหวานนิ่งๆ จนบราลี ต้องหลุบตาหนีด้วยความประหม่า
"แบมแค่วัดใข้"
คนที่รับบทพยาบาล อธิบายเสียงสั่น
"ก็..ไม่ได้ว่าอะไร"
ผู้กองอคินณ์ เอ่ยเบาๆ พรางเอนกายลงบนโซฟาขนาดใหญ่ ด้วยท่าทีสบายๆ
"ทานยาก่อนไหมคะ"
เธอยื่นยาเม็ดกลมสีขาวให้เขาสองเม็ด พร้อมกับน้ำสะอาด
"อืม"
ผู้กองอคินณ์รับคำ เขาไม่รับเพียงแค่ยา แต่กับคว้าเอามาทั้งมือ ริมฝีปากอุ่นร้อน แนบลงไปบนฝ่ามือขาว ขบเม้มเอาเม็ดยา ขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายช้าๆ
บราลีเม้มปากแน่น ผิวกายสีขาวนวลแดงเถือก จนคนหน้านิ่ง แอบยกยิ้ม
'เธอทำทรงแรดมาก...แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไร้เดียงสามากเช่นกัน'
"ป่วยขนาดนี้ ทำไมไม่โทรให้แบมเอายาไปให้"
เธอถามเสียงอู้อี้ ติดดุอยู่ในที
ผู้กองอคินณ์เบนสายตาขึ้นมองเธอชั่วครู่ ก่อนที่เสียงขรึมต่ำ จะตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำ
"เห็นบอกฝันดี....ก็คิดว่านอนแล้ว"
'นั่นประไร ' บราลีสะอึกทันทีที่ฟังเขาจบประโยค
"แบมปล่าวนอนนะ!" เธอแย้งเขาทันทีที่ตั้งสติได้
เมื่อเห็นท่าทีที่เธอทำ ผู้กองอคินณ์ก็เปลี่ยนท่าที จากนั่งพิงพนักโซฟานิ่งๆ เป็นนั่งหลังตรงประสานมือใว้ตรงช่วงขา และท่านั้น บราลีคุ้นตากับมันดี และก็รู้อีกว่า ท่าทางแบบนี้ เขาใช้มัน เวลาสอบวินัยทหารใหม่
"อ๋อ...ยังไม่นอน"
"ผมก็ยังไม่นอน...และไม่เคยนอน..ตอนทุ่มครึ่ง"
"หืม?"
"ค่ะ...แบมก็ไม่เคยบอกว่าผู้กองนอนตอนนั้น"
"หรือว่าแบมทำอะไรไม่ถูกใจผู้กอง"
บราลีถามเสียงซื่อ ราวกับว่าเธอไม่รู้จริงๆ ว่าเขาจะสื่ออะไร และนั้น มันทำให้คนที่หัวอุ่นๆอยู่แล้ว ชักจะเริ่มร้อนเป็นไฟขึ้นมา
ชนิดที่แยกไม่ออก ว่าได้ใข้ หรือไม่ค่อยจะพอใจคนตรงหน้า
"ช่างมันเถอะ"
ผู้กองหนุ่มวางธนบัตรใบร้อย ลงบนโต้ะ ก่อนจะยันกายลุกเต็มความสูง เดินจ้ำพรวดๆ ออกจากร้านไป ทิ้งให้บราลี ยืนสับสนอยู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้าเงียบๆ
"บอกว่าป่วย ใข้ก็ไม่มี ยาก็ไม่เอาไป สงสัยจะอาการไม่ดี"
ปากจิ้มลิ้มบ่นเบาๆ พร้อมกับเร่งปิดร้านต่อทันที