A episode 6
โดย Ginoichi
"ปกติ ก็ไม่เคยถามใครซ้ำด้วย"
"ไม่อยากบอกก็ไม่อยากรู้"
บราลีเงยขึ้นมองทันทีที่จบประโยค นึกหมั่นใส้อยู่ในที แต่เมื่อสบตากับเขา ในใจก็กลับมาเต้นลิงโลด ลืมความหม่นหมอง ชั่วครู่ไปสะเกือบสนิท
"แบมอยากเลี้ยงแมว"
"แต่แม่ไม่ชอบ"
ปากจิ้มลิ้มเอ่ยเบาๆ
ผู้กองอคินณ์ชะงักค้าง มองคนสลับกับแมว มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย
"ก็นึกว่าเรื่องอะไร"
"ไม่เห็นหน้าแปลกใจตรงไหน ขนาดตัวเอง ยังเอาตัวแทบไม่รอด"
"เดี้ยวโผล่ตรงนั้น เดี้ยวโผล่ตรงนี้"
คนโตกว่าตำหนิด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนคนที่ฟังอยู่เริ่มเเบะปากร้องให้ราวกับเด็กสามขวบ
"งั้นก็เอามาใว้บ้านผม"
"แต่คุณ ต้องมาเลี้ยงเอง"
ไม่รู้ว่าเขาเอ่ยประโยคที่ไร้ซึ่งความขบคิดแบบทุกทีออกไปได้ยังไง รู้ตัวเพียงแค่ว่า พอคำพูดนี้หลุดออกจากปากไป ใบหน้าหวานที่เคยหม่นก็กลับมาสดใจทันตา รอยยิ้มหวานๆนั้นสว่างจ้าผิดจากเมื่อครู่นี้ลิบลับ และนั่นเขานับมัน เป็นเรื่องที่ดี
"จริงๆนะผู้กอง!"
มือเล็กฉวยคว้าเอามือหนามาจับ ก่อนจะออกแรงเขย่าไปมา ด้วยความดีใจ
ผู้กองอคินณ์ ร้อนวูบวาบกับท่าทางและสำผัสที่ได้รับ จนต้องยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ
"จุ้มเหม่ง เดี้ยวไปอยู่กับพ่อนะ แล้วแม่จะไปหา"
บราลี ตั้งชื่อให้เจ้าแมวอ้วนเสร็จสรรพ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ออกอาการคัดค้าน ใบหน้าสวยหวานก็ยิ้มกว้างจนน่ารัก
"ผู้กองหน้ารัก"
"แบมรักผู้กอง"
"เลี้ยงลูกเราดีๆนะ เดี๋ยวเสร็จงาน แบมจะรีบไปหา"
พูดจบคนร่างเล็กก็สบัดตูดออกวิ่งแบบไม่รอฟังคำตอบทิ้งให้คนหน้านิ่งมองตามหลังด้วยแววตาประหลาด มันหน้าแปลกที่ตัวเขาเอง เริ่มรำคาญเธอน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน การยอมรับเธอเข้ามามันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไร....มั้งนะ
ดวงตาคมกริบ หลุบลงมาสิ่งมีชีวิตขนฟูฟ่องในมือด้วยความประหม่า ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่ชอบอะไรที่มันดูเปราะบาง และเป็นเพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าตัวเขาเองนั้นไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นาน ไม่ว่าจะเป็น สัตว์...สิ่งของ...หรือ..คน.....
