A episode 12 ep
โดย Ginoichi
เมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม
'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก'
ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ
'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!'
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม
"มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?"
มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ
"ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร"
"แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก"
เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว
หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่ได้ต่อประโยคให้มันยืดเยื้อ เมื่อเขาเสนอ แต่อีกฝ่ายไม่รับความช่วยเหลือ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเร้าหรืออีกต่อไป
ร่วมสามชั่วโมง ที่ผู้กองหนุ่ม นั่งแช่อยู่แบบนั้น จวบจนกระดาษแผ่นสุดท้ายถูกจัดเรียงเข้าแฟ้ม ร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างกำยำเอนกายพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหลับตาพริ้มลง พร้อมกับยกผ่ามือขึ้นมานวดครึงเปลือกตาด้วยความอ่อนล้า ในหัวครุ่นคิด ถึงคำพูดของแม่สาวตัวเล็กเมื่อตอนบ่าย ที่รบกวนใจเขาไม่หยุด
'ไม่ใช่เขา ก็ใช่ว่าเธอจะไปไม่ได้?'
บราลีเป็นคนแสบสัน ที่เขาเองก็รู้ดีพอๆกับใครหลายคน หากเพียงแต่ประโยคที่หลุดออกมาจากปากเจ้าหล่อนวันนี้ มันทำเขาไม่สบอารมณ์กว่าที่เคย
'อาจเป็นเพราะเจ้าหล่อนไม่เคยแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อเขา'
'หรือไม่บางดี บราลีอาจจะหมดความสนใจในตัวเขาแล้ว ก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นไม่ว่าข้อไหน มันก็เป็นประโยชน์ต่อเขาทั้งนั้น ทั้งที่เขาควรจะดีใจแท้ๆ แต่กลับกัน มันกลับสร้างความรู้สึกโหวงๆในใจแปลกๆ'
หลังจากที่นั่งตรึกตรองอยู่นาน ก็ได้คำตอบที่ว่า
'ต้องไปดูให้รู้ ถึงจะเห็น ในสิ่งที่อยากเห็น'
แม่จะรู้สึกว่าเสียฟอร์มไปบ้าง แต่ความอยากรู้ที่มีอยู่จนคับอกคับใจ บังคับให้ฝ่าเท้าหนา พาตัวเขามายังซอยบ้านเธอจนได้สิ!
"ผู้กองคะ! ผู้กอง รอขวัญก่อนค่ะ"
ร่างสูงตระหง่าน จำต้องหยุดชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคย ของ ขวัญ หรือครูขวัญ สาวสวยอีกคนประจำค่าย ใบหน้าคมกริบ ฉายแววรำบากใจอยู่ไม่น้อย เมื่อก้าวเท้าอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดหมายปลายทางที่เขาอุส่าห์รีบถ่อมา อีกทั้งเขายังจำปฏิกิริยาของบราลี เมื่อครั้งก่อนนั้นยามที่เห็นเขา กับครูขวัญได้ดี แววตาที่เคยสุกใสคู่นั้น มันทำเขาใจหายไม่ใช่น้อยเลย
"ผู้กองคะ...ได้ยินขวัญไหม?"
เพียงขวัญเเสร้งเอ่ยย้ำพร้อมกับแตะปลายนิ้วลงที่หลังมือหนา เบาๆ
ผู้กองอคินณ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหลุบลงมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนจะเคลื่อนฝ่ามือมากุมกันใว้ อย่างเป็นธรรมชาติ หากแต่อีกฝ่ายยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพียงขวัญที่ได้ที จึงแสร้งซวนเซ ป่ายข้อมือเล็กมาคล้องแขนผู้กองหนุ่มจนแน่น เป็นจังหวะเดียวกับบราลี ที่เดินออกมารับลูกค้าหน้าร้าน
"เคล้ง!" ถาดในมือถูกทิ้งลงพื้น เสียงดังราวกับต้องการเรียกสติ ของชายหญิง ที่มาจู๋จี๋กันอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าเรียวเล็กที่เคยสดใจ บัดนี้ซีดเผือด ใจดวงเล็กเต้นโครมคราม ราวกับจะทะลุออกมา
นอกอก ขอบตาร้อน จนเจ้าตัวต้องเงยหน้า ย้อนว่ากลัวน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าจะไหลปริ่มออกมาต่อหน้าเขา
"แบม"
เสียงขรึมรีบเอ่ยเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เพียงขวัญที่มองอยู่ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสแบบนี้ไปเช่นกัน รำแขนเรียว นอกจากไม่คิดจะปล่อย ยังล้อคชายหนุ่มตรงข้างใว้จนแน่น พร้อมกันนั้น ยังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไปให้แม่สาวตัวร้ายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในทำนองที่ว่า ฉันเหนือกว่า
บราลี ทอดสายตามองอีกฝ่ายนิ่งๆ แม้ในใจอยากจะวิ่งไปดึงรั้งเพียงขวัญออกมาสักแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอทำได้เพียงแค่มองดูอีกฝ่ายเฉยๆก็เท่านั้น
'ไม่ใช่ว่าเธอไม่รัก .....รักสิ เธอรักของเธอมาก'
'ไม่ใช่ไม่หวง....ถ้าเขาเป็นของเธอ..เธอจะนิ่งเป็นหินแบบนี้อยู่ได้อย่างไร'
'หากแต่ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ มันตีแสกหน้าเธออยู่ทุกวัน..ว่าเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ของเธอ...'