"ทำตัวดีๆ ห้ามดื้อ เหมือนแม่แก "
มุมปากหยักขยับพึมพำ เอ่ยด้วยเสียงขรึมหากแต่ท้ายประโยค ทำเอาหมวดศิระที่เดินตามหลังมาทันได้ยินรู้สึกวูบวาบแปลกๆ
"ขนลุกเลยผู้กอง...แล้วนั่นแมวใครครับ"
หมวดศิระเอ่ยปากถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่ในใจ
"แมวแบม"
ผู้กองอคินณ์เอ่ยราบเรียบ
"อ๋อ...แมวน้องแบม"
"แล้วทำไมถึงอยู่กับผู้กองล่ะครับ"
หมวดศิระยังคงซักต่อ พรางใช้สายตาสำรวจผู้บังคับบัญชาหนุ่มด้วยความสอดรู้ และเมื่อเห็นใบหูฝ่ายตรงข้ามซับสีเลือดจางๆ เขาจึงเร่งเร้าต่ออย่างนึกสนุก
"ฝากเลี้ยง"
"อ๋อ..ฝากเลี้ยง"
"ผมไม่ยักจะรู้มาก่อน ว่าผู้กอง ใจดีถึงขนาดรับฝากเลี้ยงอะไรได้"
หมวดศิระ เอ่ยด้วยความทะเล้น ซ้ำยังติดแซวอยู่ในที
"พูดมากน่า"
"ผมก็ไม่ยักจะรู้มาก่อนว่าหมวดชอบเสือก"
คราวนี้คนแซวเก่งถึงกับหน้าม่าน ไปไม่เป็น แต่ถึงอย่างนั้น ใบหน้าคมเข้มก็ยังไม่วายหันมาฉีกยิ้มหวาน ให้ผู้บังคับบัญชาหนุ่มเบาๆ
"ผมมันก็ล้อเล่นไป ใครจะคิดว่าผู้กองจริงจัง
มาๆครับ เดี๋ยวผมช่วยอุ้ม"
ไม่พูดปล่าว มือหนา ยังยื่นออกมาข้างหน้าหมายใจจะคว้า เอาแมวอ้วนพุงป่องมาฟัดให้สมกับความหน้ารัก หากแต่คนที่ถืออำนาจบาทใหญ่ที่อุ้มมันใว้กับตะแคงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาคมกริบ ที่ติดจะเขียวปัด มาให้อย่างคาดโทษ
หมวดศิระ ขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นเกาหัวแกร๊กๆ
ในใจก็ครุ่นคิด
'เจ้าของก็ไม่ใช่ ทำตัวยิ่งกว่าจงอางหวงใข่ก็ไม่ปาน'
ร่างแกร่งกำยำ ไม่รอ ให้หมวดหนุ่มได้ซักถามต่อ เขาขยับขาก้าวอาจๆ ออกมาจากตรงนั้น พร้อมยับยัด เอาแมวอ้วนพลี เข้าไปในเสื้อยืดตัวเก่ง ราวกับต้องการปกปิดมันจากสายตาใครต่อใครสะอย่างนั้น
ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากเลี้ยงอะไร
แต่พอเห็นแววตา ของคนที่อยากได้ใจแทบขาด ตัวเขาก็จำต้องยอม ตามใจสักหน่อย....