เมื่อรู้ตัวว่าเสียอาการไปแล้ว ร่างเล็กจึงก้มลงเก็บถาดเหล็กที่ถูกทิ้งลงก่อนหน้า ดวงตากลมโต หลุบลงต่ำ ไม่มองไปยังเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีก
ความสงสัยที่มีในใจถูกไขกระจ่างด้วยภาพตรงหน้าเพียงฉากเดียว ความจริงที่ว่า
'ไม่ใช่ว่าเขาไม่ว่าง...เพียงแต่เขาไม่อยาก ไปกับเธอ'
ผู้กองอคินณ์ที่เห็นบราลี แสดงท่าทีแบบนั้น ออกมา จากที่ก่อนหน้าคิดใว้ว่าจะเดินเข้าไปหา ก็พลันเปลี่ยนใจ เขาเป็นคนมีเหตุผลและหากว่า บราลี และเขาเป็นอะไรที่มากกว่านี้ เธอเอง ก็ย่อมต้องเป็นคนเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่แบบนั้น เขาและเธอจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร
ผู้กองหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ย้อนว่าเขารู้ตัวดี ว่านอกจากอีกฝ่ายจะไม่มีเหตุผลแล้ว แม่ตัวดียังขยันทึกทักคิดเองเออเองเก่งกว่าใคร ยามนี้ยังไม่ได้เป็นอะไรกันยังขยันหาเรื่องมาให้เขาได้ตรึกตรองครุ่นคิดไม่เว้นว่าง หากวันไหนที่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอมันจริงจัง เขาไม่อยากจะคิดเลย ว่ามันจะเป็นอย่างไร หรือจะเป็นเขาเองที่วิ่งตามเธอต้อยๆ สลับกันกับตอนนี้รึป่าว
ยิ่งมีคำที่ว่า เด็กๆ รักง่ายหน่ายเร็ว บราลีเอง ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นหนึ่งในนั้นไหม เขาเองก็สุดจะรู้....
เพียงขวัญ ที่จับสังเกตุท่าทางของผู้กองหนุ่มตรงหน้าได้ ในใจก็เริ่มร้อนรุ่ม แรกเริ่มเดิมที เขาและเธอดูมีทีท่าว่าจะเข้ากันได้ ต่างจากบราลี ที่ก่อนหน้านี้ ผู้กองหนุ่ม แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบใจอีกฝ่ายเสียเต็มประดา แต่พอมาวันนี้อาการที่ผู้กองหนุ่มแสดงผ่านทางสายตาสีดำสนิทคู่นั้น ทำเอาเธอนึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย
ทำไมเธอจะดูไม่ออก ว่าผู้กองหนุ่มไขว้เขวไปทางบราลี!
"ผู้กองคะ ช่วยพยุงขวัญที"
เพียงขวัญข่มใจที่คุกรุ่นเอ่ยออกมาด้วยเสียงหวานนุ่ม ในขณะที่ผู้กองหนุ่มเริ่มเปลี่ยนท่าทีจนเธอนึกใจหาย
"ปล่อยก่อนเถอะครับ "
"ใครมาเห็น มันจะดูไม่ดี"
เสียงขรึมที่ติดเข้มขึ้นบางส่วนเอ่ยออกมาราบเรียบ รับกับใบหน้าหล่อที่ดูสุขุมจนคนมองรู้สึกเย็นวาบ ใช่ว่าเขาไม่รู้ ใช่ว่าจะดูไม่ออก
เพียงขวัญเม้มปากแน่น
'ทำไมเธอจะไม่รู้ ว่า ...ใคร..ที่เขาหมายถึงก็คงไม่แคล้วจะเป็นแม่สาวขายกับข้าวลูกเจ้าของร้านตรงหน้า
'แต่แล้วไง ในเมื่อเธอ ก็จะเอาเขาเช่นกัน'
"ใจร้ายกับขวัญจังเลยนะคะ ผู้กอง รู้ทั้งรู้ ก็เห็นอยู่ ว่าขวัญอาการไม่ค่อยดี"