แต่ไม่ได้คิดอะไรนะ....ไม่ได้คิดเลย
สักนิด...ก็ไม่มี
"อย่าข่วนพุงนะ"
"แล้วจะหาว่าใจร้ายกับแม่แก"
เสียงขรึมดุเบาๆ พลางยกยิ้มมุมปาก
ทางด้านบราลี ที่กลับเข้าร้านมาก็รีบกุลีกุจอ ทำทุกงานให้เรียบร้อย หวังจะใช้เวลาว่างที่เหลือไปขลุก อยู่กับเจ้าแมวอ้วน และคนที่เธอทึกทักเอาเองว่าเป็น....พ่อของมัน
Bamboo 🤏
[เดี๋ยวแบมไปหานะ...อย่าเพิ่งนอน]
พิมพ์ไปร่างเล็กก็บิดไปจนจ่าประสิทธิ์ ที่มองดูทุกความเคลื่อนไหว ต้องส่ายหัวอยากระอา
"เป็นหยังน้อ บาดนิ" ( เป็นอะไรอีก)
"ย่างไปย่างมาจนเกิบขาดเบิ่ดแล่ว"
(เดินไปเดินมาจนรองเท้าขาด)
Chawin
(เข้าเวร จะมาก็เปิดเข้าไปได้เลย กุญแจอยู่ในรองเท้า)
🎶🎶🎶🎶
ใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ทันทีที่เสียงการแจ้งเตือนดังขึ้น ดวงตากลมโตวูบไหว ฉายประกายวาววับ ก่อนจะเบิกกว้าง ด้วยความตื่นเต้น
'นับเป็นครั้งแรก...ที่ผู้กองอคินณ์ตอบกลับ'
'และไม่ใช่การตอบกลับแบบขอไปที แต่เป็นประโยคยาวๆ'
"กรี๊ดดดดดดด"
ทันทีที่ตั้งสติได้บราลี กรีดร้องลั่นบ้าน ด้วยความตื่นเต้น จนผู้เป็นแม่ต้องรีบผลุนผลันออกมาดู
"แบมๆ ! เป็นอะไรลูก งูเข้าบ้านหรอ หรือว่าหนู"
หญิงวัยกลางคนปัดป่ายตะหลิวไปทั่ว เมื่อมองดูรอบตัว ไม่พบกับสิ่งที่ตามหา จึงเบนสายตากลับมาโฟกัสที่ลูกสาว
"แบม สรุปมันยังไงลูก"
บราลียิ้มกว้าง กระโดดหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ ก่อนจะวิ่งเจ๋อออกไปนอกร้าน ทิ้งให้คนเป็นแม่อยู่ในความงุนงงปนรอยยิ้มขำขัน
"มาทรงนี้ ไม่พ้นเรื่องผู้กองชัวร์"
"อย่าลืมกลับมาปิดร้านนะลูก!"
คุณนาย สมร ป้องปากตะโกนให้หลัง พรางหัวเราะคิกคัก จนดาบประสิทธิ์ที่เกินออกมาดู ต้องส่ายหัวซ้ำอีกรอบ
"ก็ว่าอยู่ ลูกกูมันเหมือนใคร คือได้แม่มันมาเนาะ"
ได้แค่บ่นเบาๆ พร้อมกับจิบเหล้าขาวไปพรางๆ
ด้วยกลัวว่าเมียรัก จะบังเอิญหูดีมาได้ยิน
ร่างเพรียวระหงษ์ เดินทอดน่องไปตามซอยของตลาดกลางค่าย เข้าร้านนี้ ออกร้านนั้นจนพอใจ และเมื่อสำรวจว่าได้ของจนครบก็ไม่รอช้า รีบตรงไปบ้านเป้าหมายทันที
'บ้านที่มีลูก..ของเขาและเธอรออยู่!'
'แต่คิดก็เขินจนแทบจะเดินไม่ตรง!'
บราลี ปราดมองซ้ายขวา จนมั่นใจว่าไม่มีใครผ่านมา จึงก้มลงควานหา กุญแจดอกเล็ก ที่ผู้กองหนุ่มสั่งเสียใว้ แม้ว่าอีกใจ จะอยากร้องเรียกคนอื่นมาดูแค่ไหน เเต่เธอก็ต้องรักษาหน้าของอีกฝ่ายใว้ก่อน
'วันไหนได้เปิด แบมจะจัดคอนเสิร์ตกลางค่ายมันซะ'
คิดในใจ ด้วยความอารมณ์ดี
บราลีสอดตัวเข้ามาในบ้านแบบรีบๆ เมื่อผลุบกายเข้ามา ก็พบกับเจ้าแมวอ้วน ที่นอนแผ่หรารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อมันเห็นผู้เป็นเจ้าของ ร่างปุกปุย ก็รีบย้ายร่างอุ้ยอ้าย เดินเข้าไปแลบลิ้นเลียดังแผล่บๆ